กระดูกอาคมซ่อนเงื่อนวิญญาณ•ตอนที่ 1

ศพปริศนากับรอยสักอาคม

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นฟอร์มาลีนผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องชันสูตรใต้ดินของสถาบันนิติเวช แสงไฟจากหลอดฟلูออเรสเซนต์สีขาวโพลนสาดส่องลงบนร่างไร้วิญญาณที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงสแตนเลสสตีล ร่างนั้นคือชายหนุ่มอายุราวสามสิบปี สภาพศพบ่งบอกถึงความรุนแรงที่ถูกกระทำมาอย่างจงใจและพิถีพิถันเกินกว่าจะเป็นการฆาตกรรมชิงทรัพย์ทั่วๆ ไป ดร.ศจี ยืนอยู่เบื้องหน้าศพด้วยสีหน้าเรียบเฉย นัยน์ตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาพิจารณาร่องรอยบนผิวหนังอย่างละเอียด นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวยกขึ้นแตะขอบแว่นเล็กน้อยตามความเคยชินเมื่อต้องใช้สมาธิขั้นสูงสุด ปริญญาบัตรด้านนิติเวชศาสตร์และจิตวิทยาอาชญากรรมจากต่างประเทศไม่ได้ช่วยให้เธอดับความรู้สึกสะอิดสะเอียนต่อความโหดร้ายของมนุษย์ได้ แต่มันฝึกให้เธอซ่อนความรู้สึกนั้นไว้ใต้เกราะกำบังแห่งเหตุผลและวิทยาศาสตร์ "รอยกรีดลึกถึงชั้นไขมัน..." ศจีเอ่ยพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอเรียบเย็นและดังก้องอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ "ไม่มีร่องรอยการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด... กล้ามเนื้อคลายตัวสมบูรณ์ บ่งบอกว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่าห ชั่วโมง แต่ที่น่าสนใจคือรอยพวกนี้..." เธอก้มตัวลงต่ำเพื่อเพ่งมองลวดลายประหลาดที่ถูกสักทับลงไปบนรอยแผล รอยสักนั้นไม่ใช่หมึกสีดำทั่วไป แต่มันคือรอยแผลเป็นนูนที่เกิดจากการกรีดผิวหนังให้เป็นอักขระโบราณ แล้วถมทับด้วยของเหลวสีคล้ำที่ส่งกลิ่นเหม็นอับคล้ายซากศพเน่าเปื่อยผสมกับกำยาน "อักขระขอมโบราณ... ผสมกับคาถาสายดำที่ใช้สะกดวิญญาณไม่ให้ไปผุดไปเกิด" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมมืดของห้องชันสูตร โดยที่ศจียังไม่ทันได้ยินเสียงฝีเท้าของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ศจีชะงักมือที่กำลังถือคีมโลหะ เธอยืดตัวขึ้นทันทีแล้วหันขวับไปมองยังต้นเสียง ดวงตาคมวาวด้วยความไม่พอใจระคนระแวดระวัง ร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มยืนกอดอกพิงกรอบประตู รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากไม่ได้สื่อถึงความอัธยาศัยไมตรี แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อในกรง "คุณเป็นใคร เข้ามาในเขตหวงห้ามของนิติเวชได้อย่างไร รปภ.ปล่อยให้คุณเข้ามาได้ยังไง" ศจีถามด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ไร้ซึ่งความเกรงกลัว มีเพียงความรำคาญใจต่อระบบรักษาความปลอดภัยที่หละหลวม ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับบัตรผ่าน เขาก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้เตียงศพมากขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นอายรอบตัวเขาน่าอึดอัดจนศต้องเผลอกลั้นหายใจชั่วขณะ "ผมชื่อภาคิน... ส่วนผมจะเข้ามาได้อย่างไรนั้น ไม่สำคัญเท่ากับที่คุณกำลังใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์พยายามอธิบายสิ่งที่วิทยาศาสตร์ไม่มีวันเข้าใจหรอกครับ คุณหมอ" ภาคินหยุดยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของเตียง สายตาคมกริบของเขาไม่ได้มองที่ใบหน้าของศจี