ช่างตีดาบจอมดีดกับกิลด์มาสเตอร์ผู้เย็นชา•ตอนที่ 27

การสูญเสียที่ต้องแลก

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและไอร้อนระอุจากเตาหลอมเวทมนตร์ระดับสูงไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของกิลด์มาสเตอร์อบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย "ท่านจะเก็บมันไว้ในตู้เซฟอีกนานแค่ไหนครับ... ดาบเล่มนั้นน่ะ" เรย์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้น ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวของเขากำลังคีบแผ่นโลหะมิธริลบริสุทธิ์เพื่อตรวจสอบค่าความยืดหยุ่นผ่านหน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใส แสงสะท้อนจากตัวเลขสเตตัสส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของช่างตีเหล็กหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดีดเกินเบอร์ แต่ในเวลานี้ ดวงตาคู่คมกลับเต็มไปด้วยความจริงจังและร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำทำงานมาตลอดสามวันเต็ม คิริลไม่ได้หันกลับมามอง เขายังคงยืนนิ่งสนิทอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นทัศนียภาพของมหานครลอยฟ้า 'อาร์เคเดีย' เบื้องล่าง แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อคลุมประจำตำแหน่งกิลด์มาสเตอร์ดูโดดเดี่ยวและแบกรับความกดดันมหาศาลไว้ราวกับจะแหลกสลายได้ทุกเมื่อ มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "มันไม่ใช่เรื่องที่นายต้องใส่ใจ เรย์" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาเอ่ยตอบกลับมาโดยไร้เยื่อใย "หน้าที่ของนายคือการซ่อมแซมและอัปเกรดอาวุธให้สมาชิกแนวหน้า ไม่ใช่มายุ่งเรื่องส่วนตัวของฉัน" เรย์วางค้อนตีเหล็กในมือลงบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบไม้ดัง *กริ๊ง* เบาๆ แต่กลับสะท้อนก้องกังวานในความเงียบ เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ รอยยิ้มขี้เล่นที่มักประดับอยู่บนใบหน้าเสมอตายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ช่างตีเหล็กหนุ่มก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ชายผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุดในเซิร์ฟเวอร์ทีละก้าวอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังเข้าใกล้สัตว์ป่าบาดเจ็บที่พร้อมจะขย้ำทุกคนที่เข้าใกล้ "ผมคงจะทำเป็นมองไม่เห็นไม่ได้หรอกครับ... ในเมื่อทุกครั้งที่ผมส่งมอบดาบเล่มใหม่ให้คุณ สายตาที่คุณมองมัน ไม่ใช่สายตาของนักรบที่กระหายชัยชนะ แต่มันคือสายตาของคนที่กำลังโทษตัวเองต่างหาก" เรย์หยุดยืนอยู่ห่างจากแผ่นหลังนั้นเพียงแค่เอื้อมมือ "ดาบเลบานาทเล่มนั้น... มันไม่ได้พังเพราะคมดาบของศัตรูใช่ไหมครับ แต่มันพังเพราะ 'ความลังเล' ของคุณในวันนั้น" สิ้นคำพูดของเรย์ ร่างกายของคิริลก็สะعุดกึกเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนอุณหภูมิในห้องเย็นเฉียบราวกับติดลบ ระบบแจ้งเตือนสถานะเตือนภัยสีแดงกะพริบถี่ๆ ที่มุมห้อง เนื่องจากความกดอากาศรอบตัวกิลด์มาสเตอร์แปรปรวนจากการควบคุมอารมณ์ที่เริ่มหลุดลอย "นายรู้อะไร..." คิริลหันกลับมาด้วยแววตาวาวโรจน์ นัยน์ตาสสีเทาเข้มคู่นั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและร่องรอยของอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ก้นบึ้งของจิตใจ "นายเป็นแค่ช่างตีเหล็กหน้าใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในกิลด์นี้ได้ไม่นาน นายจะไปรู้อะไรเกี่ยวกับความสูญเสีย! นายจะไปเข้าใจอะไรกับการตัดสินใจที่ต้องแลกด้วยชีวิตของพรรคพวกสหายสนิท!" "ผมอาจจะไม่รู้ว่าคุณต้องแบกรับอะไรไว้บ้าง..." เรย์สวนกลับทันที น้ำเสียงของเขานิ่งสงบแต่หนักแน่นและจริงจังจนคิริลต้องชะงัก "...และผมก็ไม่ได้อยากรู้เรื่องกอสสิปในอดีตของกิลด์ใหญ่โตอะไรนั่นด้วย แต่ผมรู้แค่ว่า... ในฐานะช่างตีเหล็กที่เอาวิญญาณใส่ลงไปในโลหะทุกชิ้น ผมทนเห็นผลงานของตัวเองต้องกลายเป็นเครื่องมือลงทัณฑ์ตัวเองของคุณไม่ได้!" