บันทึกรสหวานในครัวเรือนของสะใภ้ข้ามยุค•ตอนที่ 1

ฟื้นคืนชีพในกระท่อมร้าง

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
“ข้าบอกให้แกไสหัวออกไปตายที่อื่น ไม่ใช่มานอนเน่าส่งกลิ่นเหม็นอยู่ในกระท่อมของตระกูลจางให้เสนียดติดฝาเรือน!” เสียงแหลมสูงบาดหูของแม่เฒ่าจางดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท พร้อมกับแรงกระชากที่ไหล่ซ้ายจนร่างของหลินซูเหยาสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่เส้นประสาททุกอณู กลิ่นอับชื้นของดินโคลนและกลิ่นสาบของฟางข้าวเก่าๆ ตลบอบอวลอยู่ในจมูกจนแทบหายใจไม่ออก หลินซูเหยาพยายามลืมตาขึ้น ภาพที่พร่ามัวค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเป็นเพดานไม้ผุพังที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าควัน เธอไม่ได้อยู่ในห้องแล็บวิจัยเทคโนโลยีอาหารแห่งอนาคต... และเธอก็ไม่ได้กำลังนอนอยู่บนเตียงคนไข้ในโรงพยาบาล “อ้อแอ้... หิว... หิวจะขาดใจ...” เสียงที่หลุดออกมาจากลำคอของเธอนั้นแหบพร่าและเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของคนใกล้ตาย เธอพยายามขยับมือที่สั่นเทา แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าและผิวหนังที่กร้านแข็งจากการตรากตรำทำงานหนัก “ไม่ต้องมาทำเป็นเรียกร้องความสงสาร! ตลอดสามวันที่ผ่านมา แกมันก็แค่ตัวกินแรงงานเปล่าๆ สามีแกส่งเงินมาไม่กี่หยวน แกกลับเอาไปกินทิ้งกินขว้างจนหมด วันนี้ถ้าแกยังหาอะไรมากินไม่ได้ ก็เตรียมตัวไปนอนในหลุมศพได้เลย เพราะคนอย่างข้าจะไม่เสียค่าแป้งทำศพให้คนไม่เอาถ่านอย่างแกแน่!” แม่เฒ่าจางถ่มน้ำลายลงบนพื้นดินข้างตัวเธอ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกไปพร้อมกับเสียงปิดประตูดังสนั่น ทิ้งให้หลินซูเหยาจมอยู่กับความเงียบงันและความหิวโหยที่กัดกินกระเพาะจนแทบม้วนตัว *นี่คือเรื่องจริงงั้นหรือ...* หลินซูเหยาสูดหายใจเข้าลึก ความทรงจำที่แปลกปลอมหลั่งไหลเข้ามาดั่งเขื่อนแตก เธอคือหลินซูเหยา สะใภ้ที่ถูกตระกูลจางขับไล่มาทิ้งไว้ในกระท่อมร้างท้ายหมู่บ้านเพราะร่างกายอ่อนแอเกินกว่าจะทำงานหนักในไร่นาได้ เธอถูกทิ้งให้อดตายมาสามวันเต็มๆ โดยไม่มีแม้แต่น้ำสักหยดตกถึงท้อง ความทรงจำสุดท้ายของร่างนี้คือความสิ้นหวัง แต่ทว่า... สำหรับหลินซูเหยาคนใหม่ ความสิ้นหวังไม่ใช่จุดจบ เธอพยายามยันกายลุกขึ้น แม้กระดูกจะลั่นประท้วงด้วยความเมื่อยขบ ทันใดนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นแสงสีทองจางๆ วูบไหวอยู่ในห้วงความคิด ความรู้สึกประหลาดที่คุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ... มิติฟาร์มส่วนตัว! *มันยังอยู่...