ผู้กำกับหนุ่มไฟแรงกับนักพากย์เสียงมือฉมัง•ตอนที่ 1

คลื่นความถี่ที่สวนทาง

ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
"ฉันบอกคุณแล้วนะคะผู้กำกรณ์ ว่าตัวละครนี้เธอมีอายุเพียงสิบเจ็ดปี ปมในใจคือความอ้างว้าง ไม่ใช่ความแค้นเคืองจนต้องเค้นเสียงต่ำจนปอดแทบฉีกแบบนั้น!" น้ำเสียงใสทว่าทรงพลังกังวานก้องไปทั่วห้องบันทึกเสียงสตูดิโอ A แรงกระแทกจากถ้อยคำนั้นทำเอาทีมงานเบื้องหลังถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รลินดา หรือที่ใครต่อใครในวงการพากย์ต่างขนานนามให้เธอว่า 'นักพากย์เสียงร้อยหน้า' ยืนกอดอกอยู่หลังกระจกใส แววตาคู่สวยมองตรงไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่หน้ามอนิเตอร์ควบคุมเสียงด้วยความไม่ยอมแพ้ กรณิศ หรือ กรณ์ ผู้กำกับแอนิเมชันหนุ่มไฟแรงผู้เพิ่งกวาดรางวัลระดับประเทศมาหมาดๆ ค่อยๆ ถอดหูฟังออกอย่างช้าๆ การเคลื่อนไหวของเขานิ่งสนิท ทว่ากลับแผ่รังสีความกดดันออกมาเสียจนอุณหภูมิในห้องเย็นเฉียบลงถนัดตา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเดินช้าๆ ออกมาเผชิญหน้ากับเธอที่ห้องบันทึกเสียงโดยไม่ปริปากพูดอะไรทันที บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดเสียจนแม้แต่เสียงเครื่องปรับอากาศยังฟังดูน่าอึดอัด กรณ์เป็นคนประเภทที่ยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ ทุกเฟรมในสตูดิโอของเขาต้องไร้ที่ติ และเสียงพากย์ก็คือหัวใจสำคัญที่จะชุบชีวิตตัวละคร 2D ให้โลดแล่น หากแต่มาตรฐานอันสูงปรี๊ดของเขากลับกำลังปะทะเข้ากับอีโก้และพรสวรรค์อันเปี่ยมล้นของนักพากย์สาวเบอร์หนึ่งอย่างดุเดือด "คุณรินกำลังใช้ความรู้สึกส่วนตัวตัดสินงานศิลปะนะคะ" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำคำกลับเชือดเฉือนคมคาย "เด็กสาวคนนั้นสูญเสียทุกอย่างในคืนเดียว เมืองทั้งเมืองถูกกลืนหายไปในความมืด ถ้าเธอไม่แสดงความเคียดแค้นต่อโชคชะตาออกมาให้ชัดเจน แล้วผู้ชมจะเชื่อได้อย่างไรว่าความอ้างว้างที่คุณพูดถึงมันกัดกินตัวตนเธอจนแหลกสลายไปแล้วจริงๆ?" รลินดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด เธอก้าวเข้าไปประชิดกระจกใสกั้นระหว่างโลกของเธอกับเขา ระยะห่างที่เหลือเพียงไม่กี่คืบทำให้ทั้งคู่ต่างมองเห็นประกายไฟในแววตาของกันและกันได้อย่างชัดเจน "ศิลปะไม่ใช่สูตรเคมีนะคะคุณกรณ์ ที่ใส่สารละลายตัวนี้ลงไปแล้วจะได้ผลลัพธ์แบบเดียวกันเป๊ะๆ" รลินดาโต้กลับทันควัน น้ำเสียงของเธอทั้งนุ่มนวลและเยeหยันในเวลาเดียวกัน "ถ้าฉันพากย์ตามที่คุณต้องการ ตัวละครตัวนี้ก็จะกลายเป็นแค่หุ่นยนต์แก้แค้นดาษดื่นทั่วไป ไม่มีความลึกซึ้ง และที่สำคัญ... มันไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงที่ฉันอยากส่งมอบให้คนดู" โปรเจกต์แอนิเมชันฟอร์มยักษ์เรื่อง 'Echoes of Dawn' ที่ทั้งคู่ต้องมาร่วมงานกันภายใต้ความกดดันของบริษัทแม่ กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความขัดแย้งนี้ การทำงานร่วมกันวันแรกกลายเป็นสนามรบขนาดย่อมที่ไม่มีใครยอมถอยให้ใครแม้แต่ก้าวเดียว ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูเบาๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของพี่ธน