นิติมานุษยวิทยากับทฤษฎีกลิ่นอายความตาย•ตอนที่ 1

รอยแยกในสุสาน

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นของดินชื้นและซากอินทรีย์ที่ถูกฝังกลบมานานนับพันปี ไม่เคยเป็นเพียงกลิ่นทางวิทยาศาสตร์สำหรับรินรดาค่ะ มันคือกลิ่นอายของกาลเวลาที่หยุดนิ่ง และบางครั้ง… มันก็ส่งกลิ่นเน่าเฟะของความลับที่มนุษย์จงใจซุกซ่อนไว้ใต้ผืนแผ่นดิน "คุณมาเลทสายไปเจ็ดนาทีค่ะ ดร.รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเยียบเย็นและคมกริบดังขึ้นจากความมืดของเต็นท์สนามชั่วคราว รินรดาชะงักฝีเท้า ปลายรองเท้าบูทเปื้อนโคลนหยุดลงห่างจากร่างสูงโปรดิวเซอร์ของเงาในความสลัวเพียงก้าวเดียว เธอไม่ต้องเงยหน้ามองก็รู้ว่าเขาคือใคร—ดร.ศิลา ศัลยแพทย์นิติเวชผู้ยึดถือตรรกะและความเป็นจริงยิ่งกว่าลมหายใจ และเป็นคนที่เธอมักจะต้องปะทะคารมด้วยเสมอในทุกคดีที่เส้นแบ่งระหว่างมานุษยวิทยาและนิติเวชศาสตร์ทับซ้อนกัน รินรดากวาดสายตาผ่านแสงไฟฉายกราดไปทั่วใบหน้าคมสันที่มักจะเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นโลหะของเขากำลังจ้องมองเธอด้วยความระaแคะระคาย เช่นเดียวกับที่เธอมองเขา "การอ่านร่องรอยกระดูกมนุษย์โบราณไม่สามารถเร่งรีบได้ด้วยนาฬิกาข้อมือราคาแพงของคุณหรอกค่ะ ดร.ศิลา" รินรดาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าซ่อนความเฉียบคมไว้ใต้ถ้อยคำสุภาพ "โดยเฉพาะเมื่อไซต์งานนี้ไม่ได้มีแค่โครงกระดูกธรรมดาอย่างที่คุณรายงานเบื้องต้น" ศิลาหัวנסในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแหบพร่าและชวนให้รู้สึกระ1คายเคืองผิวหนังอย่างประหลาด เขาขยับตัวเข้าใกล้จนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นฟอร์มาลีนที่ติดตัวเขามาตลอด "งั้นคุณก็เตรียมใจไว้ให้ดีแล้วกันค่ะ เพราะสิ่งที่คุณกำลังจะได้เห็นหลังรอยแยกของสุสานโบราณนั้น มันท้าทายทุกตำรามานุษยวิทยาที่คุณเคยร่ำเรียนมา หรือแม้แต่… ความทรงจำที่คุณพยายามฝังกลบมันไว้" คำพูดของเขาไม่ใช่แค่การเยาะเย้ย แต่เป็นการจี้จุดดำมืดในใจของเธออย่างจงใจ รินรดากัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นรอยนูน ปมในใจเกี่ยวกับการหายตัวไปของพี่ชายในแหล่งโบราณคดีเมื่อหลายปีก่อนยังคงกรีดแทงจิตใจเธอทุกครั้งที่ต้องลงพื้นที่ และศิลาก็รู้จุดอ่อนนี้ดี ราวกับเขาสามารถมองทะลุผ่านเกราะป้องกันอันเย็นชาของเธอได้ทุกครั้ง ทั้งสองก้าวเดินเคียงกันผ่านแนวเชือกกั้นเขตพื้นที่อันตราย แสงไฟจากสปอตไลท์สนามสาดส่องลงไปยังหลุมขุดค้นลึกสามเมตร ใจกลางไซต์งานโบราณคดีแห่งนี้คือซากปรักหักพังของศาสนสถานโบราณ และณ จุดที่ลึกที่สุด รอยแยกของแผ่นหินขนาดใหญ่ได้เปิดเผยให้เห็นสิ่งที่ถูกซ่อนเร้น ร่างของมนุษย์คนหนึ่งนอนสงบนิ่งอยู่เบื้องล่าง แต่ทว่า… มันไม่ใช่การฝังศพตามธรรมเนียมโบราณที่รินรดาเคยศึกษามาตลอดชีวิต "สภาพศพภายนอกยังคงสภาพดีอย่างน่าประหลาด แม้จะผ่านการจัดวางมาไม่ต่ำกว่าสามร้อยปี" ศิลากล่าวด้วยน้ำเสียงการแพทย์ที่ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ เขาก้าวลงไปในหลุมก่อนแล้วหันมาส่งมือให้เธอ แม้จะไม่อยากยอมรับความช่วยเหลือจากเขา แต่ภูมิประเทศที่ลื่นชันทำให้รินรดาจำต้องยื่นมือไปสัมผัสฝ่ามือหนาที่สวมถุงมือยางนั้น ผิวสัมผัสของเขาร้อนผ่าวตัดกับความเย็นเยือกของบรรยากาศรอบตัว เคมีอันตรายบางอย่างประทุขึ้นในความเงียบงันชั่ววินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกัน ก่อนที่เธอจะชักมือกลับอย่างรวดเร็ว รินรดาก้มตัวลงคุกเข่าลงข้างศพ แสงไฟสาดส่องกระทบโครงกระดูกและเนื้อเยื่อที่แห้งกรังตามกาลเวลา แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดไม่ใช่สภาพความสมบูรณ์ของศพ หากแต่เป็น "การจัดวาง" ข้อมือและข้อเท้าทั้งสองข้างถูกตรึงไว้ด้วยหมุดสำริดโบราณที่มีลวดลายสลักเป็นอักษรภาพปริศนา หน้าอกถูกผ่าเปิดออกด้วยเครื่องมือช่างชั้นดี และสิ่งที่แทนที่หัวใจภายในช่องอกนั้น… คือก้อนหินออบซิเดียนสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟเป็นประกายวาววับราวกับดวงตานับร้อยที่กำลังจ้องมองพวกเขากลับมา "ไม่ใช่การฆาตกรรมเพื่อบูชาัญบานธรรมดาค่ะ" รินรดาพึมพำกับตัวเอง สายตาคมกวาดมองลวดลายบนหมุดสำริดอย่างพินิจพิเคราะห์ "นี่คือพิธีกรรม 'ปิดผนึก' วิญญาณ… ใครบางคนตั้งใจไม่ให้เจ้าของร่างนี้ไปสู่สุคติ" "คุณกำลังใช้ความเชื่อทางไสยศาสตร์มาอธิบายหลักฐานทางนิติเวชอีกแล้วนะคะ ดร.รินรดา" ศิลาโน้มตัวลงมาใกล้จนไหล่ของเขาสัมผัสกับไหล่ของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้วของเธอเมื่อเขาโน้มกระซิบข้างใบหู "ในทางวิทยาศาสตร์ รอยกรีดนี้เกิดจากมีดผ่าตัดสมัยใหม่ที่มีความคมสูง ไม่ใช่มีดสำริดโบราณ… ศพนี้เพิ่งถูกจัดฉากเมื่อไม่นานมานี้เอง" คำพูดของศิลาทำให้รินรดาหันขวับไปมองเขา แววตาสีเทาของเธอบ่งบอกถึงความตกตะลึงระคนสงสัย "คุณหมายความว่าอย่างไรคะ?" ศิหายืดตัวขึ้นเต็มความสูง เขายิ้มมุมปากน้อยๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับเต็มไปด้วยความท้าทายอันตราย ก่อนที่เขาจะใช้ปลายคีมโลหะเขี่ยเศษดินที่ติดอยู่ตรงซอกเล็บของศพออก แล้วหยิบวัตถุชิ้นเล็กๆ ออกมาวางบนฝ่ามือของเขาให้เธอได้เห็นชัดๆ นั่นคือเศษกระดาษชำระเนื้อดีที่เปื้อนคราบหมึกปากการาคาแพง ซึ่งเป็นยี่ห้อเดียวกับที่ใช้ในห้องทำงานของศาสตราจารย์อาวุโสผู้ดูแลโครงการขุดค้นนี้… และยังเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาเก่าของรินรดาเอง ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยคำถามใดออกมา เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของพงหญ้ารอบไซต์งานก็ดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาทางพวกเขาอย่างกะทันหัน "ดร.ศิลา! ดร.รินรดา! รีบขึ้นมาเถอะครับ..." เสียงสั่นเครือของเจ้าหน้าที่สนามตะโกนข้ามรั้วกั้นมาด้วยความตื่นตระหนก "เราเพิ่งพบหลุมศพที่สองในเขตก่อสร้างฝั่งตะวันออก… และสภาพของศพนั้นไม่มีหัวครับ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติมานุษยวิทยากับทฤษฎีกลิ่นอายความตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%