"คุณศิลาครับ! แขกไม่ได้รับเชิญคนนี้... ถูกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทรอบใหม่แล้วครับ!"
เสียงทุ้มของลูกน้องคนสนิทดังลั่นห้องครัวสเตนเลสสตีลขัดเงาวับ บรรยากาศภายในอาณาจักรอาหารอันศักดิ์สิทธิ์ที่เคยเงียบสงบราวกับโบสถ์ พลันถูกกระชากให้ขาดวิ่นด้วยประโยคเดียว อาคเนย์ที่ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาทและกล้องมือถือที่กำลังถ่ายทอดสด ชะงักกึก รอยยิ้มบนมุมปากกระตุกวูบเมื่อปะทะเข้ากับสายตาคู่หนึ่ง
สายตาที่คมกริบดั่งใบมีดโกนอาบยาพิษ
ศิลาในชุดเชฟสีขาวสะอาดตา ปลดกระดุมเม็ดบนออกเผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อสีแทนจากการทำงานหน้าเตาไฟ ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินออกจากหลังเคาน์เตอร์บาร์ด้วยจังหวะจะโคนหนักแน่น ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้าทว่าทรงพลังจนน่าขนลุก เขากวาดสายตามองอินฟลูเอนเซอร์หนุ่มหัวสีควันบุหรี่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินมูลค่าของขยะเปียกชิ้นหนึ่งที่หลงเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม
"คนที่เข้ามาในครัวของผมโดยไม่ได้รับอนุญาต... แถมยังส่งเสียงน่ารำคาญตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามา คงมีสมองส่วนวิเคราะห์ที่บกพร่องสินะครับ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความปรานี น้ำเสียงราบเรียบทว่าเย็นยะเยือกจนคนฟังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน อาคเนย์แสร้งทำเป็นหัวเราะในลำคอเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า มือเรียวยังคงถือไม้เซลฟี่แน่น ปากก็สวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของคนปากเก่ง
"แหม เชฟศิลาครับ ใจเย็นก่อนสิครับ พอดีผมได้ยินว่าอาหารร้านคุณอร่อยจนหมาไม่รับประทาน... เอ้ย อร่อยจนต้องมาพิสูจน์ด้วยตัวเอง เลยถือวิสาสะเดินเข้ามาทักทายฐานะแขก VIP ไงล่ะครับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ไม่มีใครในครัวกล้าหายใจแรง ลูกน้องหลายคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงานต่อด้วยความหวาดเสียว ศิลาหยุดยืนห่างจากอาคเนย์เพียงแค่คืบ กลิ่นหอมจางๆ ของโรสแมรี่และพริกไทยดำลอยแตะจมูก ผสมผสานกับไอความร้อนจากเตาไฟด้านหลัง ทำให้บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นยิ่งกว่าเดิม
เชฟหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของคนตรงข้ามอย่างไร้ความเกรงใจ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนอาคเนย์รู้สึกราวกับถูกตรึงไว้กับที่ ขาเรียวที่เคยคิดจะถอยหลังกลับถูกบังคับให้ยืนหยัดด้วยศักดิ์ศรี
"แขก VIP เหรอครับ?" ศิลากลั้วหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสนุกสนานโดยสิ้นเชิง นิ้วเรียวยาวเอื้อมออกไปคว้าด้ามจับไม้เซลฟี่ในมือของอาคเนย์อย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว "สำหรับผม คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับการสร้างคอนเทนต์ไร้สาระเพื่อแลกกับเศษยอดวิว... เป็นได้แค่ 'เศษฝุ่น' ที่ต้องกวาดทิ้งให้พ้นทางก็เท่านั้น"
"นี่คุณ!" อาคเนย์ตาโต หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ มือพยายามจะแย่งโทรศัพท์คืน แต่ศิลากลับยกมันขึ้นสูงเหนือศีรษะ ด้วยส่วนต่างของส่วนสูงทำให้ร่างบางต้องเขย่งปลายเท้าเข้าประชิดตัวโดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม
หัวใจของอินฟลูเอนเซอร์หนุ่มเต้นรัวผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่พุ่งชนเข้าอย่างจัง ดวงตาคมที่มองมาใกล้แค่นี้กลับสะท้อนภาพใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน มันมีความดุดัน ความท้าทาย และประกายบางอย่างที่ร้อนแรงดั่งเปลวเพลิง
"ถ้าอยากจะมาฝึกงานเพื่อกู้ชื่อเสียงเน่าๆ ของคุณตามคำสั่งผู้จัดการ..." ศิลาลดระดับเสียงลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงแหบพร่าทว่าเฉียบคมบาดลึก "ก็จจำใส่สมองเอาไว้ให้ดี... ว่าที่นี่ไม่มีที่ยืนให้คนเหยาะแหยะ ถ้าทนไม่ไหว ก็ไสหัวออกไปซะตั้งแต่วันนี้"
พูดจบ ศิลาก็โยนโทรศัพท์คืนใส่อกของอาคเนย์อย่างไม่ใยดี ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปหน้าเตาไฟโดยไม่ชายตากลมมองกลับมาอีกเลย ทิ้งให้อาคเนย์ยืนกومกำมือแน่น ใบ้าร้อนผ่าวด้วยความแค้นเคืองปนความสับสนที่ก่อตัวขึ้นในอก
แต่ทว่า... ในจังหวะที่อาคเนย์กำลังจะอ้าปากด่าไล่หลัง ประตูห้องครัวด้านหลังสุดก็ถูกผลเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดในชุดสูทพรีเมียม บุคคลที่สามก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นชาและแฟ้มเอกสารในมือ
"ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับเชฟศิลา... แต่ดูเหมือนว่า 'คดีหมิ่นประมาท' ที่ผมแจ้งไว้เมื่อครู่ จะมีอัยการเซ็นอนุมัติฟ้องร้องและเรียกค่าเสียหายสามสิบล้านบาทเรียบร้อยแล้วนะครับ"
---
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนนี้นะครับ
ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เซฟโซนสุดกวนกับเชฟคุมเข้ม•ตอนที่ 2
เชฟผู้ไม่รู้จักคำว่าปรานี
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับเชฟคุมเข้ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
