"ถ้าคุณยังยืนกรานจะเอาผนังสีส้มอิฐมอญดิบๆ มาชนกับเคาน์เตอร์เบเกอรีสไตล์มินิมอลสีพาสเทลแบบนี้ ผมเกรงว่าใบปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากอังกฤษของผม คงต้องเอาไปเผาไฟทิ้งแล้วไปสมัครเป็นเด็กเสิร์ฟในคาเฟ่แทนนะครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความหงุดหงิดระคนเย้ยหยันดังขึ้นกลางร้านขนมหวาน 'Pastry Box' ที่กำลังอยู่ในช่วงรีโนเวท เสียงนั้นคมกริบเสียยิ่งกว่าคัตเตอร์ที่กำลังกรีดกระดาษไขบนโต๊ะทำงาน
แทนคุณ สถาปนิกหนุ่มมือรางวัลวัยสามสิบปี ขยับกรอบแว่นสายตากรอบโลหะสีเงินเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบภายใต้เลนส์ใสกำลังจดจ้องมองแปลนงานในมือสลับกับผนังปูนเปลือยที่ยังทำไม่เสร็จด้วยความรู้สึกขัดหูขัดตาอย่างถึงที่สุด เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนที่ข้อมือยามที่เขาถือปากกาเคอร์ซีฟราคาแพงชี้ไปยังจุดที่เป็นปัญหา
พาย เจ้าของร้านร่างโปร่งในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมเปื้อนแป้งฝุ่นเล็กน้อย ชะงักมือจากการจัดเรียงอุปกรณ์ทำขนม เธอกลอกตาขึ้นฟ้าทันทีด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะวางไม้พายลงบนโต๊ะไม้ด้วยแรงที่หนักกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อส่งสัญญาณเตือนว่าเธอเริ่มจะหมดความอดทนกับสถาปนิกเทวดาคนนี้เต็มทีแล้ว
"คุณแทนคุณคะ... เอ๊ย! คุณแทนคุณครับ!" พายเกือบเผลอหลุดคำว่า 'คะ' ตามความเคยชิน แต่รีบดึงสติตัวเองกลับมาทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทส่งมาให้ "นี่มันร้านของผม ร้าน 'Pastry Box' ที่ผมฟูมฟักมากับมือ ลูกค้าเขามาซื้อความอบอุ่น มากินครัวซองต์ร้อนๆ กับกาแฟหอมๆ ไม่ได้มาเดินชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนะที่จะต้องให้ทุกอย่างมันคุมโทนเป๊ะๆ แบบในพรีเซนเทชันบ้าๆ ของคุณเนี่ย!"
"มันคือความกลมกลืนทางสถาปัตยกรรมครับคุณพาย" แทนคุณก้าวเท้าเข้ามาประชิดร่างโปร่งขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วและกลิ่นเนยสดลอยแตะจมูก "ถ้าคุณปล่อยให้ผนังสีส้มอิฐชนกับเคาน์เตอร์สีชมพูพาสเทลแบบที่หัวใจอินดี้ของคุณต้องการ ร้านนี้มันจะกลายเป็นลิเกคณะใหญ่ ไม่ใช่คาเฟ่ชิคๆ ที่คนจะมาเช็คอินถ่ายรูป และในฐานะที่ผมเป็นหัวหน้าทีมออกแบบโครงการนี้ ผมไม่อนุญาตให้งานของผมมีรอยด่างพร้อยเด็ดขาด"
"อุ๊ย! มือหนึ่งจากอังกฤษสินะครับ พ่อคุณเอ๊ย!" พายกระแทเสียงใส่ เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างท้าทาย เธอเดินเข้าไปใกล้จนแทบจะชิดอกแกร่งของอีกฝ่าย "ฟังผมให้ดีนะคุณสถาปนิกปากจัด ลูกค้าของผมเขาไม่ได้แคร์หรอกว่ามุมเสaฟี่มันจะผิดหลัก Golden Ratio หรือเปล่า เขาสนใจแค่ว่าขนมปังของผมมันอร่อยจนละลายในปากไหม และที่สำคัญ... เงินทุนก้อนนี้เป็นของผม ไม่ใช่ของคุณ!"
แทนคุณนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธ ความดื้อรั้นที่ฉายชัดอยู่ในดวงตากลมโตคู่นั้นแทนที่จะทำให้เขาล่าถอย กลับสะกิดความรู้สึกบางอย่างในใจที่หลับใหลไปนาน... ความรู้สึกที่ว่า ผู้หญิงคนนี้ช่างแตกต่างจากบรรดาบรีฟงานที่เขาเคยเจอมาทั้งหมดเหลือเกิน เธอไม่มีความเกรงกลัวต่อชื่อเสียงหรือรางวัลสถาปัตยกรรมระดับชาติที่เขาแบกไว้บนหลังเลยแม้แต่น้อย
มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ แทนคุณแกล้งโน้มใบหน้าลงไปใกล้จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ทำเอาพายสะดุ้งโหยง ผอยหลังกรูดจนสะโพกไปชนกับขอบโต๊ะทำงานเสียงดัง *ตุ้บ*
"ถ้าดื้อนัก..." แทนคุณกระซิบเสียงแผ่วเบา ชิดริมหูของคนตัวเล็กจนพายรู้สึกขนลุกซู่ "ระวังผมจะออกแบบให้เตาอบขนมของคุณมันอยู่ไกลจากเคาน์เตอร์ขายของสิบเมตร จนคุณต้องวิ่งมาราธอนทุกครั้งที่มีลูกค้าสั่งออเดอร์แรกของวันนะครับ"
"คุณ! ไอ้คน... ไอ้สถาปนิกเผด็จการ!" พายหน้าตาตื่นตระหนก ยกมือขึ้นชี้หน้าเขาอย่างคาดโทษ ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาอบมาจ่อใกล้ๆ ไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เป็นเพราะความโมโหจนอยากจะหยิบแป้งสปันจ์เค้กปาใส่หน้าหล่อๆ นั่นให้รู้แล้วรู้รอด
แทนคุณหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เขารู้สึกว่าการมาตรวจหน้างานไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด รอยยิ้มจริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายชั่วแวบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะหมุนตัวกลับไปหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาดูแบบแปลนต่อ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความกวนประสาท
"พรุ่งนี้สิบโมงเช้า ผมจะเอาตัวอย่างสีผนังโทนใหม่มาให้เลือก หวังว่าคุณพายคงจะตื่นมาต้อนรับผมด้วยกาแฟดำเข้มๆ สักแก้วนะครับ ไม่ใช่หน้าตาบูดBึงแบบนี้"
พูดจบ สถาปนิกหนุ่มก็ก้าวเดินออกไปจากร้านอย่างมาดมั่น ทิ้งให้พายยืนกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจอยู่ที่เดิม เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ มองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินพ้นประตูร้านไป
แต่ทว่า... ในจังหวะที่พายกำลังจะหันหลังกลับไปจัดการกับกองแป้งตรงหน้า เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันสนทนาก็เด้งขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ เธอหยิบขึ้นมาดูด้วยความหงุดหงิด คิดว่าเป็นข้อความทวงงานจากผู้รับเหมา แต่ทว่าชื่อผู้ส่งกลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก
*[แทนคุณ (สถาปนิก)]: "อ้อ... เกือบลืมบอกไปครับคุณพาย... จริงๆ แล้วรอยยิ้มเวลาที่คุณโกรธเมื่อกี้ มันน่ารักกว่าตอนที่คุณปั้นหน้าเก๊กใส่ผมเมื่อวันแรกเยอะเลยนะ"*[
พายเบิกตากว้าง ค้างนิ่งอยู่กับที่ สมองขาวโพลนไปหมดเมื่ออ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะจนควบคุมไม่ได้ เธอนิ้วแข็งค้างอยู่บนหน้าจอ กำลังจะกดปุ่มลบข้อความทิ้งด้วยความลนลาน แต่ทว่า... ปลายนิ้วเจ้ากรรมดันไปกดโดนปุ่มโทรออกหาเขาแทนโดยไม่ได้ตั้งใจ!
และเสียงสัญญาณรอสายก็ดังขึ้น... *ตู๊ด... ตู๊ด...* ในความเงียบงันของร้านขนมหวานที่ไร้ผู้คน
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกอุ่นๆ ในบรรยากาศกรุ่นกลิ่นเนยและกาแฟนี้นะครับ
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของร้านขนมหวานที่ไม่ยอมหวานตาม•ตอนที่ 1
พิมพ์เขียวที่ไม่ถูกใจ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของร้านขนมหวานที่ไม่ยอมหวานตาม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!