* ในห้วงลึกของจิตใจ พื้นที่สีเขียวขจีที่เธอเคยใช้ทดลองพืชพันธุ์อัจฉริยะยังคงอยู่ที่นี่ แม้ตัวเธอจะข้ามยุคมายังโลกที่ขาดแคลนเช่นนี้ แต่มิติฟาร์มที่เปี่ยมไปด้วยทรัพยากรอาหารระดับโลกยังคงอยู่กับเธอ! เธอใช้สมาธิเพียงเสี้ยววินาที จิตสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของข้าวหอมมะลิใหม่ที่เพิ่งสีเสร็จ กลิ่นหอมของผักสดที่ปนเปื้อนด้วยกลิ่นดินสะอาดๆ หลินซูเหยาสั่งจิตให้นำ 'โจ๊กข้าวพองเนื้อเนียน' ออกมาในปริมาณที่พอเหมาะ ความร้อนที่สัมผัสผ่านถ้วยเซรามิกในมือนั้นเสมือนดั่งปาฏิหาริย์ เธอตักโจ๊กคำแรกเข้าปาก ความอบอุ่นไหลผ่านหลอดอาหารปลุกเร้าเซลล์ในร่างกายที่แทบจะดับสูญให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ความหิวที่เคยทรมานถูกแทนที่ด้วยพลังงานที่ไหลเวียนไปทั่วร่าง ดวงตาของเธอเปลี่ยนจากความเลื่อนลอยเป็นความเด็ดเดี่ยวและคมกล้า *แม่เฒ่าจาง... คุณอยากให้ฉันตายงั้นหรือ? น่าเสียดายที่สวรรค์ยังไม่อยากรับตัวฉันไปตอนนี้ และจากนี้ไป... ความหิวโหยจะเป็นเรื่องตลกที่สุดที่คุณเคยเจอ* ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้นหน้ากระท่อม ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ดูรีบร้อน “ซูเหยา! เจ้ายังอยู่ไหม? ข้ากลับมาแล้ว!” น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด หลินซูเหยาเงยหน้าขึ้นมองบุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่มอมแมมไปด้วยฝุ่นดิน เขาคือ 'จางหย่งเหอ' สามีที่ทุกคนต่างบอกว่าเขาตายในสงคราม แต่ในวันนี้เขากลับยืนอยู่ตรงหน้าเธอด้วยดวงตาที่แดงก่ำและลมหายใจหอบถี่ เขารีบถลาเข้ามาประคองร่างของเธอที่เพิ่งลุกนั่งได้ไม่มั่นคง มือหนาของเขาเย็นเฉียบแต่กลับโอบกอดเธอไว้ด้วยความห่วงใยที่สัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณ “ข้าขอโทษ... ข้าช้าไป ข้าไม่รู้เลยว่าพวกนั้นจะใจร้ายกับเจ้าถึงเพียงนี้!” หลินซูเหยามองใบหน้าของบุรุษตรงหน้า แม้เขาจะดูเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล แต่แววตาที่เขามองมายังเธอนั้นไม่มีความเสแสร้งปะปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือความรักที่ซื่อตรงดั่งหินผาที่เฝ้าคอยปกป้องสิ่งที่ตนรัก ทว่า... ในจังหวะที่จางหย่งเหอกำลังจะเปิดปากพูดอะไรบางอย่าง เขาก็ชะงักไป ดวงตาคมกริบของเขาเหลือบไปเห็นถ้วยโจ๊กที่วางอยู่ข้างตัวเธอ ถ้วยที่ดูสะอาดสะอ้านและมีกลิ่นหอมกรุ่นที่ไม่อาจหาได้ในหมู่บ้านที่กันดารแห่งนี้ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่จางหย่งเหอจะเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อนและแฝงไปด้วยความหวาดระแวงบางอย่าง “ซูเหยา... เจ้าไปเอาอาหารนี่มาจากไหน? ในเมื่อในบ้านนี้ไม่มีแม้แต่ข้าวสารสักกำมือ!” กลิ่นหอมของโจ๊กเข้มข้นเริ่มฟุ้งกระจายออกจากกระท่อมร้าง ลอยไปตามสายลมยามเย็น สู่บ้านหลักของตระกูลจางที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก และดูเหมือนว่าแม่เฒ่าจางที่กำลังเตรียมจะตั้งวงด่าทอสะใภ้อยู่ในเรือนใหญ่ จะได้กลิ่นอาหารอันโอชะที่เหนือชั้นกว่าอาหารในมื้อเย็นของนางหลายเท่าตัวแล้ว ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "มนตรากรรมสะท้อน" นะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรสหวานในครัวเรือนของสะใภ้ข้ามยุค นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%