เสียงตบโต๊ะไม้สนอัดแน่นดัง "ปัง!" สนั่นเรือนครัว จนไอน้ำจากหม้อดินตุ๋นยาจีนสะดุ้งโหยง น้ำซุปสีอำพันกระฉอกปริ่มขอบภาชนะส่งกลิ่นหอมกรุ่นของโสมและรากบัวลอยละلي่วไปทั่วบริเวณ ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับเยียบเย็นราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำค้างยามเหมันต์
"เจ้ากล้าดียังไงถึงเอาป้ายตรานี้มาขู่ขวัญคนในเรือนของข้า!"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของพยัคฆ์ดังลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าฝ้ายดิบสีเข้มขยับบังร่างบางของเหมยลี่เอาไว้มิดชิด แผ่นหลังกว้างเปรียบเสมือนกำแพงเหล็กกล้าที่ต่อให้มีพายุโหมกระหน่ำก็ไม่มีวันพังทลาย ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์หนุ่มจ้องเขม็งไปยังแม่ทัพหลง ผู้ถือครองแผ่นป้ายโลหะสลักลวดลายประหลาด ซึ่งบัดนี้รอยยิ้มพินيพิเคราะห์เมื่อครู่ได้มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงใบหน้าตึงเครียดและแววตาสั่นระริกอย่างปิดไม่มิด
เหมยลี่กะพริบตาปริบๆ นางโผล่หน้าออกมาจากไหล่กว้างของสามีจำยอม พลางกวาดสายตามองแผ่นป้ายในมือชายแปลกหน้าสลับกับใบหน้าซีดเผือดของเฉินเทียนที่หมอบราบอยู่กับพื้นดินด้วยความสมเพชเวทนา ลูกพี่ลูกน้องจอมสูบผู้นี้คงไม่รู้ตัวเลยกระมังว่า กำลังชักศึกเข้าบ้านโดยการไปเกาะแข้งเกาะขาคนระดับแม่ทัพมาเป็นแบ็กอัพเพื่อจะฮุบที่ดินร้อยไร่ของนาง
"พี่เสือ ใจเย็นๆ ก่อนครับ" เหมยลี่เอ่ยเสียงนุ่ม มือเรียวบางเอื้อมไปแตะแขนแกร่งที่เกร็งจนกล้ามเนื้อปูดโปนเพื่อส่งกระแสความอบอุ่น "ดูท่าทางท่านแม่ทัพผู้นี้ คงไม่ได้มาเพื่อประกาศสงครามกับครัวของเราหกระมังครับ... หรือว่าท่านแค่อยากมาขอฝากท้องมื้อกลางวันกันแน่?"
คำพูดทีเล่นทีจริงของนางทำให้ความตึงเครียดในอากาศคลายลงไปได้เสี้ยววินาที แต่ทว่าแม่ทัพหลงกลับสูดหายใจเข้าลึกราวกับกำลังพยายามควบคุมสติขั้นสูงสุด เขารีบเก็บแผ่นป้ายนั้นเข้าอกเสื้ออย่างรวดเร็ว ประสานมือคารวะเหมยลี่ด้วยท่าทีที่นอบน้อมผิดจากตอนแรกจนคนมองตามแทบไม่ทัน
"แม่นางเหมย... ข้าเสียมารยาทแล้ว" แม่ทัพหลงกล่าวเสียงแหบพร่า "ข้าเพียงแต่ตกใจที่ได้เห็น... เออ... ร่องรอยบางอย่างที่คุ้นเคย ไม่คิดว่าทายาทของผู้มีพระคุณจะมาใช้ชีวิตสงบสุขอยู่ที่นี่"
"ผู้มีพระคุณอะไรกัน? ข้าเป็นแค่หญิงชาวไร่ที่ชอบทำอาหารก็เท่านั้น" เหมยลี่ตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ไม่ไปถึงดวงตา นางรู้ดีว่ามิติลับครัววิเศษในตัวมีความลับซ่อนอยู่ และการปรากฏตัวของแม่ทัพผู้นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง แต่กระนั้น... ท้องที่กำลังร้องจ๊อกๆ ย่อมสำคัญกว่าเรื่องราวในอดีตที่ยังไม่กระจ่าง "ในเมื่อมาถึงเรือนแล้ว และบังเอิญได้กลิ่นน้ำซุปหม้อดินของข้าเข้า หากไม่รังเกียจ... เชิญร่วมโต๊ะทานอาหารง่ายๆ ด้วยกันสักมื้อเถอะครับ"
