โลหิตหยดนั้นร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาจนเกิดเสียงกังวานดั่งเสียงถอนหายใจของโชคชะตา
"เจ้ายังคงดึงดันที่จะแบกรับอดีตอันเน่าเฟะนี้ไว้บนบ่าอีกนานเท่าใด... เทียนหลง"
สุ้มเสียงของเซียนจื่อเวยราบเรียบราวน้ำค้างแข็งพันปี ทว่าในแววตากลับซ่อนประกายระทระทมที่นางมิอาจเอ่ยออกมาเป็นคำพูด ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงจันทร์กระจ่าง นางยืนอยู่เบื้องหน้าบุรุษผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ นัยน์ตาคู่คมกริบของเฟยเทียนหลงมิได้ทอดมองนาง ทว่ากลับเหม่อมองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า ซึ่งซ้อนทับภาพความทรงจำอันมืดมนที่กัดกินหัวใจเขามานานนับปี
ลมปราณทมิฬในตันเทียนของเฟยเทียนหลงปั่นป่วนดั่งพายุคลั่ง คลื่นกระแสพลังระดับ 'หลอมรวมวิญญาณ' ขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกรอบตัวจนแผ่นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม เขากำด้ามกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาวโพลน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนบ่งบอกถึงความกดดันมหาศาลที่เขากำลังเผชิญ
"เจ้าไม่เข้าใจหรอก... จื่อเวย" เสียงของเฟยเทียนหลงแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัว "คนเรามีรอยแผลที่ต่อให้ใช้เวลาชั่วชีวิตก็มิอาจลบเลือน ความแค้นของตระกูลเฟย... หนี้เลือดที่พวกมันพรากบิดามารดาและพี่น้องไปต่อหน้าต่อตาในคืนที่ฝนดาวตกสีเลือด... มันฝังรากลึกอยู่ในกระดูกดำของข้าแล้ว"
ย้อนกลับไปเมื่อเจ็ดปีก่อน สำนักกระบี่เมฆาคารวะที่เคยเกรียงไกร กลับต้องกลายเป็นทะเลเพลิงด้วยน้ำมือของเหล่าผู้อาวุโสทรยศและสำนักมารโลหิต เฟยเทียนหลงในวัยเยาว์ทำได้เพียงมองดูมารดาถูกแทงทะลุหัวใจ และบิดาที่ยอมระเบิดตันเทียนเพื่อซื้อเวลาให้เขาหนีรอดออกมา ภาพเหตุการณ์อันโหดร้ายนั้นคือโซ่ตรวนที่ล่ามวิญญาณเขาไว้ในนรกโลกันต์
เซียนจื่อเวยสาวเท้าเข้ามาใกล้ แม้ความเย็นชาของนางจะเป็นเกราะคุ้มกันกาย แต่ยามที่ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะลงบนบ่ากว้างที่สั่นเทาเล็กน้อยของเขา ไอความอบอุ่นอันแผ่วเบากลับถูกถ่ายทอดผ่านเนื้อผ้า นางหาใช่สตรีอ่อนแอผู้ไร้เดียงสา นางคือเจ้าสำนักดาราจันทร์ผู้ทรงอิทธิพล แต่ในยามนี้ นางยอมลดทิฐิและยอมมอบหัวใจดวงนี้ให้แก่จอมยุทธ์ผู้โดดเดี่ยวผู้นี้เพียงผู้เดียว
"อดีตคือเงา... ยิ่งเจ้าวิ่งหนีมัน เงายิ่งตามหลอกหลอน ยิ่งเจ้าใช้ความแค้นขับเคลื่อนวิถีกระบี่ เจ้าก็จะยิ่งหลงทางในวิถีมาร" นางเอ่ยเตือนด้วยความห่วงใย น้ำเสียงแม้จะเย็นชา แต่นัยน์ตากลับฉายแววอาลัยอาวรณ์อย่างลึกซึ้ง "ข้าไม่อยากเห็นกระบี่ที่เคยองอาจดั่งมังกรฟ้า... ต้องแปดเปื้อนกลิ่นอายโลหิตจนสูญสิ้นจิตวิญญาณเดิมแท้"
เฟยเทียนหลงแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "จิตวิญญาณงั้นหรือ? บนเส้นทางยุทธภพนี้ มีเพียงผู้ที่ถือครองอำนาจและคมกระบี่ที่เฉียบคมที่สุดเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์กล่าวถึงคุณธรรม! หากข้าไม่เหยียบย่ำพวกมันให้จมดิน ข้าจะมีหน้าไปพบดวงวิญญาณของบรรพบุรุษได้อย่างไร!"
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นอึมครึม ไอสังหารพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภาจนเมฆฝนสีดำทะมิลเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมยอดเขาดาราจันทร์ สายฟ้าฟาดคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น เป็นสัญญาณเตือนว่าคลื่นลมในยุทธภพกำลังจะโหมกระหน่ำอีกครั้ง
ทว่า ก่อนที่ทั้งสองจะได้เอื้อMคำใดเพิ่ม เสียงปรบมือเยาะเย้ยก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องล่าง
"แปะ... แปะ... แปะ ช่างเป็นภาพความรักที่น่าซาบซึ้งใจยิ่งนัก นายน้อยเฟย... เจ้ายังคงจมปลักอยู่กับความฝันอันโง่เขลาเช่นนี้อีกหรือ?"
เงาร่างสายหนึ่งทะยานขึ้นมาเหยียบอยู่บนยอดไม้ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ปราณกระบี่สีเขียวมรกตแผ่ซ่านออกมาจากร่างผู้นั้นจนใบไม้รอบบริเวณแหลกละเอียดในพริบตา
เฟยเทียนหลงหรี่ตาลงทันที นัยน์ตาสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด เขาจำเงาร่างนั้นได้แม่นยำ... มันคือหนึ่งในผู้อาวุโสทรยศที่ร่วมมือทำลายสำนักของเขาในคืนวันนั้น
"เสิ่นเทียนเจี้ยน!" เฟยเทียนหลงคำรามลั่นราวกับพญาเสือโคร่งบาดเจ็บ ปราณกระบี่ในกายระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม
ทว่า ก่อนที่เฟยเทียนหลงจะทันได้ชักกระบี่ออกจากฝัก เซียนจื่อเวยกลับก้าวขึ้นมาขวางหน้าเขาไว้ นางชักกระบี่ประจำกาย 'จันทร์กระจ่าง' ออกมาครึ่งนิ้ว แสงสีเงินยวงสาดส่องตัดความมืดมิด นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็ง "คนผู้นี้... ข้าจะเป็นคนเก็บกวาดให้เจ้าเอง"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
กระบี่เดียวดายใต้เงาจันทร์พิฆาต•ตอนที่ 12
แผลเป็นจากอดีต
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายใต้เงาจันทร์พิฆาต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!