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเตาหลอมเวทมนตร์ที่เป็นพยานในบทสนทนาอันหนักหน่วงนี้ คิริลจ้องมองเรย์ด้วยสายตาที่ซับซ้อน ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ค่อยๆ มลายหายไป เหลือเพียงความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ใต้หน้ากากความเย็นชามาเนิ่นนาน ชายหนุ่มผู้ไม่เคยแสดงจุดอ่อนให้ใครเห็น ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังเบื้องหน้าโต๊ะทำงาน มือหนายกขึ้นกุมขมับ พลาดยอมเปิดปากเล่าเรื่องราวที่ไม่มีใครในกิลด์กล้าแม้แต่จะเอ่ยถึง "มันคือเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน..." เสียงของคิริลแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด "ในดันเจี้ยนระดับตำนาน 'ซากปรักหักพังแห่งสุริยันอับแสง' พวกเรา... ปาร์ตี้เริ่มต้นห้าคน บุกฝ่าฟันจนไปถึงห้องโถงสุดท้าย..." เรย์ดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงฝั่งตรงข้ามอย่างเงียบๆ เขารับฟังโดยไม่พูดแทรกปล่อยให้คิริลได้ระบายความอัดอั้นที่กัดกินหัวใจมานานแสนนาน "ในวินาทีที่บอสใหญ่อย่าง 'ราชาปีศาจแห่งความมืด' กำลังจะปล่อยท่าไม้ตายกวาดล้างปาร์ตี้... ลูคัส... เพื่อนสนิทที่สุดและเป็นแนวหน้าแทงก์ของพวกเรา ยอมเอาตัวเองเข้ามารับการโจมตีนั้นแทนฉัน เพื่อให้ฉันมีเวลาพอที่จะร่ายเวทมนตร์ปิดฉากมัน..." คิริลสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับเสียงสั่นเครือ "แต่... แต่ในวินาทีสุดท้ายที่ฉันเงื้อดาบฟันลงไป ฉันกลับมือสั่น... ฉันลังเล... เพราะกลัวว่าพลังเวทจะไม่พอ และความลังเลเสี้ยววินัตินั้น ทำให้การโจมตีพลาดเป้า บอสหลุดจากการควบคุม และ... และลูคัสก็ต้องตายไปต่อหน้าต่อตาฉัน พร้อมกับดาบเลบานาทที่หักคามือเขา" คิริลเงยหน้าขึ้นสบตาเรย์ นัยน์ตาคู่นั้นเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความรู้สึกผิดที่สะสมมานาน "ตั้งแต่วันนั้น... ดาบทุกเล่มที่ฉันถือ มันหนักอึ้งราวกับแบกศพของเพื่อนตัวเองไว้ และทุกครั้งที่ฉันมองเห็นรอยตำหนิบนอาวุธ ฉันจะนึกถึงความไร้ความสามารถของตัวเอง... ฉันมันไม่คู่ควรกับการเป็นกิลด์มาสเตอร์ด้วยซ้ำ เรย์" เรย์มองภาพตรงหน้าด้วยความเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง ในโลกของเกม VRMMO ที่คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นเพียงความบันเทิงและการแข่งขันเพื่อความเป็นหนึ่ง แต่สำหรับบางคนแล้ว บาดแผลทางจิตใจจากความสูญเสียในเกมมันเจ็บปวดและสมจริงเสียยิ่งกว่าโลกแห่งความจริง ช่างตีเหล็กหนุ่มเอื้อมมือไปแตะเบาๆ ที่ข้อศอกของกิลด์มาสเตอร์หนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ พร้อมกับส่งรอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา "คุณไม่ได้ไร้ความสามารถหรอกครับ คิริล..." เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยพลัง "เพราะถ้าคุณไร้ความสามารถจริง คุณคงไม่ยอมแบกรับภาระของคนทั้งกิลด์ไว้บนบ่าเพื่อไถ่บาปให้ตัวเองมาจนถึงทุกวันนี้หรอกครับ สิ่งที่คุณทำอยู่มันไม่ใช่การลงทัณฑ์ตัวเอง... แต่มันคือการทรมานวิญญาณของเพื่อนคุณที่เขาสละชีวิตเพื่อให้คุณมีชีวิตอยู่ต่อต่างหาก" คิริลเบิกตากว้างเล็กน้อย คำพูดเหล่านั้นเหมือนสายน้ำเย็นที่ไหลชะล้างไฟร้อนรุ่มในอกให้สงบลง "พรุ่งนี้..." เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงของเขากลับมามีความมั่นใจและกระตือรือร้นแบบฉบับช่างตีเหล็กอัจฉริยะอีกครั้ง "ผมจะตีดาบเล่มใหม่ให้คุณ... ดาบที่จะไม่มีวันหัก และไม่ใช่ดาบสำหรับจองจำอดีต แต่จะเป็นดาบที่จะพาคุณก้าวไปสู่อนาคต เพื่อสะสางเรื่องราวทั้งหมดด้วยมือของคุณเอง!" ขณะที่คิริลกำลังจะอ้าปากเอ่ยตอบ ทันใดนั้นเอง ระบบรักษาความปลอดภัยของกิลด์ก็ส่งเสียงร้องเตือนดังลั่นห้องทำงาน แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วบริเวณ หน้าจอโฮโลแกรมแจ้งเตือนฉุกเฉินเด้งขึ้นตรงหน้าของทั้งสองคนโดยปราศจากการควบคุม [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการบุกรุกจากผู้เล่นไม่ทราบฝ่ายระดับผู้บริหารสูงสุด] [คำเตือน: เขตหวงห้ามชั้นในถูกเจาะระบบ! พลังงานปริศนากำลังมุ่งตรงมาที่ห้องทำงานกิลด์มาสเตอร์!] [ข้อความจากระบบฉุกเฉิน: ยืนยันตัวตนผู้บุกรุก... รหัสผ่านตรงกับ 'ผู้เล่นลูคัส' - สถานะ: บัญชีถูกลบถาวรเมื่อ 3 ปีก่อน แต่ตรวจพบการเข้าสู่ระบบด้วยซิกเนเจอร์ไอดีเดิม!] คิริลผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตกตะลึงจนหน้าถอดสี นัยน์ตาสีเทาเข้มเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า ขณะที่เรย์ชักค้อนตีเหล็กคู่ใจออกจากช่องเก็บไอเทมทันที พร้อมกับหันไปมองประตูทางเข้าที่กำลังถูกบิดเปิดออกอย่างช้าๆ โดยเงาร่างปริศนาในหมวกคลุมสีดำสนิท ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาจนถึงบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบจอมดีดกับกิลด์มาสเตอร์ผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%