"ถ้าความสุขของเธอ คือการเด็ดผักกาดที่เปื้อนโคลนด้วยมือเปล่า แทนที่จะจับปากกาเซ็นเช็คในห้องทำงานแอร์เย็นฉ่ำ... ริน เธอกำลังหลอกตัวเองอยู่หรือเปล่า?"
เสียงของ ‘แพรวา’ เพื่อนสนิทจากชีวิตเก่าที่กรุงเทพฯ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของระเบียงไม้ ปลายเท้าของหญิงสาวผู้สวมรองเท้าส้นสูงแบรนด์ดังกำลังหยั่งลึกลงบนพื้นกระดานไม้เก่าๆ ที่มีรอยถลอกจากการใช้งาน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจาย ปะทะเข้ากับกลิ่นดินหลังฝนและกลิ่นควันจางๆ จากเตาฟืนในครัวที่รินรดากำลังเคี่ยวแกงคั่วหอยขม
รินรดาวางทัพพีไม้ลงในหม้อดินเผา ช้อนสายตามองเพื่อนสาวด้วยความนิ่งสงบ เธอไม่รีบตอบ แต่เดินไปหยิบกาน้ำชาเซรามิกเนื้อหนาที่วางอยู่บนเตาถ่าน รินน้ำชาสีทองอ่อนส่งกลิ่นหอมของดอกมะลิและใบชาอู่หลงออร์แกนิกส่งให้แพรวา
"ดื่มชาก่อนสิคะ แพร เดินทางมาไกล อากาศที่นี่ต่างจากในเมืองมาก ร่างกายคงยังปรับตัวไม่ได้"
แพรวารับถ้วยชาไปถือไว้ แต่ไม่ได้ยกขึ้นดื่ม ดวงตาคู่คมจ้องมองรินรดาอย่างค้นหา "ฉันไม่ได้มาเพื่อดื่มชา ริน ฉันมาเพราะคนทั้งกลุ่มเป็นห่วง พวกเราเห็นภาพในโซเชียลที่เธอถ่าย... มันดูสงบจนน่ากลัว เหมือนเธอพยายามหนีไปให้พ้นจากความสำเร็จที่เธอเคยสร้างมากับมือ ทำไมต้องลดทอนคุณค่าของตัวเองมาอยู่กลางทุ่งนาที่ไม่มีใครเห็นหัวด้วย?"
รินรดาแค่นยิ้มบางๆ เธอเดินไปที่ขอบระเบียง มองออกไปเห็น 'ดิน' ที่กำลังยืนถือตะกร้าผักอยู่ไกลๆ บริเวณแปลงนา เขาไม่ได้เดินเข้ามาขัดจังหวะ แต่เขายืนอยู่ตรงนั้นเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่คอยให้ร่มเงาเงียบๆ สายตาของเขาที่ส่งมาให้รินรดาเต็มไปด้วยความเข้าใจอย่างประหลาด
"คุณค่าของคน... แพรวัดจากอะไรคะ?" รินรดาเอ่ยถามน้ำเสียงเรียบเรื่อย "วัดจากตัวเลขในบัญชี ความเร็วของอินเทอร์เน็ตที่ใช้ หรือจำนวนคนที่กดไลก์รูปอาหารในจาน?"
