คราบหมึกบนกระดาษสาโบราณที่เพิ่งถูกเผาไหม้ยังทิ้งกลิ่นฉุนของกำยานและเศษซากเขม่าจางๆ ไว้บนโต๊ะทำงาน ภาคินไม่แม้แต่จะปรายตาแลแผ่นยันต์สีดำสนิทที่เพิ่งถูกดึงออกจากกระเป๋าเสื้อสูท นิ้วเรียวยาวของเขาเคาะโต๊ะไม้สักเป็นจังหวะสม่ำเสมอ คล้ายกำลังคำนวณลมหายใจของคู่สนทนาที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
แสงไฟนีออนสีวลีจากห้องชันสูตรพลิกผันเงาของ ดร.ศจี ให้ทอดยาวทาบทับแฟ้มคดีเก่าสีน้ำตาลเข้มที่กองอยู่บนเคาน์เตอร์สแตนเลส ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นใสของเธอไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวต่อไสยเวทดำมืดที่ภาคินเพิ่งเผชิญมาเมื่อครู่ หากแต่เต็มไปด้วยประกายความดื้อรั้นของนักวิทยาศาสตร์ผู้ปฏิเสธจะสยบยอมต่อสิ่งเหนือธรรมชาติที่ไร้หลักฐาน
"คุณกำลังเล่นกับไฟ ภาคิน... หรือควรพูดว่า คุณกำลังพยายามจุดไฟในกองเพลิงที่มอดดับไปแล้วเมื่อหนึ่งปีก่อนกันแน่"
เสียงทุ้มต่ำของศจีเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำในห้องแล็บเป็นแบ็กกราวด์ เธอยื่นแฟ้มเอกสารหนาปึกที่มีป้ายกระดาษเหลืองกรอบแปะไว้ด้วยตัวอักษรพิมพ์ดีดเก่าๆ ว่า *‘คดีฆาตกรรมต่อเนื่อง - นักศึกษาแพทย์ปี 3 (กรณีศึกษา 04/2566)’* วางกระแทกลงตรงหน้าเขา
ภาคินเลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างนึกสนุก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับปกเสื้อสูทให้เข้าที่ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้เธอทีละน้อย จนกลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาและน้ำมันจันทน์จากตัวเขาปะปนกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องแล็บ
"คุณหมอศจี... วิทยาศาสตร์สอนให้คุณมองหาหลักฐานเชิงประจักษ์ แต่บางครั้ง สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้รอยเย็บศพของคุณ มันไม่ได้ต้องการคำอธิบายเชิงกายวิภาคหรอกนะครับ" ภาคินเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาสีเข้มมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ "แฟ้มคดีนั้น... มีกลิ่นอายของกระดูกอาคมที่ไม่ต่างจากศพรายล่าสุดที่เราเพิ่งดูด้วยกันเมื่อคืนนี้เลยใช่ไหมครับ"
ศจีไม่ถอยหนี เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับความกดดันทางจิตวิทยาที่ชายหนุ่มจงใจสร้างขึ้น แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความตระหนักรู้บางอย่างที่น่ากลัว เธอดึงแฟ้มเอกสารนั้นกลับมาเปิดออกอย่างใจเย็น นิ้วเรียวชี้ไปยังภาพถ่ายรอยแผลผ่าตัดบนแผ่นอกของศพในอดีต
"ถูกต้อง... นี่คือจุดที่ทำให้ฉันนอนไม่หลับตลอดสามคืนที่ผ่านมา" ศจีกัดริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงเฉียบคมราวกับมีดผ่าตัด "ศพของนักศึกษาแพทย์คนนั้น... ถูกพบในสภาพที่หัวใจถูกควักออกไปอย่างไร้ร่องรอยการกรีดเปิดซี่โครงแบบแพทย์วิถี แต่สิ่งที่เหมือนกันอย่างน่าขนลุกกับคดีปัจจุบัน คือ 'รอยไหม้รูปวงกลม' บริเวณกระดูกสันหลังส่วนอกข้อที่เจ็ด... ซึ่งฉันเคยลงความเห็นว่าเป็นปฏิกิริยาจากสารเคมีบางชนิด"
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่สั่นไหวเล็กน้อย
