“ยินดีต้อนรับ... สู่ห้องทดลองที่พวกเจ้าตามหา เจ้าหนูแห่งโลกอื่น...”
เสียงทุ้มต่ำกังวานก้องสะท้อนไปตามผนังศิลาโบราณของห้องใต้ดินใต้หอพักนักเรียน ทว่า ค일 (ไคล์) กลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายืนไขว่ห้างพิงโต๊ะไม้โอ๊กเก่าแก่ แววตาสีเข้มใต้กรอบแว่นใสสะท้อนแสงเรืองรองสีฟ้าครามจากหน้าต่างระบบรูนโบราณที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
รอยยิ้มมุมปากของเด็กหนุ่มผู้ข้ามมิติไม่ได้บ่งบอกถึงความหวาดกลัว ตรงกันข้าม มันคือรอยยิ้มของนักหมากรุกที่มองเห็นตาเดินล่วงหน้าไปอีกสามก้าว
เบื้องหน้าของเขาคือเงาร่างสามร่างที่ปกปิดใบหน้าด้วยผ้าคลุมสีดำสนิท ไอเวทมนตร์สีเทาดำแผ่พุ่งออกมาจากตัวพวกมันจนบรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยว หนึ่งในนั้นหัวเราะออกมาอย่างแหบพร่าเมื่อเห็นว่าเป้าหมายอยู่ตรงหน้าตามแผน
“สมกับที่เป็นอัจฉริยะผู้สร้างผลงานวิจัยเวทมนตร์ระดับตำนานในงานนิทรรศการปีนี้... เจ้าคงคิดไม่ถึงสินะ ว่างานวิจัยชิ้นเอก ‘วงแหวนชำระศิลามานา’ จะกลายเป็นสมบัติของพวกเราในค่ำคืนนี้” ผู้บุกรุกคนกลางเอ่ยขึ้น พร้อมกับสะบัดมือเรียกกริชเคลือบพิษสีม่วงเข้มออกมา
ไคล์กวาดสายตามองพวกมันอย่างใจเย็น สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลข้อมูลที่ระบบแจ้งเตือนขึ้นมาทันที
[ระบบแจ้งเตือนรูนโบราณ: ตรวจพบสิ่งสิ่งแปลกปลอมระดับพลังเวทชนชั้นสูง (ระดับ 4) จำนวน 3 ราย]
[วัตถุประสงค์ของผู้บุกรุก: ขโมยแผ่นศิลาต้นแบบ และทำลายหลักฐาน]
[วิเคราะห์จุดอ่อน: แกนมานาของทั้งสามคนไม่เสถียร เนื่องจากเพิ่งผ่านการใช้คาถาเคลื่อนย้ายพิกัดต้องห้ามมา]
“พวกท่านนี่ใจร้อนเสียจริงนะครับ” ไคล์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพราบเรียบ แววตาฉายแววขบขันระคนสมเพช “อุส่าห์ลงทุนสะกดรอยตามผมมาตั้งแต่หอสมุดกลาง ยอมจ่ายเงินสินบนให้ภารโรงเพื่อเปิดทางลับใต้ดิน แล้วยังอุตส่าห์อดทนเดินฝ่ากับดักรูนลวงตามาตั้งสิบห้าชั้น... ถ้าผมไม่ต้อนรับอย่างสมเกียรติ คงเสียมารยาทแย่เลยใช่ไหมครับ?”
สิ้นคำพูดของไคล์ เงาทั้งสามก็ชะงักกึก บรรยากาศในห้องทดลองพลันเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที
“เจ้า... หมายความว่าอย่างไร?” เสียงแหบพร่าถามอย่างระแวง
“หมายความว่า... ห้องนี้ไม่ใช่ห้องทดลองจริง ๆ น่ะสิครับ”
ไคล์ดีดนิ้วเบา ๆ ทันใดนั้น แสงสีทองอร่ามก็สว่างวาบขึ้นจากพื้นศิลา ลวดลายรูนโบราณนับร้อยเส้นผุดขึ้นราวกับตาข่ายใยแมงมุม ปิดตายทางเข้าออกทุกทาง เสียงกลไกเฟืองโลหะขนาดยักษ์ดัง “คลิก!” ก้องกังวาน สะท้อนความซับซ้อนของค่ายกลที่ถูกเตรียมการไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
พวกมันหันขวับไปมองทางออก แต่ทว่า ประตูหินหนาเตอะปิดสนิทลงพร้อมกับม่านพลังงานเวทมนตร์สีครามที่หนาแน่นจนแม้แต่ค้อนยักษ์ก็ทุบไม่แตก
“แก... หลอกพวกเรา!” ผู้บุกรุกคนซ้ายตื่นตระหนก พยายามร่ายเวทระเบิดแสงเพื่อเปิดทาง แต่ทว่า มานาในร่างกายกลับนิ่งสนิท ราวกับถูกสูบหายไปในอากาศ
“ผมไม่ได้หลอกครับ ผมแค่ ‘จัดเตรียมสถานที่’ ให้พวกท่านเข้ามาติดกับต่างหาก” ไคล์ก้าวเดินช้า ๆ เข้าหาพวกมันอย่างมั่นคง รอยยิ้มอบอุ่นแต่แฝงความเฉียบคมประดับอยู่บนใบหน้า “งานวิจัยชิ้นเอกของผมนะหรือครับ? หึ... มันอยู่ในห้องนิรภัยของสถาบันที่มีอาจารย์เซเลสเต้เฝ้าอยู่ต่างหากล่ะครับ สิ่งที่อยู่บนโต๊ะนี้... เป็นเพียง ‘หินอัคนีระเบิดแรงดันต่ำ’ ที่ผมผสมสูตรพิเศษไว้ต้อนรับพวกหนูสกปรกที่ชอบขโมยผลงานคนอื่นโดยเฉพาะ”