พยัคฆ์ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก เขายังคงระแวงชายแปลกหน้าผู้นี้ทุกลมหายใจเข้าออก แต่เมื่อเห็นภรรยาตัวน้อยส่งสายตาเชิงปรามและขอร้องมาด้วย เขาก็ทำได้เพียงถอนหายใจยาวเหยียด ยอมลดการป้องกันลงครึ่งหนึ่ง แต่ดวงตาก็ยังคงจับจ้องทุกฝีก้าวของแม่ทัพหลงราวกับเหยี่ยวจ้องเหยื่อ
"ถ้าพวกเจ้าจะกินข้าว ก็ไสหัวออกไปคุกเข่ารอข้างนอก!" พยัคฆ์หันไปตวาดใส่เฉินเทียนที่ยังคงหมอบอยู่กับพื้น
เฉินเทียนสะดุ้งโหยงด้วยความหวาดกลัว รีบคลานถอยหลังกรูกู่ออกไปจากเขตชายคาเรือนทันทีโดยไม่ต้องรอให้บอกซ้ำสอง สภาพของเขาในยามนี้ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก ไร้ซึ่งมาดนักเลงโตที่เคยมาเอะอะโวยวายขอแบ่งเงินทองเมื่อวันก่อนโดยสิ้นเชิง
เมื่อแขกไม่ได้รับเชิญออกไปพ้นสายตา บรรยากาศในไร่ก็กลับคืนสู่ความรื่นรมย์อีกครั้ง พยัคฆ์ไม่รอช้า เขาเดินหายเข้าไปในโรงเก็บฟืนชั่วครู่ ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับซากกวางป่าตัวย่อมที่เพิ่งล่ามาได้สดๆ ร้อนๆ เมื่อรุ่งอรุณ พร้อมด้วยหน่อไม้ป่าหัวโตและเห็ดหอมสดๆ ที่เพิ่งเก็บมาจากท้ายไร่
นี่คือ "กิจวัตร" ตลอดสามวันที่ผ่านมาของพยัคฆ์ นับตั้งแต่เขาประกาศตัวว่าเป็นสามีและผู้ปกป้องเหมยลี่อย่างเต็มตัว ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้นี้มักจะหายตัวไปในป่าลึกยามเช้าตรู่ เพื่อกลับมาพร้อมกับวัตถุดิบชั้นเลิศที่หาไม่ได้ตามท้องตลาดทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเนื้อกวางสามA ปลาแม่น้ำตัวเขื่อง หรือสมุนไพรหายาก ทำหน้าที่เป็น "สายเปย์เงียบๆ" ที่ไม่เคยเอ่ยปากชมสักคำ แต่การกระทำกลับชัดเจนเสียยิ่งกว่าสิ่งใด
"นั่งลงซะ" พยัคฆ์เอ่ยปากบอกแม่ทัพหลงด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น แต่มือหนากลับเลื่อนชามกระเบื้องเคลือบที่ตักข้าวสวยร้อนๆ หอมกรุ่นควันฉุยมาวางตรงหน้าแขกผู้มาเยือนอย่างมีมารยาท ก่อนจะตักชิ้นเนื้อกวางตุ๋นยาจีนชิ้นโตที่สุดโปะลงบนจานของเหมยลี่โดยไม่ลืมที่จะเลือกส่วนที่นุ่มและมันน้อยที่สุดให้ภรรยา
เหมยลี่อมยิ้มแก้มตุ่ย นางแอบส่งค้อนวงเล็กให้สามีหนุ่มผู้ปากหนักแต่การกระทำสวนทางกันลิบลับ "พี่เสืองودเอาใจข้าเสียจริง เดี๋ยวท่านแม่ทัพจะหัวรอมريเอาได้นะครับที่เห็นท่านเอาอกเอาใจภรรยาถึงเพียงนี้"
"ภรรยาของข้า ข้าจะดูแลอย่างไรก็เรื่องของข้า" พยัคฆ์ตอบหน้าตาย แต่ใบหูกลับแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอหนา เรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากเหมยลี่ได้อย่างยอดเยี่ยม
แม่ทัพหลงที่นั่งมองภาพความอบอุ่นตรงหน้าถึงกับเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว เขารับชามข้าวขึ้นมาคีเนื้อกวางตุ๋นเข้าปาก คำแรกที่เคี้ยวทำเอาดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง เนื้อกวางนุ่มละมุนลิ้นแทบละลายในปากอย่างไร้กลิ่นคาว น้ำซุปตุ๋นยาจีนซึมลึกเข้าไปถึงอณูของเนื้อ ผสมผสานกับความหวานกลมกล่อมของรากบัวและสมุนไพรจีนนานาชนิด รสชาติที่กลมกล่อมล้ำลึกนี้ไม่ใช่สิ่งที่หาทานได้ทั่วไปในโรงเตี๊ยมราคาแพง แม้แต่ในวังหลวงก็ยังหายากยิ่งนัก
