เซ่นวิญญาณคานนิรันดร์•ตอนที่ 1

บ้านร้างหลังเก่ากับคนดื้อรั้น

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
“ถ้าคุณจะจ้างผมมาเพื่อพิสูจน์ว่าบ้านหลังนี้มี ‘อะไร’ ที่นอกเหนือจากปลวกกับหยากไย่ละก็… บอกเลยว่าคุณกำลังเสียเงินเปล่าครับ” รวิศกระแทกแฟ้มแบบแปลนลงบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า เสียงของมันดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงกลางของคฤหาสน์ตระกูลอัครเดโชชัย กลิ่นอับชื้นของไม้ผุผสมกับกลิ่นธูปจางๆ คลุ้งอยู่ในอากาศราวกับจะตอกย้ำว่าสถานที่แห่งนี้ถูกกาลเวลาทอดทิ้งมานานนับทศวรรษ เขาเป็นสถาปนิกที่เชื่อในโครงสร้าง มวลสาร และหลักการทางวิศวกรรม ไม่ใช่เรื่องงมงายหรือนิทานกล่อมเด็กที่คนหัวโบราณในพื้นที่พร่ำบอกเกี่ยวกับ ‘คำสาปคานนิรันดร์’ ของตระกูลนี้ “คุณสถาปนิกครับ...” เสียงทุ้มต่ำลึกราวกับขุดขึ้นมาจากหลุมศพดังขึ้นจากมุมมืด รวิศชะงักหันไปมอง เจ้าของเสียงก้าวออกมาจากเงามืดของบันไดวนขนาดใหญ่ ผิวพรรณของเขาขาวซีดราวกับคนไม่เคยต้องแสงแดด ทว่านัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกลับส่องประกายวาวโรจน์ดุจสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มมองเหยื่อ นั่นคือกวินทร์ ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลนี้ “ผมไม่ได้จ้างคุณมาเพื่อวิเคราะห์เรื่องโครงสร้างไม้ที่ผุพัง” กวินทร์ก้าวเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนรวิศสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่งนั้น “ผมจ้างคุณมาให้รื้อ... รื้อทุกอย่างที่ขวางทางไม่ให้บ้านหลังนี้ ‘ขยับ’ ได้อีกต่อไป” รวิศเลิกคิ้ว สายตาของเขาไม่ได้สั่นไหวแม้จะตกอยู่ภายใต้การกดดันจากร่างสูงที่สูงกว่าเขาเกือบครึ่งหัว “คุณกำลังจะบอกว่าบ้านหลังนี้ขยับได้? เป็นเพราะแผ่นดินไหว หรือแรงเหวี่ยงจากอาคารทรุดตัวครับ?” กวินทร์กระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “ปากดีแบบนี้มานานหรือยังครับ คุณรวิศ... สถาปนิกผู้เก่งกาจที่แม้แต่ผีก็ยังไม่ยอมก้มหัวให้” “ผมไม่ศรัทธาในสิ่งที่มองไม่เห็น ถ้าคุณมีเหตุผลที่น่าเชื่อถือมากกว่านี้ ผมจะรับงานนี้ต่อ แต่ถ้าจะเอาเรื่องผีมาหลอกผมเพื่อหวังส่วนลดค่าจ้าง บอกเลยว่าเสียเวลาครับ” รวิศตอบโต้ทันควัน น้ำเสียงเขามั่นคง ทว่าจังหวะการเต้นของหัวใจกลับเริ่มเต้นระรัวในจังหวะที่ไม่ปกติเมื่อกวินทร์ขยับเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของเขาชนเข้ากับกำแพงไม้ มือเรียวยาวของกวินทร์ยกขึ้น ทาบลงบนผนังข้างศีรษะของรวิศ กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาและกลิ่นคาวเลือดที่จมูกของเขาสัมผัสได้เพียงแวบเดียว ทำให้รวิศชะงักงัน “ถ้าไม่เชื่อ... ก็ลองพิสูจน์ดูสิ” กวินทร์กระซิบข้างใบหู ลมหายใจเย็นเยียบพ่นรดลำคอจนรวิศขนลุกซู่ “คืนนี้ อยู่ที่นี่คนเดียว แล้วคุณจะรู้ว่าคำว่า ‘คานนิรันดร์’ มันหมายความว่าอย่างไร... ไม่ใช่แค่ชื่อเรียกสถานที่ แต่มันคือคำสัญญาที่ไม่มีใครหนีพ้น” รวิศแค่นหัวเราะ ทั้งที่มือเริ่มกำแฟ้มในมือแน่น “ได้ครับ ถ้าอยากให้ผมอยู่ที่นี่นัก ผมจะอยู่ แต่ถ้าผมเจอแค่หนูวิ่งไปมา ผมจะคิดค่าเสียเวลาเพิ่มเป็นสองเท่า” “ตกลงครับ” กวินทร์ผละออก สายตาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของรวิศราวกับจะค้นหาความหวาดกลัว “แต่อย่าร้องขอชีวิตล่ะ ถ้าหากว่าสิ่งที่คุณ ‘ไม่เชื่อ’ กำลังยืนอยู่ข้างหลังคุณในตอนนี้” บรรยากาศในโถงกว้างเงียบสนิทลงทันใด แม้แต่เสียงลมหายใจของรวิศยังดูดังก้องเกินจำเป็น ทันใดนั้น ไฟดวงใหญ่กลางเพดานที่ควรจะดับสนิทมานานปีกลับกะพริบถี่ๆ ก่อนจะสว่างวาบจนแสบตา เงาร่างหนึ่งทอดยาวลงบนพื้นไม้กระดาน เงานั้นไม่ได้มีรูปร่างเหมือนกวินทร์ แต่มันบิดเบี้ยวและแขวนรั้งอยู่กับคานไม้ด้านบน ราวกับมีใครบางคนถูกผูกคอทิ้งไว้ที่นั่นนับร้อยปี รวิศหน้าถอดสี รีบหันขวับไปมองด้านหลัง—ว่างเปล่า แต่เมื่อเขาหันกลับมา กวินทร์ก็หายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว และเสียงลากของหนักบางอย่างที่ดังครืดคราดมาจากชั้นบนของตัวบ้าน... เสียงที่ฟังดูเหมือนร่างของใครบางคนกำลังถูกลากไปตามพื้นไม้เพื่อมุ่งหน้ามาหาเขา ประตูบานใหญ่ที่ปิดตายด้านหลังรวิศค่อยๆ แง้มออกเองช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาที่สวมชุดโบราณขาดวิ่น ซึ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงธรณีประตู สายตาที่เลื่อนลอยของมันจับจ้องมาที่คอของรวิศด้วยความกระหาย หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านตื่นเต้นจนหยุดอ่านไม่ได้นะครับ หมอผีวัยรุ่นครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ่นวิญญาณคานนิรันดร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%