วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สลักนามเซียนจอมกบฏ•ตอนที่ 1

ฟื้นคืนในร่างสวะ

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
“เจ้ามันก็แค่สุนัขรับใช้ที่รอวันตาย หากข้าลงกระบี่ซ้ำอีกครา วิญญาณของเจ้าคงไม่เหลือแม้แต่เศษธุลีให้ปรโลกจดจำ” เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยไอสังหารดังก้องอยู่เหนือศีรษะ ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายดุจเข็มพันเล่มทิ่มแทง หลี่มู่หยางพยายามลืมตาขึ้น แต่เปลือกตาของเขานั้นหนักอึ้งดั่งขุนเขาที่ถูกทับถมด้วยกาลเวลา กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในอากาศผสานกับกลิ่นอับชื้นของโคลนตมทำให้เขารู้สึกสะอิดสะเอียน ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงนี้เปราะบางเกินไป... ราวกับแก้วที่พร้อมจะแตกสลายได้เพียงแค่ลมพัดผ่าน “น่าสมเพชนัก...” ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าคือชายหนุ่มในชุดสีครามของศิษย์สำนักกระบี่เมฆาคล้อย มันแสยะยิ้ม มองดูร่างที่จมกองเลือดด้วยสายตาเวทนาปนสมเพช ก่อนจะถ่มน้ำลายลงบนพื้นดินข้างใบหน้าของหลี่มู่หยาง “จำไว้ให้ดี หากชาติหน้ามีจริง จงอย่าได้ริอาจเงยหน้ามองยอดเขาที่เจ้าไม่มีวันเอื้อมถึง” สิ้นคำกล่าว ร่างนั้นก็สะบัดชายผ้าเดินจากไปทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนทรมาน ทว่า ในความมืดมิดที่กำลังกลืนกินสติสัมปชัญญะของร่างนี้ กลับมีบางสิ่งบางอย่างเคลื่อนไหว... เหมือนกับแสงดาวที่จุดประกายขึ้นท่ามกลางมหาสมุทรแห่งความว่างเปล่า *‘ความตาย... ข้าผ่านมันมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว เหตุใดครั้งนี้ถึงได้หนาวเหน็บถึงเพียงนี้?’* หลี่มู่หยางถามตัวเองในใจ ทันใดนั้น ความทรงจำที่มิใช่ของเขาไหลทะลักเข้ามาดั่งเขื่อนแตก ภาพการถูกทารุณกรรม การโดนแย่งชิงทรัพยากรบำเพ็ญเพียร และความอัปยศอดสูที่ชายหนุ่มผู้นี้ได้รับมาตลอดสามปีในฐานะ ‘ศิษย์สวะ’ ผู้ไร้รากปราณ แต่ขณะเดียวกัน ความทรงจำอีกชุดหนึ่ง... อันเป็นความทรงจำที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่กว่าสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ก็ตื่นขึ้นจากการหลับใหล วิชาเทพกระบี่ไร้ลักษณ์! เคล็ดลับการบำเพ็ญที่แม้แต่เทพเซียนยังต้องก้มหัวให้! หลี่มู่หยางกัดฟันแน่นจนเลือดซึมออกมาจากริมฝีปาก เขาข่มความเจ็บปวดที่ราวนรกมาเยือน ปรับลมหายใจเข้าลึกๆ แม้เส้นชีพจรทั่วร่างจะแตกละเอียดเกือบหมดสิ้น แต่เขายังเหลือจุด ‘ตานเถียน’ ที่แม้จะตีบตัน แต่ยังมีร่องรอยของปราณหยินที่หลงเหลืออยู่ *‘ข้ากลับมาแล้ว... ในร่างที่ต่ำต้อยที่สุดงั้นรึ? ช่างน่าขบขันยิ่งนัก’* ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาที่เคยหม่นแสงค่อยๆ ปรากฏประกายคมปลาบดุจกระบี่กล้า เขายันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เลือดไหลซึมออกจากบาดแผลตามร่างกายจนเปียกโชก แต่เขากลับไม่สะทกสะท้าน จิตวิญญาณระดับมหาเทพที่เคยคว่ำกระดานสวรรค์มาแล้ว ไม่เคยยอมจำนนต่ออุปสรรคเพียงเท่านี้ เขาสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากเบื้องหลัง เป็นบรรยากาศที่คุ้นเคย... กลิ่นอายหิมะนิรันดร์และดอกบัวน้ำแข็งที่ไม่มีวันเหี่ยวเฉา “เจ้า... ยังไม่ตาย?” เสียงหวานล้ำที่กังวานดุจระฆังแก้วดังขึ้นจากความมืด นางยืนตระหง่านอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมสีขาวนั้นงดงามประดุจงานประติมากรรมจากสวรรค์ ดวงตาคู่นั้นเย็นชาและห่างเหิน แต่มันกลับสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อมองเห็นแววตาของศิษย์สวะที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง นางคือเซียนจื่อเวย... ศิษย์เอกแห่งยอดเขาเหมันต์ ผู้ที่คนทั้งสำนักต่างยำเกรงและหมายปอง “เหตุใดเจ้าจึงยังพยายามที่จะยืนขึ้น? ในเมื่อต่อให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไป เจ้าก็เป็นได้เพียงแค่ขยะที่ถูกทอดทิ้งไว้ข้างทาง” น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความกังขาที่ซ่อนอยู่ลึกๆ หลี่มู่หยางหันไปมองนาง เขาไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวหรือเทิดทูนเฉกเช่นศิษย์คนอื่นๆ แต่สายตานั้นกลับเรียบเฉย... ราวกับเขามองเห็นความเป็นไปของจักรวาลในดวงตาคู่นั้นของนาง “ขยะหรือ?” หลี่มู่หยางทวนคำ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่ทรงพลังอย่างประหลาด “หากข้าเป็นขยะ เช่นนั้นโลกใบนี้ก็คงเป็นเพียงกองขยะที่ใหญ่เกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการถึงได้แล้ว” เซียนจื่อเวยนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง มือที่ถือกระบี่น้ำแข็งกระชับแน่นขึ้น ไอเย็นกระจายตัวรอบกายจนใบไม้รอบข้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง “เจ้าเปลี่ยนไป... หรือความตายทำให้เจ้าเสียสติไปแล้ว?” “ไม่เลย” หลี่มู่หยางก้าวเท้าก้าวแรกอย่างมั่นคง แม้ร่างจะโอนเอน “เพียงแต่ข้าเพิ่งตระหนักได้ว่า... โลกที่ข้าจากมานั้นสูงส่งเกินกว่าจะมานั่งร้องไห้ฟูมฟายกับรอยแผลที่คนไร้ค่ามอบให้” เขาสะบัดนิ้วเบาๆ ปราณที่ดูเหมือนไม่มีอะไรกลับกลายเป็นกระแสคลื่นที่มองไม่เห็น พุ่งตรงเข้าหากิ่งไม้ที่เซียนจื่อเวยยืนอยู่ เสียงเปรี๊ยะดังขึ้นพร้อมกับกิ่งไม้นั้นที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ นางกระโดดลงมาอย่างแผ่วเบา รัศมีกระบี่ที่นางปล่อยออกมาปะทะเข้ากับปราณของหลี่มู่หยางจนเกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบในยามค่ำคืน ความเย็นชาในแววตาของเซียนจื่อเวยจางหายไป แทนที่ด้วยความสงสัยที่ลึกซึ้งกว่าเดิม นางย่างสามขุมเข้ามาใกล้ จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แปลกปลอมจากร่างของหลี่มู่หยาง... กลิ่นอายที่ทรงพลังและเก่าแก่ยิ่งกว่าหอคัมภีร์ในแดนเซียนเสียอีก “เจ้าเป็นใครกันแน่?” นางเอ่ยถาม น้ำเสียงแผ่วเบาลงราวกับกลัวจะทำลายความลับที่เพิ่งค้นพบ หลี่มู่หยางยังไม่ทันตอบคำถาม ทันใดนั้น ร่างของเขาก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ไอพลังจากบรรพกาลที่ถูกผนึกไว้ในจุดตานเถียนเริ่มปั่นป่วน ราวกับมีกระบี่นับหมื่นเล่มกำลังกระชากร่างเขาจากภายใน ท้องฟ้าเหนือยอดเขาสั่นสะเทือน เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องดุจมังกรทองแผดเสียงรับทัณฑ์สวรรค์ เมฆาสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางความมืดมิด! นี่ไม่ใช่ทัณฑ์สวรรค์ทั่วไป... นี่คือสัญญาณการตื่นขึ้นของ 'วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์' ที่แท้จริง! เซียนจื่อเวยเบิกตากว้าง นางสัมผัสได้ถึงพลังที่กดทับลงมาจนลมหายใจติดขัด “นี่เจ้า... กำลังจะทำอะไร? อย่าบอกนะว่าเจ้าจะทะลวงระดับพลังในสภาพที่ร่างแหลกเหลวเช่นนี้!” หลี่มู่หยางไม่ได้ตอบ แต่เขาหันไปมองนางด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว “หลบไปเสีย หากไม่อยากถูกรัศมีของวิถีแห่งข้าบดขยี้จนวิญญาณแตกสลาย” เขาชูมือขึ้นว่างเปล่า อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวจนมองเห็นเส้นสายของปราณที่ก่อตัวเป็นรูปร่างกระบี่โปร่งใส... กลิ่นอายแห่งความตายและอำนาจการทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวกำลังจะระเบิดออกในวินาทีถัดไป! ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเส้นทางแห่งวิถีกระบี่ของข้า "พยัคฆ์ขาวคำราม" นะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สลักนามเซียนจอมกบฏ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%