"แต่หลังจากที่ได้เห็นแผ่นยันต์ที่คุณเผาเมื่อคืน... และคำอธิบายเรื่อง 'พิธีถอนวิญญาณซ่อนกระดูก' ของคุณ ทำให้ฉันต้องทบทวนรายงานชันสูตรทั้งหมดใหม่ทั้งหมด... และฉันพบว่า รอยไหม้นั้นไม่ใช่สารเคมี แต่มันคือรอยประทับจากโลหะอาคมที่ถูกเผาจนร้อนจัดและกดลงไปบนกระดูกของเหยื่อ... ขณะที่พวกเขายังมีลมหายใจอยู่!"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอันหนักอึ้ง ภาคินหรี่ตามองภาพถ่ายในแฟ้มด้วยความสนใจ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายเป็นความจริงจัง คดีเมื่อปีก่อนถูกปิดลงในฐานะ "อุบัติเหตุจากการทดลองสารเคมีระเบิดในหอพัก" ตามรายงานของตำรวจ แต่หากเบื้องหลังคือฝีมือของหมอผีสายดำที่มีอำนาจระดับนี้ นั่นหมายความว่าฆาตกรรายนี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นฆ่า... แต่มันกำลัง "สะสม" พลังผ่านกระดูกมนุษย์มาเป็นเวลาแรมปีแล้ว
"น่าสนใจมากครับคุณหมอ..." ภาคินกระซิบเบาๆ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น "คุณกำลังใช้ตรรกะทางนิติเวชแกะรอยอาคมโบราณ มันเป็นความพยายามที่กล้าหาญ... แต่ก็อันตรายถึงชีวิตเช่นกัน"
"ฉันไม่ได้ต้องการความกล้าหาญ ฉันต้องการความจริง" ศจีสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่ซ่อนรอยแผลเป็นในอดีต "เด็กผู้ชายคนนั้นในแฟ้ม... เขาเป็นลูกศิษย์คนโปรดของฉัน เป็นคนที่ฉันเคยปฏิเสธที่จะช่วยเขาในคืนก่อนที่เขาจะตายเพราะคิดว่าเขาแค่เครียดเรื่องสอบ... ฉันติดค้างเขาอยู่ ภาคิน!"
ความรู้สึกผิดที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นถูกระบายออกมาผ่านน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ภาคินมองเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในตัวหญิงสาว—มนุษย์สีเทาผู้แบกรับบาปและความสูญเสียไว้บนบ่าเพื่อแลกกับการค้นหาความหมายบางอย่างในโลกที่บิดเบี้ยว
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ระดับต่ำก็ดังขึ้น *ปี๊ด... ปี๊ด...* พร้อมกับระบบระบายอากาศอัตโนมัติที่เริ่มดูดควันออกไป แสงไฟนีออนในห้องแล็บกระพริบไหวสามครั้งก่อนจะดับลง เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวที่สาดส่องลงมาบรรจบกับความมืดมิด
"เกิดอะไรขึ้น ระบบไฟไม่ได้ขัดข้อง..." ศจีขมวดคิ้ว เธอเอื้อมมือไปหยิบไฟฉายบนโต๊ะ
"ไม่ใช่ระบบไฟขัดข้องหรอกครับ..." ภาคินยกมือขึ้นห้าม พร้อมกับชักมีดหมอโบราณออกจากซองหนังที่ข้อพับแขนอย่างเงียบเชียบ สัญชาตญาณนักล่าของเขาบอกชัดเจนว่าไอความเย็นเยียบของกระแสจิตอันประสงค์ร้ายกำลังคืบคลานเข้ามาตามทางเดิน
"ดูเหมือนว่า... เจ้าของกระดูกอาคมเขาจะไม่พอใจที่เรากำลังเปิดอ่านแฟ้มเก่าของเขานะครับ"
เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องชันสูตร ล็อคอินเตอร์คอมที่ควรจะถูกปิดตายค่อยๆ หมุนเปิดออกเองด้วยแรงลมประหลาด ก่อนที่บานประตูเหล็กจะค่อยๆ แง้มเปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืด พร้อมกับกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพที่โชยตลบอบอวลไปทั่วห้อง และเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นตรงข้างหูของศจีโดยที่ไม่มีร่างของผู้พูด!
"คุณหมอ... หาแฟ้มของฉัน... เจอแล้วสินะครับ..."
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
กระดูกอาคมซ่อนเงื่อนวิญญาณ•ตอนที่ 3
ร่องรอยในแฟ้มคดีเก่า
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระดูกอาคมซ่อนเงื่อนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
