กลิ่นอับชื้นของซากปูนเก่าและคราบสนิมเหล็กคละคลุ้งในโพรงจมูก ทว่าสิ่งที่เตะจมูกยิ่งกว่าคือกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของชั้นสี่ อาคารพาณิชย์ร้างย่านใจกลางกรุงเทพมหานครแห่งนี้ เคยเป็นความหวังของผู้คนในยุคฟองสบู่แตก ก่อนจะกลายเป็นเพียงอนุสรณ์สถานแห่งความตายที่ถูกทิ้งร้าง
แสงไฟฉายสีขาวนวลลำเลียงผ่านความมืด สาดกระทบเข้ากับร่างไร้ลมหายใจที่ถูกตรึงไว้กับผนังปูนเปลือย
"อย่าแตะต้องอะไรทั้งนั้นครับ ดร.ศตวรรษ"
น้ำเสียงทุ้มห้าวแต่เจือความเฉียบขาดดังขึ้นจากมุมมืด ร.ต.อ.หญิง ญาณิน ก้าวออกมาจากเงาของเสาปูน ร่างสูงโปร่งในชุดนอกเครื่องแบบกางเกงสแล็คเข้ารูปกับเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อกระชับและรอยสักยันต์โบราณจางๆ ที่โผล่พ้นปกเสื้อขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตากลมโตคมกริบจ้องมองตรงมายังผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ระหว่างเธอกับร่างของเหยื่อมีเส้นกั้นบางๆ ของอาณาเขตคดีความที่เธอพร้อมจะปกป้องมันด้วยชีวิต
ดร.ศตวรรษ หรือที่ใครหลายคนในวงการนิติวิทยาศาสตร์ขนานนามว่า 'หมอวรรษ' ชะงักฝีเท้าลง เขาสวมถุงมือยางสีขาวเสร็จสรรพโดยไม่ต้องรอให้ใครเตือน ใบหน้าคมคายเรียบเฉยราดรดด้วยความเยือกเย็น แววตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองสภาพแวดล้อมทั้งหมดในเสี้ยววินาที ก่อนจะปะทะเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความท้าทายของนายตำรวจสาว
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะไปทำลายหลักฐานของคุณหรอีอกครับ ผู้กองญาณิน" ศตวรรษเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเย้ยหยันไว้ในที "ผมแค่สงสัยว่า ทำไมตำรวจมือปราบมือหนึ่ง ถึงเลือกที่จะยืนเฝ้าศพในตึกร้าง แทนที่จะออกไปตามหาฆาตกรตัวจริงข้างนอก"
ญาณินแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าประชิดชายหนุ่มด้วยระยะห่างที่ใกล้จนเกินความจำเป็น กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นจันทร์หอมจางๆ จากเครื่องรางบางอย่างลอยแตะจมูกศตวรรษ ร่างบางโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เล็กน้อย ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของนักมานุษยวิทยาหนุ่มผู้เชื่อมั่นในตรรกะ
"เพราะฆาตกรมันไม่ได้ทิ้งแค่รอยนิ้วมือไว้ที่นี่น่ะสิครับ หมอวรรษ..." ญาณินกระซิบเสียงต่ำ จงใจเน้นเสียงที่คำว่า 'หมอ' ให้ลึกลงไปในความรู้สึก "และบางที สิ่งที่หมอเชื่อมั่นนักหนาว่าเป็น 'หลักฐานทางวิทยาศาสตร์' อาจจะกำลังตบหน้าหมอเข้าอย่างจัง... ถ้าหมอยังใช้แค่สมองซีกซ้ายมองโลก"
ศตวรรษไม่ถอยหลังหนี เขากลับโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดช่องว่างทางส่วนสูง สายตาสีเข้มจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธออย่างไม่เกรงกลัว
"สมองซีกซ้ายของผมไม่เคยโกหกผมครับ ผู้กอง... ผิดกับพวกความเชื่อ งมงาย ไสยศาสตร์ลมๆ แล้งๆ ที่มักจะพาคนไปตายในศาลเตี้ยประจำ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตพุ่งเข้าหากัน ความเงียบงันของตึกร้างถูกแทนที่ด้วยแรงปะทะทางความคิดและจิตวิทยาของคนทั้งคู่ ทั้งสองต่างยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างเหตุผลและลี้ลับอย่างหมิ่นเหม่ ก่อนที่ศตวรรษจะเบนสายตาผ่านไหล่บางของหญิงสาว ไปยังร่างที่อยู่เบื้องหลัง
เขาก้าวผ่านเธอไปอย่างไร้ความเกรงใจ
