คดีสีเทาของนายนักตรรกะกับคู่หูสายถอดรหัส•ตอนที่ 1

รหัสลับในหน้ากระดาษ

ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
คราบกาแฟแห้งกรังบนขอบแก้วกระดาษใบนั้น บอกเล่าเรื่องราวของชั่วโมงอันยาวนานที่สูญเสียไปอย่างไร้ค่า บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องสอบสวนคดีพิเศษ กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ราคาถูกลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นฝุ่นที่เกาะตัวหนามาแรมปี ศิลาจ้องมองวัตถุแปลกปลอมที่ถูกวางทิ้งไว้อย่างจงใจบนแฟ้มคดีค้างคาเมื่อห้าปีก่อน มันคือหนังสือรวมบทกวีปกหนังสีดำเข้มที่ไร้ชื่อผู้แต่ง สันปกเย็บด้วยด้ายป่านสีซีด และที่สำคัญที่สุด... มันไม่มีทางมาอยู่บนโต๊ะของเขาได้ หากไม่มีใครบางคนจงใจ "ส่งสาร" นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะสามครั้งตามความคุ้นชินยามใช้ความคิด สมองส่วนหน้าประมวลผลอย่างรวดเร็ว ระบบรักษาความปลอดภัยของกรมสอบสวนอาชญากรรมพิเศษแน่นหนาพอๆ กับธนาคารกลาง การจะเดินเข้ามาวางหนังสือเล่มนี้โดยไม่ทิ้งร่องรอยบนกล้องวงจรปิด ต้องอาศัยทั้งความรู้เรื่องจุดอับสายตาและรหัสผ่านระดับผู้ดูแลระบบ "คุณคิดว่ามันคือจดหมายรักฉบับใหม่จากฆาตกรเงาเหรอครับ ศิลา" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมห้อง รินรดาเดินถือแฟ้มเอกสารรายงานการชันสูตรเข้ามาด้วยฝีเท้าที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน เธอดันแว่นตากรอบบางขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตภายใต้เลนส์คู่นั้นกวาดมองหนังสือบนโต๊ะด้วยความระแวดระวัง แม้ภายนอกเธอจะดูเหมือนบรรณารักษ์ผู้เงียบขรึม แต่ศิลารู้ดีว่าใต้เสื้อเชิร์ตสีอ่อนตัวนั้นซ่อนรอยแผลเป็นจากสนามรบและทักษะการแกะรอยที่เฉียบคมยิ่งกว่าสุนัขตำรวจ ศิลาไม่ตอบคำถามในทันที เขายื่นมือไปหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาอย่างระมัดระวัง สัมผัสแรกคือความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านผ่านปลายนิ้ว ราวกับกระดาษทุกแผ่นถูกเก็บรักษาไว้ในห้องควบคุมอุณหภูมิ "ฆาตกรเงาไม่ได้ส่งจดหมายรักมารusห้าปีแล้ว ริน" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความตึงเครียดไว้ในทุกพยางค์ "ตั้งแต่คืนที่ครอบครัวของผมถูกเผาทำลายในกองเพลิง... เขาไม่เคยทิ้งหลักฐานที่เป็นตัวอักษรอีกเลย เขาชอบความเงียบงันและความพินาศที่ไร้ร่องรอยมากกว่า" "แต่การที่มันมาอยู่ตรงนี้ ในวันที่คุณกำลังจะยื่นเรื่องขอรื้อคดีเก่า... แปลว่าอีกฝ่ายกำลังท้าทายคุณ" รินรดาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นหอมจางๆ ของชาคาโมมายล์ลอยมาแตะจมูก ช่วยลดทอนบรรยากาศอันน่าอึดอัดในห้องลงได้บ้าง เธอยื่นมือเรียวไปแตะที่สันปกหนังสือ "เปิดมันสิครับ เราอาจจะได้เห็นว่าเขากำลังเล่นเกมอะไรอยู่" ศิลาพยักหน้ารับช้าๆ เขากางหนังสือเล่มนั้นออก ณ หน้าที่คั่นไว้ด้วยริบบิ้นสีแดงเข้ม กลิ่นอับของกระดาษเก่าพวยพุ่งขึ้นมาทันทีที่หน้ากระดาษถูกเปิดออก ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่บทกวีโศกเศร้าตามชื่อเรื่อง แต่เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ถูกตัดแปะจากหนังสือพิมพ์หลากหลายฉบับ เรียงร้อยเป็นประโยคที่ทำให้ลมหายใจของศิลากระตุกวูบ *‘ตรรกะของคุณไร้ความหมาย หากความจริงถูกฝังอยู่ใต้เถ้าถ่าน จงหารหัสลับในหน้ากระดาษนี้ มิฉะนั้น... เหยื่อรายต่อไปจะเริ่มนับถอยหลัง’* บรรยากาศในห้องเงียบงัดลงทันที เสียงนาฬิกาแขวนผนังเดินติ๊กต่อกราวกับเสียงฝีเท้าของมัจจุราชที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ศิลากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ภาพเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อน แสงเพลิงสีส้มแดงที่แผดเผาบ้านพักและเสียงกรีดร้องที่เขาไม่มีวันลืมเลือน ย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัวราวกับแผ่นฟิล์มที่ถูกกรอด้วยความเร็วสูง "ใจเย็นๆ ครับ ศิลา ตั้งสติ" รินรดาวางมือลงบนบ่าของเขา แรงกดเบาๆ นั้นช่วยดึงสติของนักวิเคราะห์หนุ่มให้กลับคืนสู่ปัจจุบัน "เขาจงใจยั่วโมโหคุณ เพื่อให้คุณใช้อารมณ์นำเหตุผล" ศิลาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิ ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้ากระดาษที่มีข้อความตัดแปะอยู่อีกครั้ง เขารู้ดีว่าคนระดับนี้จะไม่ทำอะไรโดยไม่มีเหตุผล ทุกตัวอักษร ทุกรอยตัด และทุกหน้ากระดาษย่อมมีความลับซ่อนอยู่ "ริน ช่วยสแกนหน้ากระดาษนี้ด้วยแสงยูวีทีครับ ผมสังเกตเห็นรอยนูนแปลกๆ บนขอบกระดาษด้านล่าง" รินรดาไม่รอช้า เธอหยิบเครื่องมือตรวจจับขนาดพกพาออกจากกระเป๋าเสื้อคลุมอย่างคล่องแคล่ว แสงสีม่วงครามถูกฉายลงบนหน้ากระดาษเก่าคร่ำคร่า ทันใดนั้น ตัวอักษรจางๆ ที่เขียนด้วยหมึกเรืองแสงยูวีก็ปรากฏขึ้นทีละบรรทัด ราวกับเวทมนตร์ *‘C-14, L-8, W-3’* "รหัสพิกัดหน้ากระดาษ?" รินรดาขมวดคิ้วมุ่น "บทกวีบทที่สกำกับด้วยตัวเลขเหล่านี้ หมายถึง คอลัมน์ที่ 14, บรรทัดที่ 8, และคำที่ 3 ของบทกวีหน้าถัดไปสินะครับ" "ถูกต้องครับ" ศิลาพลิกเปิดไปยังหน้าถัดไปทันที สายตากวาดไล่หาตำแหน่งที่ถูกระบุไว้อย่างรวดเร็วด้วยทักษะการอ่านแบบก้าวกระโดดที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน นิ้วมือเรียวยาวหยุดลงที่คำๆ หนึ่ง ซึ่งถูกขีดเส้นใต้ไว้ด้วยดินสอจางๆ ที่เกือบมองไม่เห็น "คำว่า... *'Cemetery'* (สุสาน)" ศิลาพึมพำออกมาเบาๆ ทว่าในวินาทีที่คำนั้นหลุดออกจากปาก เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินสีแดงฉานก็พลันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึกของหน่วยงานสอบสวน ไฟฉุกเฉินกะพริบวูบวาบสาดแสงสีเลือดสาดส่องใบหน้าของทั้งสองคนให้ดูเคร่งขรึมและอันตรายยิ่งขึ้น หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักบนโต๊ะทำงานดับวูบไปชั่วขณะ ก่อนจะปรากฏภาพวิดีโอวงจรปิดจากสถานที่แห่งหนึ่งขึ้นมาแทนที่โดยอัตโนมัติ ภาพบนจอแสดงให้เห็นห้องเก็บศพใต้ดินอันมืดมิด ร่างของใครบางคนกำลังถูกมัดติดกับเก้าอี้เหล็กท่ามกลางกองเพลิงที่กำลังลุกท่วม และบนผนังเบื้องหลังร่างนั้น มีข้อความเขียนด้วยเลือดสดๆ ว่า... *'ยินดีต้อนรับสู่เกมสุดท้าย, คุณนักตรรกะ'* ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของ "แฟ้มคดีลับ007" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีสีเทาของนายนักตรรกะกับคู่หูสายถอดรหัส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%