"ถ้าตระกูลหลินยังกล้าส่งคนมาป้วนเปี้ยนแถวไร่ของเราอีก ดิฉันคงต้องคิดค่าธรรมเนียมการเหยียบแผ่นดินเพิ่มเป็นสิบเท่าแล้วค่ะพี่ศิลา"
เสียงหวานใสที่เจือไปด้วยความขบขันระคนเย้ยหยันดังขึ้น ท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่วบดที่อบอวลไปทั่วทั้งเรือนกระจก ลินินสะบัดปลายปากกาขนนกในมือลงบนสมบัญชีเล่มหนา ตัวเลขกำไรสุทธิรอบสัปดาห์นี้พุ่งทะยานสูงจนน่าใจหาย สวนทางกับใบหน้าบึ้งตึงของบรรดาญาติจอมปลอมที่เคยมาบีบน้ำตาขอส่วนแบ่งผลผลิตในไร่ลิบลับ
ศิลาเงยหน้าขึ้นจากกระสอบเมล็ดกาแฟชั้นดีที่เขาเพิ่งแบกเข้ามา มือหนาสากระคายจากการจับอาวุธและงานไร่เอื้อมไปหยิบผ้าขนับมาเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก สายตาคมกริบที่เคยใช้มองข้าศึกในสนามรบ บัดนี้ทอดมองภรรยาคนสวยด้วยประกายความคลั่งรักและเอ็นดูจนแทบจะกลืนกิน
"ปล่อยให้พวกเขาดิ้นรนไปเถอะค่ะน้องลินิน ตอนนี้ต่อให้เอาเงินมาฟาดหัวเราเป็นภูเขา น้องก็คงไม่ชายตาแลตระกูลนั้นแล้วกระมัง" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลากเก้าอี้ไม้เข้ามาใกล้ร่างบางที่กำลังนั่งยิ้มรับกับตัวเลขในสมุดบัญชี ก่อนจะวางมือใหญ่ลงบนกลุ่มผมนุ่มอย่างเบามือ
"แน่นอนอยู่แล้วค่ะ เงินทุกเหรียญที่ลินินหามาได้มาจากหยาดเหงื่อและมิติลับอันวิเศษ จะเอาไปละลายทิ้งกับคนพวกนั้นได้อย่างไรกัน" นางเอกสาวหัวการค้าหัวเราะคิกคัก ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้าด้วยความมั่นใจ
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน ชื่อเสียงของ "กาแฟดริปสูตรพิเศษ" และ "ขนมปังอบเนยสดมิติต่างโลก" ได้สร้างปรากฏการณ์สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งเมืองหลวงและหัวเมืองรอบนอก สินค้าล็อตแรกที่ลินินตั้งใจผลิตเพื่อทดลองตลาด ถูกกว้านซื้อเกลี้ยงเกลาภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง บรรดาคุณหนูตระกูลใหญ่และพ่อค้าวานิชผู้ทรงอิทธิพลต่างแย่งชิงกันยิ่งกว่าทองคำเปลว จนราคาประมูลพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว
และนั่นคือที่มาของความโกลาหลในเช้าวันนี้...
"คุณลินินขอรับ! คุณลินิน!" เสียงตะโกนลั่นของคนงานหนุ่มดังลอยมาแต่ไกล ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดยืนหอบหายใจโยนที่หน้าประตูเรือนกระจก "แย่แล้วขอรับ... เอ่อ ไม่ใช่สิ ดีใจต่างหาก! หน้าไร่ของเราตอนนี้... มีรถม้าตราประทับตระกูลขุนนางใหญ่มาจอดเรียงรายเต็มไปหมดเลยขอรับ พวกเขาบอกว่าจะขอเหมาซื้อเมล็ดกาแฟคั่วบดล็อตใหม่ล่วงหน้าทั้งหมด ยอมจ่ายไม่อั้นเลยด้วยขอรับ!"
ลินินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด นางวางปากกาลงอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปสบตากับสามีหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกาย
"เห็นไหมคะพี่ศิลา ลูกค้ากระเป๋าหนักมาเคาะประตูบ้านเราอีกแล้วค่ะ" ลินินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยด้วยท่าทางสง่างามสมกับเป็น “คุณหนูสายฟาด” ตัวจริง เสียงหัว;เราะเบาๆ ในลำคอแสดงถึงความพึงพอใจอย่างยิ่ง
ศิลายืนขึ้นเต็มความสูงเช่นกัน ร่างหนาขยับเข้าไปบังหน้าภรรยาโดยสัญชาตญาณ แม้ในยามนี้พวกเขาจะร่ำรวยและมีชื่อเสียงขจรไกลเพียงใด แต่สัญชาตญาณของอดีตนายทหารผู้ผ่านศึกก็ยังคงระแวดระวังภัยรอบตัวเสมอ มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวเล็กของภรรยาไว้แน่น
"ไม่ว่าใครจะหน้าไหน ถ้าย่างก้าวเข้ามาด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ พี่จะจัดการเองค่ะน้องลินิน" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น ทว่าแววตาที่มองภรรยาช่างอ่อนโยนเสียจนน่าหมั่นไส้
"โธ่ พี่ศิลาก็... วันนี้เรากำลังจะรับทรัพย์ก้อนโตนะคะ จะทำหน้าดุใส่แขกเหรื่อไม่ได้หรอกค่ะ" ลินินหัวเราะร่วน นางดึงมือออกจากกราบการกุมเพียงเล็กน้อยก่อนจะคล้องแขนสามีหนุ่มแน่น "ไปค่ะ ไปดูหน้าคนที่กล้ามาเหมาซื้อกาแฟของเรากันหน่อยดีกว่า ว่าจะกระเป๋าหนักสมคำร่ำลือหรือเปล่า"
สองสามีภรรยาเดินเคียงคู่กันออกมายังลานหน้าไร่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือรถม้าหรูหราถึงสามคันประดับประดาด้วยทองคำและอัญมณี บ่งบอกถึงฐานะอันสูงส่งของผู้มาเยือน บรรดาพ่อบ้านและองครักษ์ในชุดเครื่องแบบประณีตยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่มายืนมุงดูด้วยความตื่นตระการตา
ประตูรถม้าคันกลางค่อยๆ เปิดออก ปรากฏร่างของสตรีสูงวัยในชุดกำมะหยี่สีม่วงเข้ม ใบหน้าประดับด้วยเครื่องเพชรระยิบระยับ แม้จะร่วงโรยไปตามกาลเวลาแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจ นางคือ “ฮูหยินใหญ่ตระกูลเฉิน” คหบดีผู้ผูกขาดการค้าใบชาและเครื่องดื่มเกือบครึ่งอาณาจักร
ฮูหยินเฉินกวาดสายตามองรอบไร่ด้วยความดูแคลนเล็กน้อย ก่อนจะมาสะดุดอยู่ที่ร่างของลินินและศิลาที่ยืนต้อนรับด้วยรอยยิ้มการค้า
"เจ้าหรือ... สะใภ้ตระกูลศิลาที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังในเมืองหลวงช่วงนี้" ฮูหยินเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสูงเชิด ใบหน้าเชิ่ดขึ้นเล็กน้อยราวกับมองลงมาจากที่สูง "ข้าเดินทางมาไกลเพื่อพิสูจน์ว่า กาแฟบ้านๆ ของเจ้ามันวิเศษวิโสมาจากไหน ถึงกล้าตั้งราคาสูงลิ่วจนน่าเกลียดนัก"
บรรยากาศรอบบริเวณพลันเงียบกริบลงทันที คนงานในไร่และชาวบ้านต่างกลั้นหายใจรอชมเหตุการณ์ระทึก
ลินินไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย รอยยิ้มบนใบหน้าหวานยังคงงดงามและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ นางก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปล่อยให้สามีคอยยืนคุ้มกันอยู่เบื้องหลังอย่างรู้ใจ
"เรียนท่านฮูหยินเฉินผู้สูงศักดิ์ สินค้าของไร่เราไม่ได้มีดีแค่ราคาแพงหรอกค่ะ แต่คุณภาพและความใส่ใจต่างหากที่ทำให้ลูกค้าเต็มใจควักกระเป๋าจ่าย หากท่านเดินทางมาเพื่อต่อรองราคาเกรงว่าจะเสียเวลาเปล่า เพราะสินค้าล็อตนี้ของดิฉัน... มีเจ้าاحจองหมดแล้วตั้งแต่ยังไม่ทันคั่วเสร็จเสียอีกค่ะ"
คำพูดตอกกลับอย่างนิ่มนวลแต่เชือดเฉือนทำเอาฮูหยินเฉินหน้าชาไปวูบหนึ่ง นางหรี่ตามองสะใภ้บ้านนอกผู้นี้อย่างประเมินค่า
"สามหาว! เจ้ารู้จักข้าพ้าน้อยน้อยไปเสียแล้ว ข้าต้องการซื้อทั้งหมดนี่ ไม่ว่าเจ้าจะตั้งราคาเท่าไหร่ ข้าจ่ายไม่อั้น!" ฮูหยินเฉินกระแทกเสียงกร้าวด้วยความไม่พอใจ
ลินินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับ นางหยิบเมล็ดกาแฟคั่วหอมกรุ่นถุงเล็กออกจากมิติลับมาถือไว้ในมือ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณจนทุกคนต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ
"เสียใจด้วยจริงๆ ค่ะท่านฮูหยิน..." ลินินยิ้มหวานหยดย้อย ส่งสายตาท้าทาย "เพราะต่อให้ท่านมีเงินล้นฟ้า แต่ถ้าไร่ของเราไม่ต้อนรับ... ท่านก็ไม่มีสิทธิ์ได้แม้แต่เมล็ดเดียวค่ะ"
ฮูหยินเฉินโกรธจนตัวสั่น ง้างมือขึ้นเตรียมตบสั่งสอน แต่ทว่า...
ฉับพลันนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าจำนวนมากก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากเส้นทางหลัก พร้อมกับธงสัญลักษณ์ประจำกองอัศวินหลวงที่โบกสะพายกลางอากาศ รถม้าคันสุดท้ายที่จอดปิดท้ายขบวนของฮูหยินเฉินค่อยๆ เปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด—องค์ชายรัชทายาทผู้เก็บตัวเงียบมานานหลายปี ก้าวลงมาพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ และเอמהขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวาน
"ดูเหมือนว่าข้าจะมาขัดจังหวะการค้าขายสำคัญของเจ้าบ้านเสียแล้วกระมัง... แม่นางลินิน"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนรสชาติความฟีลกู๊ดและการฟาดฟันไปด้วยกันเสมอนะคะ
(นามปากกา: เบเกอรี่มิติต่างโลก)
คุณหนูสายฟาดกับไร่กาแฟดริปของสามีหน้าตาย•ตอนที่ 17
ชื่อเสียงที่ขจรไกล
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาดกับไร่กาแฟดริปของสามีหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!