เซฟโซนของนายสถาปนิกกับยัยมัณฑนากรสายฟาด•ตอนที่ 1

ศึกเปิดตัวกลางห้องประชุม

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึ้กที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะประชุมไม้โอ๊กตัวยาวไม่ได้ดังพอที่จะกลบเสียงหัวใจของใครบางคนในห้องนี้ได้หรอกค่ะ แต่มันดังพอที่จะเรียกสติให้ทุกคนในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่หุบปากฉับลงทันที "ถ้าแนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรมภายนอกกับภายในมันไปคนละทิศคนละทางขนาดนี้ เอาสติ๊กเกอร์แปะขายก๋วยเตี๋ยวข้างทางยังดูมีความเป็นมืออาชีพมากกว่าเลยนะคะคุณธันวา" ประโยคเปิดฉากแรกของรินรดาพุ่งตรงเข้าใส่เป้าหมายราวกับลูกดอกอาบยาพิษ มัณฑนากรสาวในชุดสูทกางเกงสีเอิร์ธโทนตัดเย็บเนียบกริบยกยมุมปากขึ้นน้อยๆ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นจ้องมองสถาปนิกหนุ่มฝั่งตรงข้ามด้วยประกายไฟที่พร้อมจะเผาตึกสี่สิบชั้นนี้ให้ราบคาบได้ทุกเมื่อ ธันวา สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและดีไซน์มินิมอลไร้ที่ติ ค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงอย่างใจเย็น ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนแทบจะเป็นหินอ่อน ไร้รอยยิ้ม ไร้ความโกรธเกรี้ยวให้เห็น แต่รังสีความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้เครื่องปรับอากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบลงไปอีกหลายองศา นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ สองครั้ง ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะเอ่ยคำพูดที่ทำเอาคนฟังอยากจะคว้าแฟ้มฟาดหน้าเขาให้รู้แล้วรู้รอด "ถ้าคนที่มีรสนิยมแต่งห้องเหมือนเอาเศษผ้าขะมุกขะม่อมมารวมกันอย่างคุณ มองงานของผมแล้วบอกว่าเหมือนร้านก๋วยเตี๋ยว... ผมถือว่าดีไซน์ของผมมันยังล้ำเกินกว่าสมองส่วนการประมวลผลของคุณจะตามทันนะคะคุณรินรดา" *กรี๊ด! ไอ้นายสถาปนิกปากปีจอ!* รินรดาแอบกรีดร้องในใจ เล็บคมจิกเข้าหากันแน่นใต้โต๊ะจนเจ็บแปลบ เธอเกลียดนักไอ้ท่าทางเย่อหยิ่งจองหองที่เหมือนมองคนอื่นเป็นแค่ฝุ่นใต้รองเท้าคัทชูแบรนด์เนมของเขานั่นจริงๆ โครงการบูติกโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่าหลายพันล้านโปรเจกต์นี้ เธออุตส่าห์ทำการบ้านศึกษาพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายมาแรมเดือน แต่กลับต้องมาตกม้าตายเพราะต้องมาร่วมงานกับตาบ้านี่ที่ยึดติดกับเส้นตรงและคอนกรีตเปลือยจนสมองแข็งกระด้างตามตึกที่ตัวเองออกแบบ "อ้อเหรอคะ? ล้ำจนโครงสร้างบันไดวนที่คุณร่างมามันขัดกับหลักการกระจายน้ำหนักของอินทีเรียร์ จนถ้าลูกค้าก้าวขาลงมาผิดจังหวะเดียว มีหวังได้กลิ้งตกลงไปคอหักตายคาล็อบบี้ ดีไซน์แบบนี้เขาไม่เรียกล้ำหรอกค่ะคุณธันวา เขาเรียกว่าฆาตกรรมทางอ้อม" "ถ้าอินทีเรียร์สมองกลวงอย่างคุณไม่อ่านแบบแล้วตีความมั่วซ้ำซ้อน โครงสร้างที่ผมคำนวณไว้มันรองรับน้ำหนักได้มากกว่าน้ำหนักตัวคุณรวมกับทีมงานทั้งแผนกคูณสองเสียอีก" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่สายตาคมกริบที่กวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของเธอราวกับจะประเมินน้ำหนักจริงๆ ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนโดนตบกลางหน้าผาก บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ กรรมการบริหารสามคนที่นั่งเป็นประธานการประมูลงานต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน ไม่มีใครกล้าปริปากห้ามปราม เพราะต่างรู้ดีว่าทั้งคู่คือเพชรเม็ดงามของวงการที่มีอีโก้สูงลิ่วพอกัน และการที่บริษัทดึงทั้งคู่มาจับคู่กันในโปรเจกต์นี้ อาจจะเป็น either ความสำเร็จระดับตำนาน