กระบี่ทะยานฟ้าท้าสัจธรรม•ตอนที่ 15

ประตูมิติบรรพกาลเปิดออก

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
ความเงียบงันที่แผ่ขยายอยู่เบื้องหน้า หนาวเหน็บเสียยิ่งกว่าน้ำค้างแข็งในหุบเขาอสูรหมื่นปี ดวงตาของไป๋จิงเฉินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายชะงักงันไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ไหลซึมผ่านอุ้งมือของมู่หรงหลาน... มือที่บัดนี้กำลังสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ "หลานเอ๋อร์..." เสียงทุ้มต่ำของไป๋จิงเฉินหลุดรอดไรฟันออกมาด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ภายในอกของบุรุษผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ คล้ายมีค้อนเหล็กนับหมื่นจู่โจมซัดสาดเข้าใส่ มู่หรงหลาน นางเซียนผู้สง่างาม เย็นชาดั่งรูปสลักน้ำแข็ง ไร้ความสะทกสะท้านต่อสรรพสิ่งในใต้หล้า บัดนี้ปลายนิ้วเรียวยาวกลับเย็นเยียบดั่งซากศพ ไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างของนางไม่ใช่พลังปราณแห่งเหมันต์ธรรมดา หากแต่เป็น "คำสาปโลหิตนทีสวรรค์" คำสาปโบราณที่สืบทอดมาในราชตระกูลแห่งวังน้ำแข็งเก้าชั้นฟ้า ซึ่งจะกัดกินวิญญาณของผู้ใช้ทุกครั้งที่ฝืนดึงพลังระดับเซียนแท้จริงออกมา มู่หรงหลานเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด นางดึงมือกลับช้าๆ พยายามซ่อนความอ่อนแอไว้เบื้องหลังม่านตาที่ว่างเปล่า ทว่าไอร้อนระอุที่เกิดจากการฝืนโคจรลมปราณกลับพ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ นางเชิดใบหน้าอันงดงามล่มเมืองขึ้นเล็กน้อย มองสบตาบุรุษผู้เป็นเจ้าของดวงใจ น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งสายน้ำนิ่งสนิท ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยจนแทบจับสังเกตไม่ได้ "จิงเฉิน... ข้าไม่เป็นไร" "เจ้าโกหกข้า" ไป๋จิงเฉินแค่นเสียงลอดไรฟัน แววตาคมกริบดั่งคมกระบี่วาวโรจน์ด้วยโทสะที่พุ่งพล่าน ไม่ใช่โทสะที่มีต่อศัตรู แต่เป็นความเจ็บปวดที่เห็นสตรีผู้เดียวในดวงใจต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้เพียงลำพัง "คำสาปนั่นกำลังกัดกินเส้นชีพจรปราณของเจ้า เหตุใดจึงไม่ยอมบอกข้า? คิดว่าวิชาดาบไร้ลักษณ์ของข้า เป็นเพียงของประดับกายที่ใช้ชมเล่นในยุทธภพงั้นหรือ?" มู่หรงหลานหลับตาลงชั่วพริบตา ปล่อยให้สายลมยามวิกาลพัดผ่านเส้นผมสีดำสนิทที่ไหวระต้นคอ นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวดที่กำลังแผดเผาแก่นแท้พลังยุทธ์ ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายความเด็ดเดี่ยวเย็นชาฉายชัดขึ้นมาแทนที่ความอ่อนแอเมื่อครู่ "ในเส้นทางแห่งเต๋าที่ท่านเลือกเดิน... มีเพียงกระบี่และสัจธรรมที่เที่ยงแท้ ข้า... มู่หรงหลาน ไม่เคยปรารถนาเป็นภาระถ่วงรั้งการทะยานขึ้นสู่ห้วงนภาของท่าน" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น แม้ร่างกายจะยังคงสั่นเทา "หากวันนี้พวกเราไม่อาจเปิดประตูมิติบรรพกาลได้ ทั้งข้าและท่าน... ล้วนต้องดับสูญ ณ ที่แห่งนี้อยู่ดี" ไป๋จิงเฉินนิ่งงันไป คำพูดของนางราวกับกระบี่คมกริบที่กรีดแทงเข้าที่กลางใจ บาดแผลในอดีตจากการสูญหายของสำนักดั้งเดิมผุดขึ้นมาซ้อนทับกับภาพตรงหน้า ในอดีตเขาปกป้องใครไม่ได้เลย ปล่อยให้สำนักต้องมอดไหม้ในกองเพลิงแห่งโชคชะตา บัดนี้... สตรีที่เขามอบหัวใจให้ ก็กำลังจะดับสลายไปต่อหน้าต่อตาเช่นนั้นหรือ? "เหลวไหล!" ไป๋จิงเฉินคำรามลั่น ประกายแสงสีทองเจิดจ้าพวยพุ่งออกจากร่าง ทะลวงทะยานขึ้นสู่ท้องนาราราวกับเสาอัคคีค้ำฟ้า ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกอย่างไร้ขอบเขต แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับปฐพีจนแผ่นดินเบื้องล่างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ก้อนหินยักษ์นับพันชิ้นลอยเคว้งคว้างขึ้นไปในอากาศก่อนจะแหลกสลายกลายเป็นฝุ่นผงในพริบตา เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวนางในชั่วลมหายใจ วงแขนแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าโอบประคองร่างบอบบางเข้าสู่อ้อมอกอย่างไม่ลังเล มู่หรงหลานสะดุ้งเล็กน้อย ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาปะทะกับไอกลันเหมันต์ในกายจนเกิดเสียงดัง "ซ่า..." ราวกับน้ำเดือดสาดใส่แผ่นน้ำแข็ง แต่นางไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้ตนเองจมดิ่งลงสู่อ้อมอกที่นางโหยหามาตลอดชีวิต "ฟังให้ดี... มู่หรงหลาน" น้ำเสียงของไป๋จิงเฉินอ่อนลง ทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจเด็ดขาดที่ไม่มีผู้ใดกล้าปฏิเสธ "ชีวิตของเจ้า อยู่ในกำมือของข้า... ของไป๋จิงเฉินผู้นี้ แม้แต่ฟ้าดินก็ไม่มีสิทธิ์พรากเจ้าไปจากข้า ต่อให้ต้องพลิกคว่ำสวรรค์เก้าชั้นฟ้า หรือสับเปลี่ยนวัฏสงสาร ข้าก็จะลากพวกมันมารับทัณฑ์กระบี่ของข้าให้จงได้!" หัวใจของมู่หรงหลานกระตุกวูบ หยาดน้ำใสเอ่อคลอขึ้นที่หางตาเล็กน้อย ก่อนจะถูกพลังปราณระเหยหายไปอย่างไร้ร่องรอย นางซบใบหน้าลงกับแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของโลหิตและคมดาบ ความหวาดกลัวต่อความตายที่กัดกินจิตใจมาเนิ่นนานพลันมลายหายสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยาย "อืม..." นางพยักหน้ารับเบื้องอกเขา ในวินาทีนั้นเอง พื้นดินเบื้องหน้าของคนทั้งสองก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่! ใจกลางหุบเขาที่เคยราบเรียบ กลับยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกไร้ก้นบึ้ง เสาหินโบราณขนาดมหึมาแปดต้นผุดขึ้นจากใต้พิภพ แต่ละต้นสลักลวดลายอักขระเทวะสีเลือดที่ส่องแสงเรืองรอง บรรยากาศรอบด้านบิดเบี้ยวราวกับกระจกที่กำลังจะแตกละเอียด เสียงคำรามต่ำดั่งเสียงมังกรบรรพกาลคำรามจากใต้ภพดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วทั้งสามโลก *โครมมม—!* ม่านพลังไร้形 (ไร้รูปร่าง) สีดำสนิทแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง กลืนกินแสงดาวบนท้องฟ้าจนมืดมิด ในความมืดมิดนั้น ประตูบานยักษ์สูงเสียดฟ้าที่สร้างจากกระดูกมังกรและทองคำโบราณค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ ไอพลังเซียนอันบริสุทธิ์และทรงพลังอย่างหาที่สุดไม่ได้ทะลักล้นออกมา ปลุกเร้าจิตวิญญาณทุกดวงในรัศมีหมื่นลี้ให้สั่นสะท้าน ไป๋จิงเฉินกวาดสายตามองประตูมิติที่เปิดออกด้วยแววตาคมกริบ มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ประตูสู่ดินแดนเซียนแท้จริงปรากฏขึ้นเบื้อง Their หน้าแล้ว! ทว่า... ท่ามกลางไอพลังเซียนอันศักดิ์สิทธิ์ที่พรั่งพรูออกมานั้น กลับมีเงาร่างนับร้อยสายพุ่งทะยานออกมาจากความมืดมิดเบื้องหลังประตู พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ดังแทรกสายลมมาว่า— "หึๆๆ... เหล่ามดปลวกผู้โง่เขลา ในที่สุดพวกเจ้าก็เปิดประตูต้อนรับพวกเรากลับบ้านเสียที!" รี้ดเดอร์ที่รักทุกท่าน ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุน "กระบี่ทะยานฟ้าท้าสัจธรรม" ด้วยดีเสมอมาครับ!
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะยานฟ้าท้าสัจธรรม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%