กลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็กคละคลุ้งอวลอยู่ในโพรงจมูก จนแทบจะกลืนกินลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเรย์เข้าไปจนหมดสิ้น
เสียงรองเท้าบูทหนังทหารย่ำเหยียบลงบนพื้นหินชื้นแฉะของดันเจี้ยนแรงค์อี (E-Rank) ดังสะท้อนก้องกังวาน มันไม่ใช่เสียงของการต่อสู้ แต่มันคือเสียงแห่งการพิพากษา เรย์นอนราบอยู่บนพื้นดินเย็นเฉียบ ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลฉีกขาดจนเลือดสีแดงเข้มไหลนองซึมเปื้อนเสื้อผ้าเก่าๆ จนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูประสาท แต่สิ่งที่กัดกินหัวใจของเขาให้แหลกสลายยิ่งกว่าความเจ็บปวดทางกาย คือสายตาที่มองลงมาจากเบื้องสูง สายตาที่ไร้ซึ่งเยื่อใย ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ ของคนที่เขาเคยเรียกว่า "สหายร่วมเป็นร่วมตาย"
"หมดประโยชน์แล้วล่ะนะ เรย์ นายมันก็แค่ตัวถ่วงที่เกาะกิลด์เรากินไปวันๆ"
เสียงของมาร์ค รองหัวหน้ากิลด์อัสนีคำราม ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันและสมเพช เขายืนค้ำหัวเรย์อยู่ มือข้างหนึ่งถือดาบเคลือบมานาที่ยังคงหยดหยอดด้วยเลือดอสูรชั้นต่ำ รอบตัวเขามีสมาชิกในทีมอีกสามคนยืนล้อมกรอบด้วยสีหน้าเรียเฉย ราวกับสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ไม่ใช่การฆาตกรรมเพื่อนร่วมทีม แต่เป็นการทิ้งขยะชิ้นหนึ่งลงถัง
เรย์พยายามจะเค้นเสียงหัวเราะออกมา แต่สิ่งที่หลุดรอดจากริมฝีปากที่แตกยับกลับเป็นลิ่มเลือดอุ่นๆ เขากัดฟันแน่นจนกรามแทบแตก ดวงตาคมกราบกวาดมองใบหน้าของคนที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่มานานนับปี พวกเขาเบือนหน้าหนี หลบสายตาอันคมกริบของเขาอย่างน่าสมเพช ไม่มีใครกล้าสบตาเขาตรงๆ แม้แต่คนเดียว
"พวกนาย... หักหลังฉัน?" เรย์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตที่ถูกกดทับไว้
"อย่าใช้คำว่าหักหลังให้มันดูยิ่งใหญ่เลยน่า เรย์" มาร์คหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น ก่อนจะเตะเข้าที่ซี่โครงของเรย์อย่างแรงจนร่างโปร่งกระเด็นไปกระแทกกับผนังถ้ำหินปูน "โลกของฮันเตอร์มันก็เป็นแบบนี้ คนอ่อนแอต้องถูกกำจัด เพื่อให้คนที่มีค่ามากกว่าก้าวเดินต่อไป ประตูมิติกำลังจะปิดลงในอีกสิบนาทีข้างหน้า และพวกเราจะรายงานเบื้องบนว่า นายพลาดท่าถูกอสูรกัดกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก... หลับให้สบายในหลุมศพธรรมชาติแห่งนี้นะ เจ้าสวะ"
สิ้นเสียงคำราม สมาชิกกิลด์ทั้งหมดก็หันหลังกลับและวิ่งทะยานหายลับไปทางทางออกของดันเจี้ยน ทิ้งให้ความมืดมิดและความเงียบงันเข้าปกคลุมร่างของเรย์ไว้อย่างไร้ความปรานี
ความหนาวเหน็บเริ่มคืบคลานเข้าสู่กระดูก ความมืดมิดโรยตัวลงมาปิดกั้นแสงสว่างสุดท้ายจากปากทางเข้าที่กำลังค่อยๆ เลื่อนปิดสนิทลง เสียงกลไกหินผาบดAขยี้กันดังสนั่น กักขังเขาไว้ในหลุมศพใต้ดินที่ลึกที่สุด
*นี่คือจุดจบของฉันจริงๆ งั้นเหรอ?* เรย์คิดในใจ ความรู้สึกผิดหวัง ความแค้นเคือง และความโดดเดี่ยวถาโถมเข้าใส่จนหน้ามืด เขาอุทิศหยาดเหงื่อแรงกายและเลือดเนื้อทั้งหมดให้กิลด์สารเลวพวกนั้น แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นการหักหลังอย่างไร้เยื่อใย
เอลาร่า...