"ฝีมือ... ฝีมือการทำอาหารของแม่นางเหมยยอดเยี่ยมยิ่งนัก" แม่ทัพหลงเอ่ยชมจากใจจริง "ไม่แปลกใจเลยที่กิจการร้านค้าของเจ้าจะเติบโตอย่างรวดเร็ว"
"ขอบคุณสำหรับคำชมครับท่านแม่ทัพ อาหารจานนี้ทำจากวัตถุดิบสดใหม่ที่สามีของข้าเป็นคนหามาให้ ความอร่อยจึงต้องยกเครดิตให้เขาครึ่งหนึ่ง" เหมยลี่กล่าวพร้อมกับรินน้ำชาสมุนไพรหอมกรุ่นเติมลงในจอกให้แขกผู้สูงศักดิ์
ขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างสงบสุขและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารเลิศรส ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทางปากทางเข้าไร่ เสียงเอะอะโวยวายและเสียงตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวทำให้ฝูงนกบนต้นไม้ใหญ่บินหนีเตลิดเปิดเปิง
"นังตัวดี ออกมานี่นะ! แกกล้าดียังไงถึงทำร้ายหลานชายของฉันจนสะบักสะบอมขนาดนี้!"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยแผดเผาทำลายความเงียบสงบ ตามมาด้วยร่างอ้วนท้วมของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลเฉิน ที่เดินนำหน้าชายฉกรรจ์ร่างกำยำนับสิบคนพร้อมไม้พลองและจอบในมือ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและโลภโมโทสัน ด้านหลังคือเฉินเทียนที่แอบยิ้มเยาะด้วยความได้ใจ
พยัคฆ์วางตะเกียบในมือลงช้าๆ เสียงไม้กระทบโต๊ะดัง "กริ๊ก" เบาๆ แต่กลับเต็มไปด้วยไอสังหารที่แผ่พุ่งออกมาจนแม่ทัพหลงยังต้องขยับตัวถอยหลังเล็กน้อย ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำบดบังร่างของเหมยลี่ไว้ทั้งหมด สายตาดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อผู้บังอาจรุกล้ำอาณาเขต
"กล้าดีนี่ ที่พาคนมาตายถึงที่..." พยัคฆ์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
ทว่า ก่อนที่พยัคฆ์จะได้ก้าวออกไปจัดการปัญหา เหมยลี่กลับดึงชายเสื้อของสามีไว้เบาๆ นางแย้มยิ้มพราย ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์และสะใจ นางหยิบหม้อดินใบย่อมที่เพิ่งตุ๋นเนื้อกวางเสร็จใหม่ๆ ขึ้นมาถือไว้ในมือ พร้อมกับกระซิบเบาๆ ข้างหูสามี
"พี่เสือ... อย่าเพิ่งออกแรงเลยครับ ปล่อยให้ข้าต้อนรับแขกกลุ่มนี้ด้วย 'สูตรลับ' พิเศษของครัวเราเสียก่อน รับรองว่าพวกเขาจะไม่มีวันลืมรสชาตินี้ไปตลอดชีวิตแน่นอน"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มา ณ ที่นี้นะครับ
สูตรลับหม้อดินกับสามีร้อยไร่•ตอนที่ 6
ผู้ช่วยจำเป็นที่ขยันเกินเบอร์
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับหม้อดินกับสามีร้อยไร่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!