“อย่าวิ่งไปตรงนั้นนะลูก! พ่อบอกแล้วไงว่าดินตรงนั้นมันยังไม่เซ็ตตัว!”
เสียงของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ธาราไม่คุ้นเคยดังลั่นสวนข้างบ้าน เสียงนั้นไม่ได้แฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราด แต่กลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่ปนเปไปกับความรัก ธาราวางกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ในมือลงช้าๆ เธอไม่ได้ขยับตัวออกจากมุมระเบียง เพียงแค่ขยับแว่นสายตาแล้วมองผ่านช่องว่างของรั้วไม้ระแนงไปยังพื้นที่สวนของลุงบุญ
เด็กน้อยสองคน—เด็กชายตัวอ้วนกลมในชุดเอี๊ยมสีซีดกับเด็กหญิงผมเปียที่ดูซนเกินวัย—กำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อกันอย่างสนุกสนาน รอยเท้าเล็กๆ ของพวกเขาเหยียบย่ำลงบนแปลงดอกไม้ที่ลุงบุญเพิ่งปลูกใหม่เมื่อเช้า
“มันไม่ใช่ความผิดของเด็กๆ หรอกนะพ่อหนุ่ม” ลุงบุญที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หวายตัวเก่าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของแกราบเรียบเหมือนผิวน้ำในบ่อปลา “ดินมันก็แค่ดิน รอยเท้าก็แค่รอยเท้า วันหนึ่งฝนตกลงมา มันก็กลับมาเรียบเนียนเหมือนเดิม”
ธาราขยับตัวเข้ามาใกล้รั้วมากขึ้นอีกนิด เธอมองเห็นชายหนุ่มคนนั้น—เขานั่งคุกเข่าลงกับพื้น มือหนึ่งโอบกอดลูกชายไว้แน่นขณะที่อีกมือปาดเหงื่อบนหน้าผาก ท่าทางของเขาช่างดูแปลกแยกจากความสงบที่ลุงบุญพยายามมอบให้
“แต่ผม… ผมอยากให้ทุกอย่างมันเพอร์เฟกต์ ลุงรู้ไหมว่าผมพยายามแค่ไหนกว่าจะได้สวนแบบนี้” ชายหนุ่มพูดพลางสั่นศีรษะ “หลังจากที่แม่ของเด็กๆ จากไป ผมก็เหลือแค่สวนนี้… กับลูกๆ ผมกลัวว่าถ้าทุกอย่างมันดูเละเทะ ชีวิตที่เหลืออยู่ของเรามันก็จะพังตามไปด้วย”
ธาราชะงักไป คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงบนความทรงจำอันเก่าแก่ของเธอ ความคาดหวังที่เคยกดทับบ่าของเธอมาตลอดชีวิตการทำงาน ความปรารถนาที่จะทำทุกอย่างให้ไร้ที่ติเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ… มันคือสิ่งเดียวกันกับที่ชายคนนี้กำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่หรือ?
“ความสมบูรณ์แบบคือกับดักที่สวยงามที่สุดเลยนะ” ธาราเอ่ยแทรกขึ้นเบาๆ เธอตัดสินใจเดินก้าวข้ามระเบียงเข้าไปหาทั้งสามคน ลุงบุญเงยหน้าขึ้นสบตาเธอด้วยรอยยิ้มที่รู้ทัน “ลองปล่อยให้รอยเท้านั้นปรากฏอยู่บนพื้นดินดูบ้างสิคะ บางที… มันอาจจะสวยงามกว่าดอกไม้ที่ตั้งใจปลูกเสียอีก”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองธารา แววตาของเขาสับสนและอ่อนล้า แต่แล้วเด็กหญิงตัวน้อยก็วิ่งเข้ามาคว้ามือธาราไว้โดยไม่รังเกียจ
“พี่สาวคนสวย! ดูนี่สิคะ ผีเสื้อตัวนี้มันยอมให้หนูจับด้วย!” เด็กหญิงชูมือขึ้น สิ่งที่อยู่ในนั้นไม่ใช่ผีเสื้อ แต่เป็นเพียงเศษใบไม้แห้งที่ถูกปั้นจนคล้ายปีกสีน้ำตาล
ธาราหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เธอไม่ได้ยินจากตัวเองมานานนับเดือน มันกังวานใส ท่ามกลางความเงียบของสวนที่เคยมีแต่เสียงลม เสียงหัวเราะของเด็กๆ เหมือนจังหวะดนตรีที่ปลุกให้ทุกชีวิตในรั้วบ้านตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ชายหนุ่มคนนั้นลดไหล่ลง ความตึงเครียดที่เกาะกินใบหน้าค่อยๆ คลายตัวออก เขาหันไปมองลูกๆ ที่กำลังเต้นระบำรอบตัวลุงบุญ แล้วความชุ่มชื้นก็เอ่อล้นในดวงตา
“ผม… ลืมไปเลยว่าต้องหัวเราะยังไง” เขาพึมพำ
“เราไม่ได้ลืมหรอกค่ะ แค่เราแบกความกลัวเอาไว้จนไม่มีมือเหลือจะโอบกอดความสุข” ธารานั่งลงบนพื้นหญ้าข้างๆ เด็กๆ ปล่อยให้ความเปียกชื้นของดินซึมผ่านกางเกงผ้าลินินของเธอไป “ปล่อยให้มันเลอะเทอะบ้างก็ได้นะคะ พรุ่งนี้ค่อยเริ่มต้นใหม่”
พวกเขานั่งคุยกันเรื่องสัพเพเหระ ลุงบุญเล่าเรื่องพันธุ์ไม้ ชายหนุ่มเริ่มเล่าถึงภรรยาที่จากไปโดยไม่ฟูมฟายแต่เปี่ยมด้วยความคิดถึง และเด็กๆ ก็วิ่งเล่นจนเหนื่อยหอบมานอนซบตักของธาราและพ่อของเขา บรรยากาศแห่งความรื่นรมย์ที่ห่างหายไปนานกลับมาเยือนรั้วบ้านหลังนี้อีกครั้ง ธารารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่หมุนเวียนอยู่ในอากาศ พลังงานของการเยียวยาที่ไม่ได้มาจากยาหรือคำสอน แต่มาจากความเรียบง่ายของการอยู่ร่วมกัน
ทว่า ท่ามกลางความสุขที่กำลังอบอวลอยู่นั้น เสียงรถยนต์ที่แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านของธาราก็ดังขัดจังหวะความเงียบสงบ เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบและหนักแน่นเดินตรงเข้ามาที่สวนหลังบ้าน ชายหนุ่มชะงักกึกทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อเขาจากบุคคลที่มาถึง
“คุณอยู่ที่นี่เอง... ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าพาลูกหนีมาที่แบบนี้!”
ธาราหันไปมองตามเสียงนั้น และหัวใจของเธอก็ร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนที่เธอไม่คาดคิดที่สุดในเวลานี้—คนที่เป็นต้นเหตุของรอยแผลในใจของชายหนุ่ม และอาจจะเป็นชนวนเหตุที่ทำให้ชีวิตอันเรียบง่ายของเธอต้องสั่นคลอนนับจากวินาทีนี้ไป
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับธารานะคะ - ต้นไม้ริมระเบียง
ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน•ตอนที่ 29
เสียงหัวเราะของเด็กๆ
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!