ร่างของเหยื่อเป็นชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบปลายๆ สภาพศพถูกจัดท่าไว้อย่างจงใจ นั่งคุกเข่าพิงผนัง มือทั้งสองข้างถูกกรีดด้วยของมีคมจนเลือดไหลรินลงมาเป็นทาง แต่สิ่งที่ทำให้ศตวรรษต้องหรี่ตาลงด้วยความฉงน คือรอยสักสีแดงฉานบนแผ่นหลังของเหยื่อ มันไม่ใช่รอยสักแฟชั่นทั่วไป แต่เป็นอักขระขอมโบราณที่บิดเบี้ยวผิดสัดส่วน และที่กลางหน้าอก มีรอยคว้านเป็นรูปสัญลักษณ์สามเหลี่ยมกลับหัว ลึกจนเห็นกระดูกซี่โครง
"อักขระพวกนี้..." ศตวรรษพึมพำกับตัวเอง ย่อตัวลงใช้แว่นขยายส่องดูใกล้ๆ "ไม่ใช่รอยสักธรรมดา มีการผสมตัวยาไสยเวทบางชนิดลงไปในหมึก เพื่อให้ผิวหนังเกิดการเน่าสลายช้าลง... นี่มันพิธีกรรมชัดๆ"
"ไม่ใช่แค่พิธีกรรมธรรมดาหรอกครับหมอ" ญาณินเดินตามมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ คราวนี้ น้ำเสียงของเธอกลับจริงจังและเย็นเยียบลงอย่างเห็นได้ชัด "มันคือการ 'สะกดวิญญาณ' เพื่อไม่ให้ไปผุดไปเกิด... และคนที่ทำเรื่องแบบนี้ได้ ต้องมีความรู้เรื่องคาถาอาคมระดับสูงมาก"
ศตวรรษลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันกลับมามองนายตำรวจสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม แม้ปากจะปฏิเสธเรื่องไสยเวท แต่ลึกๆ ในใจ ปมความลับในวัยเด็กที่เกี่ยวข้องกับการตายอันลี้ลับของครอบครัวกำลังส่งเสียงกรีดร้องเตือนภัย
"คุณรู้ได้ยังไงว่านี่คือการสะกดวิญญาณ?" ศตวรรษถามเสียงเรียบ
ญาณินยกยมุมปากขึ้นน้อยๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้ทำให้เธอดูอ่อนโยนขึ้นเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งเพิ่มความน่าค้นหาและอันตราย
"เพราะฉันได้ยินเสียงเขา..." ญาณินกระซิบแผ่วเบา ขณะที่ดวงตากลมโตมองเลยผ่านไหล่ของศตวรรษไปยังความมืดมิดของมุมห้องที่ว่างเปล่า "เสียงเขากำลังร้องขอความช่วยเหลือ... และบอกว่า ฆาตกรที่แท้จริง ยืนอยู่ใกล้กว่าที่เราคิด"
สิ้นคำพูดนั้น ลมหนาวประหลาดพัดวูบผ่านโถงตึกร้าง ทั้งที่ไม่มีหน้าต่างเปิดอยู่เลยสักบาน เปลวไฟจากคบเพลิงชั่วคราวของตำรวจพิสูจน์หลักฐานที่วางอยู่ไกลออกไปกะพริบไหวและดับลงพรวดเดียว ทิ้งให้ทั้งคู่จมอยู่ภายใต้ความมืดสลัว
ศตวรรษขมวดคิ้วแน่น กำลังจะเอปากเอ่ยท้วงถึงความเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์ของกระแสลมประหลาดนี้ ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคน ก็ดังขึ้น... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ดังมาจากบันไดหนีไฟชั้นห้า ชั้นบนสุดที่ควรจะถูกล็อกตายสนิทและไม่มีใครขึ้นไปได้
ญาณินชักปืนพกออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักล่าตื่นตัวเต็มที่ สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ประตูทางขึ้นดาดฟ้า
ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์... เพราะมันไม่มีเสียงลากรองเท้า มีแต่เสียงกระทบของบางอย่างที่หนักหน่วงและลากยาว ราวกับมีใครบางคน... หรือ 'บางสิ่ง' กำลังลากร่างที่ไร้วิญญาณอีกร่างหนึ่งลงมาหาพวกเขา
"หมอวรรษ..." ญาณินเอ่ยเสียงเครียดโดยไม่ละสายตาจากประตู "ดูเหมือนเราไม่ได้มากันแค่สองคน... และศพบนผนังนั่น ไม่ใช่เหยื่อรายแรกของคืนนี้"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญไปด้วยกันครับ นقمตราขาว
โอมลบเงาตาย ล่าอาคมในม่านหมอก•ตอนที่ 1
ศพปริศนากับรอยสักอาคม
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอมลบเงาตาย ล่าอาคมในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!