โปรดิวเซอร์หนุ่มใหญ่ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาโชกโชนก็ดังขึ้น ขัดจังหวะสงครามประสาทระหว่างผู้กำกับหนุ่มและนักพากย์สาวพอดี พี่ธนส่งยิ้มแห้งๆ พยายามผ่อนคลายบรรยากาศด้วยการแทรกตัวเข้ามาตรงกลาง "เอาล่ะๆ ใจเย็นกันก่อนทั้งสองคนครับ" พี่ธนรีบเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อเห็นสายตาที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อของคนทั้งคู่ "โปรเจกต์นี้เรามีเวลาจำกัด และงบประมาณก็ถูกจับตาดูอยู่ ทุกคนต่างก็อยากให้ผลงานออกมาดีที่สุดด้วยกันทั้งนั้น ไม่เอานะคะ... เรามาลองฟังเทปที่บันทึกไว้เมื่อกี้อีกรอบดีกว่า" กรณ์ถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มลวกๆ ก่อนจะหันไปสบตากับรินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น "ผมให้เวลาคุณรินทบทวนบทนี้อีกสิบนาทีครับ ถ้าเรายังหาจุดร่วมกันไม่ได้ โปรเจกต์นี้คงต้องพึ่งพา 'ระบบประเมินเสียงอัตโนมัติ' ของทางสตูดิโอแทนการใช้ความรู้สึกส่วนตัวของคุณแล้วล่ะ" คำพูดนั้นทำให้รลินดาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความไม่พอใจ ระบบประเมินเสียงอัตโนมัติ (AI Vocal Engine) คือสิ่งที่เธอนึกรังเกียจที่สุดในวงการ เพราะมันลดทอนจิตวิญญาณของมนุษย์ให้กลายเป็นเพียงคลื่นความถี่ที่ถูกคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์ "คุณกล้าดียังไงเอาเครื่องจักรไร้หัวใจมาเทียบกับงานของฉัน?" รลินดาเค้นเสียงถาม รังสีความโกรธแผ่ออกมาจากตัวเธออย่างเห็นได้ชัด กรณ์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขากลับหันหลังเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ควบคุมเสียง พร้อมกับกดเปิดหน้าจอระบบหลักขึ้นมาเพื่อเตรียมทด, สอบรอบถัดไป ทว่าในจังหวะนั้นเอง หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าของผู้กำกับหนุ่มก็เกิดความผิดปกติขึ้นอย่างกะทันหัน แสงไฟในห้องบันทึกเสียงกะพริบถี่เป็นสีแดงฉาน เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤติดังก้องกังวานไปทั่วตึกสตูดิโอ *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนระบบภารกิจพิเศษดังขึ้นในโสดประสาทของกรณ์ หน้าจอสีฟ้าใสปรากฏข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่ไม่อาจเพิกเฉยได้ [ ตรวจพบความถี่เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ระดับ SSS: "เสียงสะท้อนแห่งจุดเริ่มต้น" ] [ เงื่อนไขการปลดล็อก: บังคับให้ผู้กำกับและนักพากย์ต้องประสานคลื่นสมองเข้าด้วยกันผ่านบทสนทนาสดภายใน 60 วินาที มิฉะนั้นระบบสตูดิโอทั้งหมดจะรีเซ็ต ] กรณ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาหันขวับกลับไปมองรลินดาที่ยืนอยู่หลังกระจก ซึ่งในขณะเดียวกัน เธอก็มีสีหน้าตกตะลึงไม่แพ้กันเมื่อหน้าจอส่วนตัวของเธอกปรากฏข้อความเตือนแบบเดียวกันเป๊ะๆ... ขอบكرุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางครั้งนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหนุ่มไฟแรงกับนักพากย์เสียงมือฉมัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%