แต่มันจดจ้องอยู่ที่รอยแผลอักขระบนหน้าอกของศพอย่างพินิจพิเคราะห์ ศจีหรี่ตาลง ประเมินชายตรงหน้าจากบุคลิกและท่าทาง การแต่งกายเนี๊ยบแต่มีกลิ่นอายดิบเถื่อนบางอย่างซ่อนอยู่ ท่าทางมั่นอกมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ และที่สำคัญที่สุด... เขาพูดถึงคดีนี้ราวกับรู้เห็นเป็นใจ "ถ้าคุณหมายถึงรอยสักประหลาดนี่ ฉันกำลังจะส่งชิ้นเนื้อไปตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาองค์ประกอบทางเคมี" ศจีเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รักษาท่าทีเยือกเย็นตามวิชาชีพ "และฉันไม่เชื่อเรื่องงดงาย ไสยเวท หรือวิญญาณอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เสมอ" ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เจือความเย้ยหยันอย่างปิดไม่มิด ทำให้คิ้วเรียวของศจีขมวดเข้าหากันด้วยความหงุดหงิด "วิทยาศาสตร์บอกคุณได้ไหมครับว่า ทำไมวิญญาณของไอ้เวรนี่ ถึงยังวนเวียนอยู่รอบๆ ซากเนื้อเน่าๆ ของตัวเอง?" ภาคินเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของศจี "ลองหันไปมองกระจกเงาบานใหญ่ด้านหลังคุณสิครับ แล้วคุณจะเห็นว่าความเชื่อมั่นอันแรงกล้าของคุณ มันกำลังสั่นคลอนแค่ไหน" ศจีรู้สึกถึงสันหลังที่เย็นวาบขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอปฏิเสธความกลัวด้วยการตอกกลับเสียงแข็ง "อย่ามาพูดจาไร้สาระจิตวิทยาแถวนี้ คนเราจะตายก็คือตาย สมองหยุดทำงาน เซลล์เน่าสลาย ไม่มีหรอกวิญญาณ" "งั้นเหรอครับ?" ภาคินก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะชันสูตรอีกก้าว จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงอย่างน่าอึดอัด กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นลอยแตะจมูก "ถ้าไม่มีวิญญาณ... แล้วไอ้เงาดำที่กำลังยืนหายใจรดต้นคอคุณอยู่ตอนนี้ มันคืออะไรล่ะครับ?" สิ้นคำพูดของภาคิน อุณหภูมิภายในห้องชันสูตรที่เย็นเยียบอยู่แล้วก็ลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวที่ริมฝีปาก แสงไฟนีออนบนเพดานกะพริบถี่รัวราวกับกระแสไฟฟ้าขัดข้อง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงลมหายใจเฮือกใหญ่ที่ไม่ได้มาจากคนเป็น ก็ดังขึ้นติดข้างใบหูของแพทย์นิติเวชสาว ศจีสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามเก็บกดไว้ เธอหันขวับกลับไปมองความว่างเปล่าเบื้องหลัง แต่สายตากลับกวาดไปสะดุดกับสิ่งหนึ่งบนจอคอมพิวเตอร์บันทึกภาพกล้องวงจรปิดของห้องชันสูตร ที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ในจอภาพนั้น... นอกจากเงาของเธอและภาคินแล้ว ยังมีเงาร่างที่สาม... ร่างโปร่งแสงไร้หน้า รูปร่างบิดเบี้ยวผิดมนุษย์ กำลังยืนซ้อนทับอยู่ด้านหลังของเธอ พร้อมกับกรงเล็บสีดำสนิทที่ค่อยๆ ยื่นออกมาสัมผัสกับไหล่ของเธอในโลกแห่งความจริง! "ยินดีต้อนรับสู่โลกที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึงนะครับ คุณหมอ" ภาคินกระซิบเบาๆ ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มในความมืดที่เริ่มคืบคลานเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง เมื่อหลอดไฟดวงสุดท้ายระเบิดแตกกระจายลงพร้อมกับเสียงกรีดร้องในใจของศจีที่ถูกแช่แข็งไว้บนเส้นด้ายแห่งความเป็นและความตาย ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระดูกอาคมซ่อนเงื่อนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%