"ถ้าคุณจะให้ผมสารภาพสารภาพในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำ ผมแนะนำให้คุณเปลี่ยนอาชีพไปขายประกันจะดีกว่าครับ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำของชายที่นั่งอยู่หลังกระจกนิรภัยหนาเตอะไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ธันวานั่งหลังตรงในชุดนักโทษสีหม่น สองมือนั้นถูกพันธนาการไว้กับโต๊ะเหล็ก แต่แววตาของเขา—แววตาของอดีตตำรวจมือฉกาจ—กลับกำลังจดจ้องใบหน้าของทนายสาวราวกับจะอ่านทะลุเข้าไปถึงกระดูกสันหลัง
รินรดาไม่ตอบโต้ทันที เธอปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่ของมัน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและกลิ่นอับชื้นของห้องสอบสวนเรือนจำลอยอบอวลจนน่าอึดอัด เธอเปิดแฟ้มสำนวนคดีวางลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษที่เสียดสีกันฟังดูดังกังวานในความเงียบนั้น
"สำนวนคดีนี้สมบูรณ์แบบเกินไปครับ ธันวา" รินรดาเริ่มน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "ลายนิ้วมือบนด้ามปืน กล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุที่จับภาพคุณถืออาวุธเดินออกจากห้องทำงานของท่านรัฐมนตรี และที่สำคัญที่สุด... รอยเลือดที่เปื้อนบนแขนเสื้อเชิ้ตตัวที่สวมอยู่ในวันนั้น ทุกอย่างชี้ไปที่จุดเดียวคือคุณ ถ้าฉันยอมรับคดีนี้มาเพื่อช่วยคุณ นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันเชื่อในความบริสุทธิ์ของคุณ แต่มันหมายความว่าฉันสนใจว่า 'ใคร' พยายามจะจัดฉากให้คุณเป็นแพะที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้"
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากของเขากระตุกเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่ไปถึงดวงตา "ความสมบูรณ์แบบคือความผิดพลาดประการแรกของคนทำคดีครับ คุณรินรดา ผมรู้ดี... เพราะผมเคยเป็นคนเขียนสำนวนแบบนั้นด้วยตัวเอง"
รินรดานิ่งงันไปครู่หนึ่ง เธอจ้องมองชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป เธอคุ้นเคยกับความโสมมของเมืองนี้ดี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเผชิญหน้ากับคนที่มีอดีตคู่ขนานกับกฎหมายที่เธอศรัทธา
"ความทรงจำของคุณล่ะ" เธอเปลี่ยนเรื่อง "ในแฟ้มบอกว่าคุณจำเหตุการณ์ช่วงสิบห้านาทีก่อนเกิดเหตุไม่ได้เลยแม้แต่นาทีเดียว คนเราไม่น่าจะสูญเสียความทรงจำระยะสั้นได้แม่นยำขนาดนั้นถ้าไม่มี 'ตัวกระตุ้น' ที่รุนแรงพอ"
ธันวาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เหล็ก เสียงโซ่ตรวนกระทบกันเบาๆ เขาไม่ได้หลบสายตาเธอเลยแม้แต่น้อย "บางครั้งการจำไม่ได้อาจเป็นพรสวรรค์นะครับ ในโลกที่ความจริงถูกบิดเบือนจนน่าสะอิดสะเอียน การไม่รับรู้อะไรเลยอาจจะสะอาดกว่าการโกหกตัวเองไปวันๆ"
"แต่ในศาล ความสะอาดของคุณช่วยคุณไม่ได้หรอกครับ" รินรดากระแทกแฟ้มปิดลง "ฉันมีเวลาอีกสามวันก่อนที่การพิจารณาคดีจะเริ่ม หากคุณยังปิดปากเงียบเหมือนกลัวความผิดในอดีตบางอย่างจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมา ฉันก็ไม่สามารถดึงคุณออกมาจากคุกนี้ได้"
รินรดาหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป เธอเดินไปถึงประตูเหล็กบานหนา เสียงฝีเท้าของเธอที่ก้องสะท้อนไปตามทางเดินทำให้เธอรู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามาในหัวใจ แต่ก่อนที่เธอจะส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่เปิดประตู เสียงของธันวาก็ดังขึ้นอีกครั้ง มันไม่ใช่น้ำเสียงประชดประชันเหมือนก่อนหน้านี้ แต่มันแหบพร่าและเต็มไปด้วยความระแวง
"ถ้าคุณอยากได้ความจริง... ลองไปดูที่ล็อกเกอร์เบอร์ 402 ในสถานีรถไฟหัวลำโพงดูสิครับ"
รินรดาชะงัก เธอหันกลับมามองเขาผ่านกระจกที่สะท้อนเงาของเธอเอง "นั่นคืออะไร"
ธันวาหลับตาลง แสงไฟฟลูออเรสเซนต์เหนือหัวทำให้ใบหน้าของเขาดูซีดเซียวและไร้ชีวิตชีวา "หลักฐานที่ทำให้สำนวนคดีนี้ 'ไร้ช่องว่าง' พังทลายลงในวินาทีเดียว แต่มันอาจจะแลกด้วยลมหายใจของคุณ... ถ้าคนที่วางแผนนี้รู้ว่าคุณกำลังยุ่งกับสิ่งที่อยู่ในนั้น"
รินรดาตัดสินใจเดินออกจากห้องสอบสวนด้วยหัวใจที่เต้นรัว ความสงสัยในตัวชายผู้นี้ไม่ได้ลดน้อยลงเลย แต่มันกลับเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นความอยากรู้ที่ยากจะควบคุม เธอตรงไปยังสถานีรถไฟตามที่ธันวาบอก บรรยากาศยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ ดูเงียบเหงาและแปลกตาในสายตาของเธอ ราวกับว่าเมืองทั้งเมืองกำลังจ้องมองเธออยู่
เธอก้าวไปถึงล็อกเกอร์เบอร์ 402 ตามคำบอก มือของเธอสั่นเล็กน้อยขณะหยอดเหรียญและบิดกุญแจที่ได้รับจากธันวามาตอนที่เขาแอบยัดใส่มือเธอในจังหวะที่ขยับตัว ประตูเหล็กเปิดออกเผยให้เห็นกล่องโลหะใบเก่าเพียงใบเดียว
รินรดาหยิบกล่องนั้นออกมาแล้วเปิดมันออกด้วยความระมัดระวัง ภายในนั้นไม่ได้มีปืนหรืออาวุธอย่างที่เธอคาดคิด แต่มันคือแผ่นบันทึกเสียงรุ่นเก่าและกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า *'พยานคนสุดท้ายคือคนโกหก และคนคนนั้นคือกำลังหลักของอัยการ'*
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของเธอ เป็นฝีเท้าที่เร่งรีบและไม่ได้พยายามปกปิดตัวตน รินรดาหันกลับไปเผชิญหน้ากับความมืดมิดในมุมอับของสถานี แสงไฟจากเสาสูงสะท้อนเงาร่างของชายในชุดสูทสีดำสามคนที่กำลังขยับเข้ามาหาเธอพร้อมกับประกายเหล็กวาววับในมือ และในวินาทีที่เธอหันกลับมามองที่กล่องในมืออีกครั้ง เธอถึงกับต้องหยุดหายใจ เพราะสิ่งที่วางอยู่ใต้แผ่นบันทึกเสียงนั้น คือรูปถ่ายใบหนึ่งของเธอเอง... ในวันที่เธอยืนอยู่ในที่เกิดเหตุ ทั้งที่ความจริงแล้วเธอยังไม่ได้เริ่มทำคดีนี้ด้วยซ้ำ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เงื่อนงำครั้งนี้ไปด้วยกันกับคนมองเมืองนะครับ
พยานคนสุดท้ายคือคนโกหก•ตอนที่ 1
สำนวนคดีที่ไร้ช่องว่าง
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยานคนสุดท้ายคือคนโกหก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