ใบหน้าของอดีตหัวหน้าหน่วยรบพิเศษผู้เคยสง่างาม หญิงสาวเพียงคนเดียวที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างเขา แม้ในวันที่เธอกำลังจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง เธอคือคนเดียวที่คอยเตือนสติเขาเสมอ และตอนนี้ เธอกำลังรอคอยการกลับมาของเขาที่ห้องพักโทรมๆ นอกเขตเมือง
*ฉันจะตายตรงนี้ไม่ได้... ฉันยังตายไม่ได้เด็ดขาด!*
เรย์ใช้มือทั้งสองข้างจิกพื้นดินแน่น เล็บมือหลุดร่อนจนเลือดอาบ แรงใจอันมหาศาลที่เกิดจากความแค้นและความห่วงหาผลักดันให้ร่างกายที่เกือบจะหมดลมหายใจฝืนขยับ ลมหายใจของเขาติดขัด หัวใจเต้นช้าลงเรื่อยๆ ความตายอยู่ห่างออกไปเพียงแค่เอื้อมมือ
ในวินาทีที่สติสัมปชัญญะกำลังจะดับวูบลงและความมืดมิดกลืนกินสติทั้งหมด ทันใดนั้นเอง... โลกทั้งใบก็หยุดนิ่ง
[ ติ๊ง! ตรวจพบเจตจำนงแห่งการเอาชีวิตรอดถึงขีดสุด... ]
[ เงื่อนไขลับ 'ความตายอันอยุติธรรม' ได้รับการปลดล็อกสมบูรณ์แบบ ]
[ กำลังเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบลับแห่งจักรวาล... 1%... 50%... 100% ]
เสียงจักรกลที่ราบเรียบทว่าทรงพลังดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาทของเรย์ มันไม่ใช่เสียงจากโลกมนุษย์ แต่เป็นเสียงที่สั่นสะเทือนถึงก้นบึ้งแห่งจิตวิญญาณ
[ ยินดีต้อนรับครับ... ฮันเตอร์เรย์ ]
[ ท่านได้รับการคัดเลือกให้เป็น 'ผู้ครอบครองระบบปลุกพลังระดับหายนะ' (Disaster-Class Awakening System) เป็นรายแรกและรายเดียวในจักรวาล ]
ดวงตาที่เกือบจะปิดสนิทของเรย์เบิกกว้างขึ้นในความมืดมิด ร่างกายที่เคยไร้เรี่ยวแรงกลับถูกกระแสพลังงานความร้อนมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่เส้นเลือด ราวกับมีดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ ถูกจุดขึ้นภายในอก ความเจ็บปวดทั้งปวงมลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยพละกำลังที่เอ่อล้นทะลักจนผิวหนังแทบปริแตก
หน้าจอสีแดงฉานโปร่งแสงปรากฏขึ้นลอยเด่นอยู่เบื้องหน้าของเขา ตัวอักษรสีทองอร่ามสลักลวดลายอันน่าเกรงขามปรากฏขึ้นทีละบรรทัด พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องในหัว
[ ระบบประเมินสถานะปัจจุบันของโฮสต์... ]
[ อาการบาดเจ็บทั้งหมด: ฟื้นฟู 100% ]
[ พลังมานาที่ถูกผนึก: ปลดล็อกถาวร ]
[ ทักษะพิเศษประจำระบบถูกเปิดใช้งาน: 'เนตรพิพากษาหายนะ' (Disaster's Judgment Eye) และ 'คลังสมบัติไร้ขีดจำกัด' (Infinite Vault) ]
เรย์ค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่ามกลางความมืดมิดของดันเจี้ยนแรงค์ต่ำ ร่างกายของเขาในตอนนี้ไม่ได้อ่อนแอและไร้ทางสู้เหมือนเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วอีกต่อไป ออร่าสีดำทมิฬปนประกายแสงสีทองจางๆ แผ่พุ่งออกมาจากร่างจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
เขาก้มมองมือทั้งสองข้างของตัวเอง มุมปากหยักยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา รอยยิ้มของมัจจุราชที่เพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมาจากขุมนรก
"มาร์ค... พวกแกเตรียมตัวชดใช้ในสิ่งที่ทำกับฉันไว้หรือยัง"
[ ประกาศจากระบบ: มีภารกิจฉุกเฉินปรากฏขึ้น 'ล้างบางกิลด์อัสนีคำรามให้สิ้นซาก' รางวัลภารกิจ: สิทธิ์ในการควบคุมบอสลับประจำดันเจี้ยน และไอเทมระดับเทพเจ้า...]
เรย์ก้าวเท้าเดินออกจากซากปรักหักพังของดันเจี้ยนด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งสุดท้ายที่พวกมันไม่มีวันคาดคิด... ว่าเหยื่อที่พวกมันตั้งใจจะทิ้งให้ตายอย่างอนาถ ได้กลับกลายร่างเป็นหายนะที่พร้อมจะกลืนกินพวกมันทั้งเป็นแล้ว
โปรดติดตามตอนต่อไป...
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางแห่งความสะใจนี้นะครับ - โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ฮันเตอร์จอมขี้เกียจ กับระบบปลุกพลังระดับหายนะ•ตอนที่ 1
จุดต่ำสุดของชีวิต
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์จอมขี้เกียจ กับระบบปลุกพลังระดับหายนะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