"มันวัดจากผลลัพธ์ของชีวิต!" แพรวาเสียงเข้มขึ้น "เธอเก่งระดับแถวหน้าของวงการอาหาร ริน เธอมีอนาคตที่ทุกคนอิจฉา แต่สิ่งที่เธอกำลังทำอยู่นี้... มันคือการฝังตัวตายในที่ที่ไม่มีใครมองเห็นความสามารถที่แท้จริงของเธอเลยสักนิด"
รินรดาหยิบใบโหระพาสดจากตะกร้าข้างตัวขึ้นมาเด็ด กลิ่นหอมฉุนสดชื่นของมันฟุ้งขึ้นมาทันที เธอสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกำลังดื่มด่ำกับรสนิยมที่เพื่อนสาวมองว่าต่ำต้อย "บางที การถูกมองเห็นจากคนทั้งโลก อาจจะไม่เท่ากับการได้เห็นตัวเองในทุกๆ เช้าที่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่รู้สึกหดหู่ใจกับงานที่ทำหรอกนะคะ แพร ในจานแกงคั่วหอยขมชามนี้ ไม่มีเครื่องปรุงสังเคราะห์ ไม่มีสารกันเสีย และไม่มีการเมืองในที่ทำงาน... มันมีแค่รสสัมผัสที่ซื่อสัตย์ต่อวัตถุดิบ นั่นคือสิ่งที่ฉันตามหามาตลอด"
"ซื่อสัตย์กับตัวเองงั้นเหรอ?" แพรวาแค่นหัวเราะ ก่อนจะวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ด้วยเสียงดังจนน่าตกใจ "ถ้าวันหนึ่งไม่มีเงินเหลือ ไม่มีคนสนับสนุน เหมือนที่เธอเคยมี แล้ววันนั้นเธอจะยังพูดคำนี้อยู่ไหม? ริน เธอไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ การเกษตรแบบนี้มันคือความเพ้อฝัน ไม่ใช่ชีวิตจริง"
บรรยากาศบนระเบียงนิ่งเงียบลงไปถนัดตา เหลือเพียงเสียงน้ำในลำธารข้างกระท่อมที่ไหลผ่านโขดหินดังก้องสะท้อนอยู่ในความรู้สึก รินรดาไม่ได้โกรธ เธอเพียงแค่มองไปที่มือของตัวเองที่มีรอยด้านเล็กน้อยจากการจับจอบและเสียม มันคือความจริงที่เธอภูมิใจ
"สำหรับบางคน ความจริงคือตัวเลขในธนาคาร" รินรดากล่าวเสียงนุ่ม "แต่สำหรับฉัน ความจริงคือไอฝนที่เพิ่งตกกระทบดิน แล้วส่งกลิ่นหอมออกมาให้เราได้รับรู้... ถ้าชีวิตคือการเดินทาง ฉันแค่เปลี่ยนจุดหมายจากความเร็วสูง เป็นการเดินช้าๆ เพื่อให้เห็นรายละเอียดของดอกไม้ข้างทางบ้างเท่านั้นเองค่ะ"
แพรวานิ่งไป สายตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะเบนความสนใจไปที่ทางเดินเข้ากระท่อมที่มีร่างสูงโปร่งของดินกำลังเดินตรงเข้ามาในมือเขามีผลไม้ป่าสดๆ อยู่เต็มตะกร้า เขาส่งยิ้มให้ทั้งสองคน รอยยิ้มที่ปราศจากการปรุงแต่งและแฝงความหมายบางอย่างที่รินรดาอ่านไม่ออก
"มีคนมาหาคุณรินที่ปากทางเข้าไร่ครับ" ดินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและสุภาพ "เขาดูรีบร้อนมาก และดูเหมือนว่าจะ... ไม่ใช่คนที่อยากมาเพื่อชื่นชมธรรมชาติเท่าไหร่"
รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะที่แพรวาเปลี่ยนท่าทีเป็นระแวดระวังทันที ดินขยับเข้ามาใกล้รินรดาอีกก้าวหนึ่ง กระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันเพียงสามคน "เขาขับรถคันใหญ่มา และติดป้ายโลโก้บริษัทที่คุณเคยลาออกมา... ดูเหมือนว่าเรื่องที่คุณอยากลืม จะเดินทางมาหาคุณถึงหน้าบ้านแล้วนะครับ"
ทันทีที่สิ้นเสียงของดิน เสียงเครื่องยนต์รถยนต์ราคาแพงก็คำรามก้องเข้ามาถึงบริเวณลานดินหน้ากระท่อม ตามมาด้วยเสียงปิดประตูรถที่หนักแน่นและเด็ดขาด ชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถพร้อมกับซองเอกสารในมือ เขาไม่ได้มองบรรยากาศโดยรอบ แต่เดินมุ่งตรงมายังระเบียงที่รินรดายืนอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"คุณรินรดาครับ" ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ผมได้รับมอบหมายจากเบื้องบนให้มาแจ้งข่าวร้าย... เกี่ยวกับข้อตกลงที่ดินผืนนี้ที่คุณอ้างว่ามีสิทธิ์ครอบครองตามมรดก"
รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ มือที่ถือทัพพีไม้สั่นเทาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะเงยหน้ามองชายคนนั้นด้วยสายตาที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายปี
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและเคียงข้างไปกับความอุ่นใจของกระท่อมไผ่ริมธารนะคะ
กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 30
คำถามจากโลกภายนอก
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!