กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดใหม่ผสมผสานกับกลิ่นอายความอบอุ่นของห้องครัวสไตล์โมเดิร์น ไม่ได้เข้ากันเลยกับรอยสักรูปงูพิษที่พันธนาการอยู่บนท่อนแขนกำยำของอดีตเจ้าพ่อมาเฟียผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งหนึ่งของประเทศ
คิรากรในยามนี้ไม่มีเสื้อสูทสั่งตัดราคาแพงระยับ ไม่มีบอดี้การ์ดสואสเกรดเอคอยยืนคุ้มกันสิบกว่าชีวิต และไม่มีปืนพกสั้นซิกซาวายเออร์เหน็บอยู่ที่เอวเหมือนเช่นเคย ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองสบายๆ กำลังยืนงَะๆ เงิ่นๆ อยู่หน้าเคาน์เตอร์หินอ่อน มือข้างหนึ่งถือขวดนมเด็กที่เพิ่งผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความระมัดระวังราวกับมันคือวัตถุระเบิดแรงสูงที่พร้อมจะระเบิดใส่หน้าเขาได้ทุกเมื่อ
"ถ้าคุณยังยืนจ้องขวดนมด้วยสายตาดุๆ แบบนั้น ลูกตื่นขึ้นมาคงคิดว่าคุณจะควักปืนมายิงเขานะครับคีย์"
เสียงหวานใสที่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นพร้อมกับร่างบางของลินินที่เดินเข้ามาใกล้ แม้เวลาจะผ่านไปจนเธอกลายเป็นคุณแม่เต็มตัวแล้ว แต่ความงดงามละมุนละไมกลับยิ่งฉายชัดเจนขึ้นทุกที ดวงตากลมโตคู่สวยพราวระยับด้วยรอยยิ้มขบขัน ขณะที่สองมือเรียวเอื้อมไปโอบรอบเอวสอบของสามีจากด้านหลังอย่างคุ้นชิน
คิรากรถอนหายใจยาวพรืด ยอมวางขวดนมลงบนโต๊ะก่อนจะหมุนตัวกลับมาคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ปลายจมูกโด่งคมก้มลงสูดดมความหอมจากซอกคอขาวเนียนของภรรยาฟอดใหญ่ด้วยความหมั่นเขี้ยว
"ผมไม่ได้ดุขวดนม... ผมแค่กำลังคิดว่าไอ้เจ้าตัวเล็กในห้องนู้น มันชักจะแย่งความสนใจจากภรรยาผมไปมากเกินไปแล้วนะครับลินิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเอาแต่ใจตามแบบฉบับชายหนุ่มผู้ไม่เคยยอมแบ่ง "ของรัก" ให้ใคร แม้กระทั่งสายเลือดเดียวกันก็ตาม
ลินินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ฝ่ามือเรียวเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งพร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายความคลั่งไคล้ เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ยอมสละบัลลังก์มืดที่เขาสั่งสมมาค่อนชีวิต ทิ้งอำนาจเงินตราและคราบเลือดเพื่อแลกกับการได้ยืนอยู่ตรงจุดนี้ จุดที่มีเธอกับลูกรออยู่หลังประตูบ้านทุกค่ำคืน
"หึงแม้กระทั่งลูกตัวเอง... คุณนี่มันเกินเยียวยาแล้วจริงๆ นะครับคีย์"
"ยอมรับก็ได้ครับ" คิรากรกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม สัมผัสอุ่นร้อนไล้เคลียคลออยู่บนกลีบปากนุ่มอย่างโหยหา "ตั้งแต่มีเจ้าตัวแสบเข้ามา คุณก็แทบไม่เหลือเวลาให้ผมเลย รู้ตัวไหมครับว่าผมต้องอดทนมากแค่ไหนที่คุณเอาแต่กอดลูกทั้งวันทั้งคืน"
สายตาคมกริบทอดมองภรรยาด้วยความลึกซึ้ง แววตาดิบเถื่อนที่เคยใช้สยบศัตรูในอดีต บัดนี้กลับเหลือเพียงความอ่อนโยนและหิวกระหายในตัวหญิงสาวตรงหน้าเพียงคนเดียว เขากดจูบหนักหน่วงลงบนริมฝีปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ดึงรั้งเรียวปากเธอให้เปิดรับสัมผัสวาบหวามที่คุ้นเคย จนกระทั่งลมหายใจเริ่มติดขัด ลินินจึงต้องใช้มือเล็กๆ ทุบเบาๆ ที่อกแกร่งเป็นเชิงประท้วง
"อื้อ... พอเลยครับคีย์ เดี๋ยวลูกตื่น..." เธอหอบหายใจเบาๆ ใบหน้าหวานแดงก่ำขึ้นสีระเรื่ออย่างน่ามอง
คิรากรหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ยอมผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย แต่ยังคงกักตัวเธอไว้ในวงแขนไม่ยอมปล่อย สายตาคมกวาดมองใบหน้าหวานซึ้งที่ผ่านเรื่องราวร้ายๆ มาด้วยกันนับไม่ถ้วน ความรู้สึกตื้นตันและอิ่มเอมใจตีรวนขึ้นมาในอกจนจุกแน่น
จากผู้ชายที่เคยคิดว่าชีวิตนี้คงไม่มีวันรู้จักคำว่า "ครอบครัว" จากคนที่ใช้ชีวิตอยู่บนความหวาดระแวงและคราบเลือด แต่วันนี้... เขามีทุกอย่างที่มนุษย์คนหนึ่งจะปรารถนาแล้ว ลินินคือบ้าน คือลมหายใจ และคือความอบอุ่นเดียวที่ทำให้หัวใจด้านชาดวงนี้กลับมาเต้นระรัวได้อีกครั้ง
"ขอบคุณนะครับ" เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาอย่างจริงจัง แววตาสั่นไหววูบหนึ่งเมื่อนึกถึงอดีต "ขอบคุณที่อดทนจับมือผมเดินผ่านนรกมาด้วยกัน ขอบคุณที่ให้โอกาสผู้ชายเลวๆ คนนี้ได้สร้างครอบครัว..."
ลินินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตไหวระริก เธอเข้าใจดีว่าคำพูดเหล่านี้มันหนักหนาแค่ไหนสำหรับผู้ชายอย่างคิรากร มือบางเอื้อมขึ้นสัมผัสแก้มสากที่มีไรหนวดเคราจางๆ อย่างทะนุถนอม รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม
"เราผ่านมาด้วยกันแล้วนะครับคีย์ เลิกพูดเรื่องอดีตเถอะนะ ตอนนี้... เรามีอนาคตที่เราสร้างด้วยกันแล้วนี่ไงครับ"
คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นทำให้หัวใจของอดีตมาเฟียหนุ่มพองโตจนคับอก คิรากรโน้มหน้าลงซบหน้าผากเข้ากับหน้าผากของภรรยา หลับตาลงซึมซับความอบอุ่นและกลิ่นกายหอมกรุ่นที่แสนคุ้นเคย ท่ามกลางความเงียบสงบในยามสาย เสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันคือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดว่า... พวกเขาชนะแล้ว ชนะโชคชะตาและกฎเกณฑ์บ้าๆ ทั้งปวง
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขมักผ่านไปรวดเร็วกว่าที่คิด
*กริ๊งงงงงงงงง!*
เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันแสนหวานลงอย่างสิ้นเชิง คิรากรขมวดคิ้วมุ่นทันที ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างรวดเร็ว ดวงตาดิบเถื่อนตวัดกลับคืนสู่ความเย็นชาในเสี้ยววินาที ไม่มีแขกคนไหนควรจะมาเหยียบที่นี่ในเวลานี้ เพราะเขาประกาศตัวชัดเจนแล้วว่าได้ถอนตัวออกจากวงการสีเทาทุกรูปแบบ
ลินินผละออกจากอ้อมแขนแกร่งด้วยความแปลกใจ "ใครมากันครับเช้าขนาดนี้... หรือว่าคุณแม่ส่งของมาให้อีก"
"ไม่ใช่หรอกครับ" คิรากรเอ่ยเสียงต่ำ ร่างสูงก้าวเท้าบังภรรยาไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ สัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกเก็บกดไว้เริ่มตื่นตัวขึ้นมาทีละน้อย "อยู่ตรงนี้ เดี๋ยวผมไปดูเอง"
เขาก้าวเดินยาวๆ ไปที่ประตูหน้าบ้าน มือหนาปลดกลอนและกระชากเปิดออกด้วยความไม่สบอารมณ์ ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องสายตากลับทำให้ลมหายใจของอดีตมาเฟียหนุ่มสะดุดกึก ร่างกายที่เคยผ่อนคลายกลับมาเกร็งเครียดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
ผู้ชายร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มยืนกอดอกพิงเสาประตู ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเจือรอยยิ้มเย็นชาที่เขาจำได้แม่นยำ ดวงตาคู่คมกวาดมองเข้ามาในบ้านก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างของลินินที่ยืนอยู่ด้านหลังคิรากร
"สวัสดีครับคุณคีย์... ดูท่าทางชีวิตใหม่ของคุณจะมีความสุขดีนี่ครับ"
เสียงทุ้มเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง แต่บรรยากาศรอบตัวกลับกดดันจนแทบหายใจไม่ออก คิรากรกัดกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา มือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อลั่นเปรี๊ยะ
*เกมที่คิดว่าจบลงไปแล้ว... กำลังจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในรูปแบบที่อันตรายกว่าเดิม*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรักอันร้อนแรงบทนี้ด้วยกันนะครับ — ภูริศร์
พันธนาการร้ายรอยรักนอกกฎหมาย•ตอนที่ 29
บทพิสูจน์ความรัก
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายรอยรักนอกกฎหมาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!