กับดักหัวใจในไร่ชา หลังม่านหมอกแห่งยุคสมัย•ตอนที่ 1

หนีจากเมืองหลวงสู่ยอดเขา

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
เสียงกระแทกของหีบไม้เนื้อแข็งที่ปิดลงอย่างแรง ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงคับแคบของตระกูลหลิน ราวกับเสียงประกาศิตตัดขาดสายสัมพันธ์ที่ผุกร่อนมานานแรมปี หลินฟางยืนนิ่งสงบ ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองบรรดาญาติผู้พี่และป้าสะใภ้ที่กำลังรุมล้อมด้วยสายתตasyกระหายใคร่รู้ หล่อนเพิ่งจะลงนามใน "หนังสือสละสิทธิ์มรดก" ที่อีกฝ่ายวางแผนเคี่ยวเข็ญมานานหลายเดือน เพื่อแลกกับการได้ครอบครองบ้านเก่าครึ่งผุครึ่งพังและที่ดินรกร้างบนยอดเขาหมอกขาว—สถานที่ที่ใครๆ ต่างก็ตราหน้าว่าเป็นดินแดนอัปมงคลและถูกทอดทิ้งจากโลกยุค 70 นี้ "หลินฟาง เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะเอาที่ดินผืนนั้น? โฉนดบ้านเก่าหลังนั้นผุพังจนแทบจะพังลงมาทับหัวอยู่แล้ว แถมยังอยู่ห่างไกลความเจริญเสียยิ่งกว่าคอกหมู ดีไม่ดีปีนี้อาจจะไม่มีแม้แต่ข้าวสารกรอกหม้อ!" เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่ดังขึ้น เจือด้วยความสะใจและหวาดระแวงกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ "ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกครับ... เอ๊ย ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ เอ้ย ห่วงไปหรอกเจ้าค่ะ" หลินฟางเกือบเผลอหลุดคำพูดสมัยใหม่ หล่อนปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบแล้วแย้มยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด "ในเมื่อท่านลุงกับป้าสะใภ้เมตตา มอบสมบัติชิ้นใหญ่โตอย่าง 'ที่ดินบนยอดเขา' ให้ข้าผู้เป็นหลานสาวอกตัญญูคนนี้แล้ว ข้าก็ย่อมต้องซาบซึ้งใจเป็นธรรมดา สมบัติมีค่าของตระกูลหลินที่พวกท่านหมายตาไว้ ข้าสละสิทธิ์ให้หมดสิ้น... ขอให้พวกท่านมีความสุขกับ 'ของล้ำค่า' เหล่านั้นก็แล้วกันนะเจ้าคะ" คำว่า 'ของล้ำค่า' ที่หลินฟางเน้นย้ำ ทำให้หีบสมบัติโบราณตระกูลหลินที่บรรจุเครื่องประดับทองคำปลอมและโฉนดปลอมที่หล่อนจงใจสับเปลี่ยนไว้ก่อนหน้านี้ ดูมีน้ำหนักขึ้นมาทันตา ญาติผู้โลภมากพวกนั้นต่างพากันตาวาววับ รีบคว้าหีบไม้ใบนั้นไปกอดไว้แนบอกโดยไม่คิดจะตรวจสอบความจริงแม้แต่น้อย ความโลภบังตาจนมืดบอด ทำให้พวกเขาลืมสังเกตไปว่า รอยยิ้มของหลินฟางในยามนี้นั้น ช่างเปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันและโล่งอกโล่งใจเสียเหลือเกิน ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ หันหลังให้กับบ้านตระกูลหลินทันทีโดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามอง หล่อนก้าวเดินออกจากตรอกแคบๆ มุ่งหน้าสู่สถานีรถบรรทุกประจำอำเภอ ในกระเป๋าผ้าใบเก่าของหลินฟางมีเงินสดติดตัวอยู่เพียงน้อยนิด และโฉนดที่ดินผืนสุดท้ายบนยอดเขาหมอกขาวที่คนอื่นมองว่าเป็นขยะ แต่สำหรับหลินฟางแล้ว... มันคือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ อิสรภาพ และที่สำคัญที่สุดคือ "มิติลับ" ในห้วงจิตสำนึกที่ซ่อนเมล็ดพันธุ์พืชหายากและน้ำพุวิญญาณฟื้น2ฟู ซึ่งพร้อมจะเปลี่ยนผืนดินรกร้างให้กลายเป็นดินแดนสวรรค์ของการทำเกษตรกรรมสโลว์ไลฟ์ การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาหมอกขาวกินเวลาหลายชั่วโมง รถบรรทุกสินค้าโยกเยกไปตามเส้นทางลูกรังคดเคี้ยว ทิวทัศน์สองข้างทางเปลี่ยนจากตึกรามบ้านช่องในเมืองหลวง กลายเป็นผืนป่าทึบ สายหมอกสีขาวหนาตาเริ่มโอบล้อมผืนป่าเข้ามาเรื่อยๆ อากาศเริ่มเย็นลงจนต้องกระชับเสื้อโค้ทเนื้อหนาเข้าหากัน ความเงียบสงบที่หาไม่ได้จากความวุ่นวายของยุคสมัยกำลังโอบกอดหลินฟางเอาไว้ เมื่อรถบรรทุกจอดสนิทที่จุดสิ้นสุดทางถนน หล่อนต้องเดินเท้าต่อลัดเลาะตามทางเดินแคบๆ ท่ามกลางดงชาป่าโบราณที่ถูกทิ้งร้างจนใบรกครึ้ม และแล้ว... ภาพของบ้านไม้ชั้นเดียวหลังคามุงกระเบื้องเก่าๆ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางไร่ชาขนาดใหญ่ก็ปรากฏแก่สายตา รอบกายเงียบสงบ มีเพียงเสียงสายลมพัดผ่านยอดสนและเสียงนกป่าแว่วมาไกลๆ แต่สิ่งที่ทำให้หลินฟางต้องหยุดฝีเท้าลง ไม่ใช่ความเงียบเหงาของตัวบ้าน หากแต่เป็นร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังใช้ขวานผ่าฟืนอยู่ข้างบ้าน แรงกระแทกแต่ละครั้งหนักแน่นและแม่นยำ กล้ามเนื้อใต้เสื้อกล้ามสีเขียวเข้มไหวระริกตามจังหวะการออกแรง หยาดเหงื่อผุดพรายบน1หน้าผากมนและไหลลาดลงตามลำคอแกร่ง แผ่นหลังกว้างที่สะท้อนความอบอุ่นและมั่นคงนั้น ทำให้หัวใจที่ด้านชาจากการทรยศหักหลังของคนในครอบครัวเกิดอาการกระตุกวูบขึ้นมาอย่างกะทันหัน นั่นคือ "จางหย่ง" สามีตามสัญญาแต่งงานทางราชการที่หลงเหลือจากจดหมายของปู่ และเป็นนายทหารปลดประจำการผู้ได้รับบาดเจ็บจนต้องกลับมาใช้ชีวิตเงียบๆ บนภูเขา ชายหนุ่มผู้เงียบขรึม ซื่อสัตย์ และมีฝีมือช่างเป็นเลิศ ผู้ชายที่ใครๆ ต่างก็นินทาว่าเขาเป็นคนไร้อนาคต... แต่ในสายตาของหลินฟางในชาตินี้ เขาคือเพชรแท้ที่ถูกซ่อนไว้ใต้โคลนตม จางหย่งหยุดมือจากท่อนไม้ เมื่อสัมผัสได้ถึงการมาเยือน เขาดึงผ้าขนพาดบ่าขึ้นมาเช็ดเหงื่อ แล้วหันขวับมามองผู้มาใหม่ ดวงตาคมกริบแต่ทอประกายอบอุ่นคู่นั้นกวาดมองหลินฟางตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนที่มุมปากหยักจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับอบอุ่นขึ้นมาหลายองศา "เธอมาถึงแล้วสินะ... หลินฟาง" เสียงทุ้มต่ำกังวานเอ่ยขึ้นอย่างเรียบง่าย ไม่มีคำถามเซ้าซี้ ไม่มีคำตำหนิ มีเพียงการก้าวเข้ามา1รับกระเป๋าเดินทางในมือของหลินฟางไปถือไว้อย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับรอคอยการกลับมาของภรรยาคนนี้มาเนิ่นนานแล้ว หลินฟางมองใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนัก ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างไหลซึมเข้าสู่หัวใจ ความโดดเดี่ยวที่แบก 2505มาราวกับถูกปัดเป่าให้จางหายไปในพริบตา หล่อนสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของใบชาป่าผสมผสานกับกลิ่นดินหลังฝนและกลิ่นไFอแดดจางๆ ลอยอบอวลเข้ามาในโสตประสาท มันช่างเป็นกลิ่นที่หอมรัญจวนใจและสงบสุขเสียเหลือเกิน ทว่า ในขณะที่หลินฟางกำลังจะก้าวเท้าเดินตามสามีเข้าไปสำรวจเรือนหอหลังน้อย ท้องของหล่อนก็ส่งเสียงร้อง "โครกคราก" ออกมาอย่างไม่ยอมให้เกียรติสถานการณ์ ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลและสมองที่ใช้พลังงานไปกับการฟาดฟันญาติจอมโลภ ทำให้พลังงานในร่างกายเหือดแห้งลงจนหมดสิ้น จางหย่งชะงักฝีเท้า หันกลับมามองภรรยาที่กำลังก้มหน้ามองพื้นด้วยความเขินอجلเล็กน้อย เขายิ้มมุมปากเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้หลินฟางต้องเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง "ในครัวมีหม้อดินเก่ากับหน่อไม้ป่าที่เพิ่งขุดมาเมื่อเช้า... ถ้าเธอไม่รังเกียจ ฝีมือการทำอาหารของอดีตนายทหารอย่างฉัน น่าจะพอประทังความหิวของภรรยาคนสวยในคืนแรกบนยอดเขานี้ได้นะ" พูดจบ จางหย่งก็หมุนตัวเดินนำเข้าไปในห้องครัวเล็กๆ ทันที ทิ้งให้หลินฟางยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายหมอกยามเย็นที่เริ่มโรยตัวลงมา พร้อมกับเสียงซ่าของน้ำมันในกระทะเหล็กเก่าที่เริ่มส่งกลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศป่าและหมูสามชั้นเค็มลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ชวนให้ท้องไส้ปั่นป่วนยิ่งกว่าเดิม (โปรดติดตามตอนต่อไป...) ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาหมอกขาวด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในไร่ชา หลังม่านหมอกแห่งยุคสมัย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%