“ไอ้เด็กเวรนี่!” ผู้บุกรุกคนกลางบันดาลโทสะ พุ่งเข้าใส่ไคล์ด้วยความเร็วสูง กริชในมือเงื้อง่าหมายปลิดชีพในดาบเดียว
ทว่า ไคล์ไม่แม้แต่จะหลบ เขายืนนิ่งราวกับขุนเขา
*พรึบ!*
ก่อนที่คมกริชจะถึงตัว พื้นเบื้องหน้าของไคล์ก็แยกตัวออก ม่านหมอกสีเงินยวงพวยพุ่งออกมาพร้อมกับเงาร่างเพรียวบางในชุดคลุมสีดำสนิท เส้นผมสีเงินยาวสลวยสะท้อนแสงไฟเวทมนตร์ ดาบเรเปียร์โบราณในมือเรียวเล็กถูกตวัดเพียงครั้งเดียวอย่างงดงามและเด็ดขาด
*เคร้ง!*
แรงปะทะมหาศาลส่งผลให้ผู้บุกรุกกระเด็นกระดอนถอยหลังไปไกลหลายก้าว จนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับกำแพงศิลาอย่างแรง หน้ากากผ้าคลุมหลุดร่วง เผยให้เห็นใบหน้าซีดเผือดที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เซเลสเต้ (Celeste) ยืนนิ่งสง่างามอยู่เบื้องหน้าไคล์ ไอเวทมนตร์ระดับมหาบัณฑิตแผ่กระจายกดดันจนผู้บุกรุกทั้งสามแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น นางเหลือบสายตาเย็นชามามองเด็กหนุ่มด้านหลังเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราบแต่นุ่มนวลเป็นเอกลักษณ์
“เจ้าจัดการได้ดี... แต่ช้าไปสามวินาทีนะ ไคล์”
ไคล์หัวเราะเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี เขายกมือขึ้นเกลียวแว่นเล็กน้อย “โธ่ อาจารย์ครับ ผมก็แค่ต้องการถ่วงเวลาให้ท่านมาเปิดฉากเท่ ๆ ต่างหากล่ะครับ ขอบคุณที่มาทันเวลานะครับ”
เซเลสเต้ปรายตามองลูกศิษย์ตัวแสบที่มักจะมีแผนการเหนือความคาดหมายเสมอ มุมปากของอาจารย์สาวผู้เย็นชาแอบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่ค่อยมีใครได้เห็นบ่อยนัก ก่อนที่นางจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับเหล่าผู้บุกรุกที่เริ่มสั่นเทา
“ไหนลองบอกข้ามาซิ... ว่าสุนัขรับใช้จากตระกูลขุนนางใด ที่กล้าส่งคนมาขโมยผลงานในอาณาเขตของข้า” เซเลสเต้กดเสียงต่ำอันทรงพลัง
ทว่า ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย และความจริงเบื้องหลังผู้บุกรุกกำลังจะถูกเปิดเผยนั้นเอง...
รูนโบราณสีฟ้าครามที่พื้นห้องซึ่งควรจะสงบลง กลับเปล่งแสงสีแดงฉานกระพริบถี่รัวอย่างไร้สาเหตุ เสียงแจ้งเตือนจากระบบของไคล์ดังรัวขึ้นด้วยความถี่สูงจนน่ากลัว หน้าต่างสีแดงฉาดปรากฏขึ้นตรงหน้าพร้อมข้อความที่ทำให้รอยยิ้มของเด็กหนุ่มแข็งค้างไปชั่วขณะ
[คำเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบร่องการใช้มานาต้องห้ามประเภทที่สาม]
[ระบบวงแหวนชำระศิลามานา กำลังถูกแฮกจากภายนอกโดยแหล่งพลังงานที่ไม่รู้จัก]
[และ... เป้าหมายที่แท้จริงของผู้บุกรุกกลุ่มนี้ ไม่ใช่ผลงานวิจัย... แต่คือตัวตนของท่านเอง, ไคล์]
พื้นห้องใต้ดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กำแพงศิลาโบราณเริ่มปริแตกออกเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่ ละอองแสงสีดำทมิฬพวยพุ่งทะลักขึ้นมาจากรอยแตกเหล่านั้นราวกับอสูรกายที่กำลังตื่นจากการหลับใหลยาวนาน
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของไคล์และอาจารย์เซเลสเต้มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม•ตอนที่ 13
แผนซ้อนแผนของอัจฉริยะ
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!