"คุณรินคะ... ตะกร้าในมือจะร่วงอยู่แล้วนะคะ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความกังวลเจือจางดังขึ้นใกล้ๆ ดึงรินรดากลับมาจากห้วงเหวแห่งอดีตที่มืดมิด ตะกร้าไม้ไผ่สานบรรจุเห็ดโคนดอกตูมสีขาวนวลเกือบหลุดจากปลายนิ้วที่ไร้เรี่ยวแรง เธอกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ภาพเงาของห้องครัวหรูหราในอดีต ภาพของจานอาหารที่ถูกปัดตกแตกกระจาย และเสียงตะคอกอันเย็นชาของผู้เป็นพ่อที่ยังคงหลอนหลอนในความทรงจำ
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติสัมปชัญญะกลับคืนมา กลิ่นอับชื้นของดินหลังฝนตกและกลิ่นไอดินจางๆ ช่วยดึงเธอให้กลับมาสู่ปัจจุบัน ปัจจุบันที่มีกระท่อมไม้ไผ่หลังน้อย สายน้ำไหลริน และ... ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ดินไม่ได้พูดอะไรต่อ เขามองแววตาที่ไหวระริกของเธอด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ความเงียบระหว่างเขากับเธอไม่เคยอึดอัด มันเป็นความเงียบที่โอบกอดและเยียวยา มือใหญ่เอื้อมมารับตะกร้าเห็ดจากมือเธอไปถือไว้เองอย่างนุ่มนวล ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะไม้ใต้ร่มเงาของต้นไผ่
"ไปค่ะ... ไปนั่งพักตรงระเบียงก่อน ฉันเพิ่งต้มน้ำชาดอกมะลิไว้ กลิ่นกำลังหอมกรุ่นเลยล่ะค่ะ" ดินเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและรอยยิ้มที่เหมือนดั่งแสงอาทิตย์ยามบ่าย
รินรดายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ขาเรียวสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะยอมก้าวตามเขาไปเงียบๆ แผ่นหลังกว้างที่เดินนำหน้าเปรียบเสมือนหลักยึดที่มั่นคงในยามที่โลกภายในใจของเธอกำลังสั่นคลอน เธอนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวโปรด สายตาทอดมองไปยังสายน้ำที่ไหลเอื่อยผ่านหน้ากระท่อม เสียงน้ำไหลเซาะโขดหินขับกล่อมประสาทตึงเครียดให้ค่อยๆ ผ่อนคลายลง
บนโต๊ะไม้มีกาน้ำชาดินเผาใบเล็กส่งควันสีขาวบางเบา ลอยอวลพร้อมกับกลิ่นหอมละมุนของดอกมะลิซ้อนที่บานสะพรั่งอยู่ในสวนข้างกระท่อม ดินรินน้ำชาสีเหลืองอำพันใสใส่จอกกระเบื้องเคลือบสีนวลยื่นส่งให้เธอ
"ดื่มอุ่นๆ นะคะ จะได้ช่วยให้เลือดลมเดินสะดวกขึ้น ความทรงจำแย่ๆ บางที... ถ้ามันหนักหนาเกินกว่าจะแบกไว้ ก็แค่วางมันลงตรงนี้ ไม่ต้องรีบเก็บมันกลับไปหรอกค่ะ" ดินเอ่ยเบาๆ ขณะนั่งลงฝั่งตรงข้าม สายตาคมเข้มทอดมองเธอด้วยความห่วงใยที่ไม่มีเงื่อนไข
รินรดยกจอกชาขึ้นจรดริมฝีปาก ความอุ่นร้อนแผ่ซ่านผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ กลิ่นหอมเย็นชื่นใจของดอกมะลิช่วยชะล้างความขมขื่นในลำคอ รสชาติของชานั้นละมุนละไม ไม่หวาน ไม่ฝาด แต่มีความกลมกล่อมที่เกิดจากการใส่ใจพิถีพิถันในการคั่วใบชาและเลือกดอกไม้ รินรดาหลับตาลงรับสัมผัสแห่งการเยียวยานี้ น้ำตาที่เคยคลอหน่วยอยู่รอบดวงตาค่อยๆ แห้งเหือดลง แทนที่ด้วยความรู้สึกสงบที่เธอไม่ได้สัมผัสมานานแสนนาน
"ขอบคุณนะคะ... ดิน" เสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อย แต่มีความมั่นคงกว่าเมื่อครู่มาก
"คุณไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกค่ะ รินรดา" ดินยิ้มบางๆ "ที่นี่คือบ้านของคุณ พื้นที่ปลอดภัยของคุณ ปมในอดีตจะน่ากลัวแค่ไหน แต่ถ้าเราไม่ยอมให้มันมามีอำนาจเหนือปัจจุบัน มันก็เป็นแค่เรื่องเล่าเก่าๆ ที่ผ่านไปแล้วเท่านั้นเองค่ะ"
คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นทำให้รินรด้ารู้สึกราวกับภูเขาทั้งลูกที่กดทับอกอยู่ถูกยกออกไป เธอวางจอกมาลงบนโต๊ะ หยิบผ้าขนผืนเล็กมาเช็ดมืออย่างใจเย็น บรรยากาศรอบตัวกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง ความเงียบงันที่ไม่โดดเดี่ยว เสียงลมพัดใบไผ่เสียดสีกันเบาๆ คล้ายบทเพลงกล่อมเด็ก
"วันนี้เรามาทำซุปเห็ดโคนร้อนๆ ใส่ขิงแกงพื้นบ้านกันดีไหมคะ" รินรดาเปลี่ยนเรื่องด้วยน้ำเสียงที่เริ่มกลับมามีชีวิตชีวา ดวงตาคู่สวยเป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงวัตถุดิบสดใหม่ในตะกร้า "ฉันอยากลองใช้ขิงอ่อนที่เพิ่งขุดขึ้นมาจากแปลงเมื่อวาน มาตัดเลี่ยนความมันของเห็ดโคนดูค่ะ น่าจะช่วยขับลมและอุ่นกระเพาะได้ดีในวันที่อากาศชื้นแบบนี้"
ดินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาเป็นประกายด้วยความยินดีที่เห็นเธอกลับมาเป็นเชฟผู้รักการทำอาหารคนเดิม "ตามใจคุณเลยค่ะ มือหนึ่งเรื่องรสชาติอย่างคุณ ทำอะไรก็อร่อยทั้งนั้น เดี๋ยวฉันเป็นลูกมือคอยปอกขิงและล้างเห็ดให้เองนะคะ"
ทั้งสองคนช่วยกันเตรียมมื้อเย็นอย่างรู้ใจ รินรดาเคลื่อนไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่วในห้องครัวเล็กๆ กลิ่นหอมของขิงซอยที่ถูกผัดกับน้ำมันพืชเล็กน้อยจนส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ผสมผสานกับกลิ่นหอมของเห็ดโคนสดที่คายน้ำหวานออกมาเมื่อโดนความร้อน ความอบอุ่นจากเตาไฟช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บในจิตใจให้มลายหายไปจนสิ้น ซุปเห็ดโคนสีนวลในหม้อดินเผาส่งกลิ่นหอมเย้ายวน ชวนให้ท้องร้องประท้วงเบาๆ
รินรดาตักซุปใส่ชามกระเบื้องเคลือบ ลอยหน้าด้วยใบผักชีฝรั่งซอยละเอียด ส่งให้ดินที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร
"ลองชิมดูนะคะ ว่ารสชาติดั่งใจหรือเปล่า" เธอยืนมองด้วยแววตาลุ้นระทึกเล็กน้อยตามนิสัยของเชฟผู้ใส่ใจในทุกรายละเอียด
ดินตักซุปเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ เพื่อรับรสชาติที่ซับซ้อน รสเผ็ดร้อนบางเบาของขิงอ่อนผสานกับความหวานธรรมชาติของเห็ดโคนและน้ำซุปกระดูกผัก กลมกล่อม ละมุนละไม และให้ความรู้สึกอบอุ่นตั้งแต่คำแรกที่สัมผัสลิ้น
"อร่อยมากค่ะ..." ดินเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง รอยยิ้มอบอุ่นระบายบนใบหน้า "นี่คือรสชาติของการเยียวยาอย่างแท้จริงเลยค่ะ ริน"
รินรดายิ้มกว้างออกมาได้สนิทใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน บรรยากาศรอบตัวช่างเปี่ยมสุขและงดงาม จนเธอคิดว่าช่วงเวลานี้คงจะเป็นช่วงเวลาที่สงบสุขที่สุดในชีวิตของเธอแล้ว...
ทว่า ในขณะที่ช้อนกระเบื้องในมือของเธอกำลังจะตักซุปคำถัดไปเข้าปาก เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่ย่ำลงบนพื้นดินเปียกชื้นนอกกระท่อม ก็ดังแทรกเข้ามาทำลายความเงียบงันอย่างกะทันหัน
เสียงเคาะประตูไม้ไผ่ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
รินรดาชะงักค้าง มือที่ถือช้อนสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นริ้วขึ้นมาจากสันหลัง เมื่อเสียงทุ้มคุ้นเคยที่เธอคิดว่าชาตินี้คงไม่มีวันได้ยินอีกแล้ว ดังลอดผ่านผนังไม้ไผ่เข้ามา
"รินรดา... ลูกอยู่ในนั้นใช่ไหม เปิดพ่อเดี๋ยวนี้!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและโอบกอดความอบอุ่นไปพร้อมกับกลิ่นหอมของชาดอกมะลิในตอนนี้นะคะ
กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 48
กลิ่นชาดอกมะลิ
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!