“ค่าพลังเวทมนตร์... ศูนย์จุดสองหน่วย ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของสถาบันถึงห้าเท่า”
เสียงประกาศของอาจารย์ผู้คุมสอบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับไปทั่วทั้งโถงทดสอบ เสียงหัวเราะเยาะหยันที่พยายามกลั้นไว้หลุดออกมาจากมุมมืดของแถวที่นั่งราวกับแมลงวันที่รุมตอมซากศพ ผม – เซวียนหลิน – ยืนนิ่งอยู่หน้าแท่นศิลาเวทมนตร์ที่ไร้ร่องรอยการสั่นไหว มือของผมยังคงวางแนบสนิทอยู่บนพื้นผิวเย็นเฉียบนั้น ไม่มีความตื่นตระหนก ไม่มีความเสียใจ มีเพียงความว่างเปล่าที่ถูกจัดระเบียบไว้อย่างดีภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
“น่าสมเพชจริงๆ เจ้าเด็กนี่... เข้ามาเรียนที่สถาบันอัคนีโลกันต์ได้ยังไงถ้าไม่มีตระกูลหนุนหลัง?”
เสียงกระซิบกระซาบจากเพื่อนร่วมรุ่นดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท ผมไม่ได้หันไปมอง แม้ทฤษฎีเวทมนตร์ในหัวผมจะแน่นปึ้กจนสามารถอธิบายได้ว่าทำไมศิลาถึงวัดค่าพลังผมได้แค่นี้ แต่ในโลกที่ตัดสินกันด้วยตัวเลขปริมาณมหาศาล ความรู้ที่ไม่มี 'ภาชนะ' รองรับก็เป็นได้เพียงแค่ขยะทางปัญญา
ผมถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะดึงมือออกจากศิลา เดินกลับไปยังแถวของตัวเองอย่างเป็นระเบียบ จังหวะก้าวเท้าของผมมั่นคง ราวกับชายหนุ่มที่เพิ่งเดินกลับจากธุระเล็กน้อย ไม่ใช่คนที่เพิ่งถูกตราหน้าว่าเป็น 'ตัวประกอบชั้นบ๊วย' ของรุ่น
“เดี๋ยวสิ... เซวียนหลิน”
เสียงหวานทุ้มที่ทรงพลังและเปี่ยมด้วยอำนาจสั่งให้ฝีเท้าของผมหยุดชะงัก บรรยากาศภายในโถงเปลี่ยนไปทันที ราวกับถูกแรงกดดันบางอย่างบีบอัดจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ อาจารย์เอเลน่า เดินผ่านกลุ่มอาจารย์คนอื่นๆ เข้ามาหาผม เธอเป็นหญิงสาวในชุดคลุมสีดำสนิท เส้นผมสีเงินประกายมุกยาวสลวย และนัยน์ตาสีเงินคู่นั้น... ที่เขาลือกันว่าสามารถมองทะลุถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ
เธอหยุดยืนตรงหน้าผม กลิ่นหอมจางๆ ของหนังสือเก่าและไอเย็นจากเวทมนตร์โชยมาปะทะจมูก สายตาของเธอไม่ได้มองที่ตัวเลข 'ศูนย์จุดสอง' บนศิลา แต่มองลึกลงไปในดวงตาของผม
“ศูนย์จุดสองงั้นหรือ?” เธอถาม น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ากลับดูเหมือนกำลังขบขันกับอะไรบางอย่าง “เธอรู้อะไรไหมเซวียนหลิน ผลการทดสอบนี้ไม่ได้บอกว่าเธอไร้ค่า... แต่มันกำลังบอกว่า 'ภาชนะ' ของเธอถูกปิดตายด้วยพลังที่เธอเองก็ยังควบคุมไม่ได้”
ผมขยับยิ้มบางเบาที่มุมปาก “อาจารย์กำลังปลอบใจผม หรือแค่กำลังสนุกกับการอ่านสิ่งที่อยู่ในหัวผมกันแน่ครับ?”
เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่ริมฝีปากบาง “ทั้งสองอย่างนั่นแหละ... แต่ก็นะ ความคิดของเธอช่างยุ่งเหยิงและน่าสนใจกว่าทฤษฎีเวทมนตร์ที่พวกเด็กพวกนี้ท่องจำมาเป็นไหนๆ”
ท่ามกลางสายตาที่งุนงงของนักเรียนคนอื่น อาจารย์เอเลน่าโน้มตัวลงมาจนใบหน้าของเราห่างกันเพียงคืบ ผมเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในนัยน์ตาสีเงินคู่นั้น ก่อนที่เธอจะกระซิบประโยคที่ทำให้เลือดในกายผมแทบหยุดไหล
“คืนนี้... มาพบฉันที่หอสมุดต้องห้าม ถ้าอยากรู้ว่าทำไมศิลาถึง ‘โกหก’ ถึงขนาดนั้น”
ทันทีที่เธอผละออกไป เสียงสัญญาณบางอย่างก็ดังขึ้นในหัวของผม มันไม่ใช่เสียงของสถาบัน แต่เป็นเสียงของสิ่งที่ไม่ควรจะมีอยู่จริงในโลกใบนี้
[ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขลับ: การยอมรับจากผู้หยั่งรู้]
[ภารกิจระดับ SSS: ก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งโชคชะตาเริ่มต้นขึ้นแล้ว]
[คำเตือน: หากท่านก้าวเข้าสู่หอสมุดต้องห้าม ท่านจะไม่มีวันหวนกลับไปเป็นตัวประกอบที่ไร้ค่าได้อีกต่อไป...]
ผมยืนนิ่งอยู่นานหลังจากที่เธอเดินจากไป ความเงียบงันในโถงทดสอบยังคงอยู่ แต่ในใจของผมกลับเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นที่ไม่อาจปิดบังได้ นี่ไม่ใช่แค่การเริ่มต้นของปีการศึกษา แต่มันคือจุดเปลี่ยนที่เปลี่ยนชีวิตอันสงบสุขของผมไปตลอดกาล
ผมเหลือบมองหน้าต่างสถานะสีฟ้าโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากโถงโดยไม่หันกลับไปมองใครอีก เพราะในคืนนี้... โลกใบนี้จะได้เห็นว่า 'ตัวประกอบ' ที่ทุกคนสมเพช สามารถเขียนโชคชะตาของตัวเองได้น่ากลัวเพียงใด
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทแรกของเรื่องราวนี้แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้านะครับ
ไมโลกับภูตน้อย
ตัวประกอบไร้ค่ากับอาจารย์สาวผู้อ่านใจมนุษย์•ตอนที่ 1
ผลการทดสอบที่น่าสมเพช
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตัวประกอบไร้ค่ากับอาจารย์สาวผู้อ่านใจมนุษย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