หรือไม่ก็สงครามโลกครั้งที่สามดีๆ นี่เอง "พอครับๆ..." เสียงทุ้มคุ้นหูของกวินแทรกขึ้นทำลายความเงียบ กวิน อดีตเพื่อนร่วมรุ่นสมัยมหาวิทยาลัยของทั้งคู่ และปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทคู่แข่งที่แอบส่งดีไซน์เข้ามาฮุบโครงการนี้เหมือนกัน ส่งยิ้มพินพานมาให้รินรดาอย่างออกนอกหน้า "ผมว่าถ้าคุณรินรดารู้สึกว่าทำงานร่วมกับคนหัวโบราณที่รับฟังคนอื่นไม่เป็นอย่างธันวาไม่ได้ ลองพิจารณาข้อเสนอของฝั่งผมดูไหมครับ? ทีมเราพร้อมปรับเปลี่ยนอินทีเรียร์ให้เข้ากับทุกแนวคิดของคุณเสมอ แบบที่เราไม่ต้องมานั่งเถียงกันให้เสียเวลาด้วย" รินรดาชายตามองกวินแวบหนึ่ง เธอรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของเพื่อนเก่าคนนี้ดี กวินไม่ได้อยากได้เธอไปร่วมงานเพราะชื่นชมฝีมือหรอก แต่เขาแค่ต้องการดึงเธออกจากโปรเจกต์นี้เพื่อตัดกำลังฝั่งธันวาต่างหาก และเธอก็ไม่มีวันลดตัวไปร่วมหัวจมท้ายกับคนเจ้าเล่ห์อย่างกวินแน่ แต่ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากตอกกลับกวิน ธันวาก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำลงกว่าเดิมเล็กน้อย แฝงความกดดันและอันตรายบางอย่างที่ทำให้คนฟังต้องขนลุก "โปรเจกต์นี้เซ็นสัญญากับทางบริษัทผมแล้ว... และผมก็ไม่มีนโยบายเปลี่ยนคนทำงานกลางคัน แค่เพราะอินทีเรียร์บางคนชอบวิ่งไปซบคนที่เสนอผลประโยชน์ให้ง่ายกว่า" "คุณธันวา!" รินรดาตบโต๊ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "พูดให้มันดีๆ นะคะ ฉันไม่ใช่สินค้าที่จะให้ใครมาประมูลหรือว่ากล่าวหาตามอำเภอใจ!" ธันวาลุกขึ้นยืนตามอย่างช้าๆ ความสูงของเขาร่วมร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรทำให้เขาต้องโน้มตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อมองสบตากับเธอในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยแตะจมูกจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนเผลอคิดว่าถ้าขยับอีกนิดปลายจมูกคงจะชนกัน ใบหน้าหล่อเหลาของสถาปนิกหนุ่มขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินรดารู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะเข้ากับพวงแก้ม ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลยในเสี้ยววินาทีนั้น มีเพียงความดื้อรั้นและประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "ถ้าคิดว่าแน่จริง ก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิครับว่าฝีปากกับฝีมือของคุณมันคมเท่ากัน..." ธันวาโน้มใบลงกระซิบเบาๆ ริมฝีปากหยักแทบจะแนบชิดกับใบหูของเธอ "อย่าดีแต่เก่งในห้องประชุม..." ติ๊ง! เสียงสัญญาณลิฟต์เปิดดังขึ้นที่หน้าห้องประชุม พร้อมกับการก้าวเข้ามาของประธานกรรมการอาวุโสผู้กุมอำนาจสูงสุดของโปรเจกต์ ซึ่งมาพร้อมกับซองเอกสารลับในมือ รินรดารีบถอยหลังก้าวหนึ่งเพื่อเว้นระยะห่าง หัวใจดวงน้อยเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงปะทะทางอารมณ์เมื่อครู่มันรุนแรงเกินกว่าที่เธอคาดคิดไว้เสียเหลือเกิน ธันวากลับไปยืนนิ่งในท่าเดิม สีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ แต่ปลายนิ้วที่ไขว้อยู่ด้านหลังกลับขยับเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก "เอาล่ะ ทุกคนนั่งลง..." ประธานอาวุโสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ "ก่อนที่เราจะเริ่มตัดสินการประมูลรอบสุดท้าย ผมมีข่าวสำคัญที่จะประกาศให้ทราบ... และมันจะเปลี่ยนทิศทางของโปรเจกต์นี้ไปตลอดกาล" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูเข้าสู่โลกแห่งความปั่นป่วนนี้ร่วมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกกับยัยมัณฑนากรสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%