กลิ่นฉุนของกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ และฝุ่นละอองที่อบอวลอยู่ในห้องสมุดประชาสัมพันธ์เขตเก่าแก่ ไม่ได้ทำให้รินรดารู้สึกอึดอัดเท่ากับน้ำเสียงของชายสูงวัยที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้สักทึบเบื้องหน้า
"คุณกำลังตามหาเรื่องที่ตระกูลศิรประภาพยายามฝังกลบมาตลอดสามสิบปี... มันไม่ง่ายหรอกนะคุณสถาปนิก"
ประโยคเปิดสนทนาจากปากของ "ลุงประจักษ์" อดีตหัวหน้าฝ่ายโยธาธิการผู้เกษียณอายุ ลอยเคคว้างอยู่ในความเงียบงันของห้องเอกสารชั้นใต้ดิน รินรดานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้พนักพิงตรงข้าม นิ้วเรียวประสานกันบนตักเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวของปลายนิ้ว เธอไม่ได้เอ่ยปากซักถามตั้งแต่แรก แต่เอกสารแฟ้มสีน้ำตาลที่ถูกผลักข้ามโต๊ะมาด้วยมือเหี่ยวย่นนั้น คือคำตอบที่ทรงพลังยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
รินรดากวาดสายตาผ่านหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์รายวันหัวสีเหลืองกรอบที่พับไว้ รายงานข่าวหน้าหนึ่งเมื่อสามสิบปีก่อน พาดหัวตัวหนาเด่นชัด: *“วิศวกรใหญ่โครงการสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ดับอนาถคาสนามก่อสร้าง ปมพิรุธโครงสร้างทรุดตัว”*
ชื่อของวิศวกรผู้ล่วงลับในข่าวนั้น... ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นบิดาแท้ๆ ของธันวา
"คุณรู้ไหมว่าทำไมธันวาถึงเกลียดความผิดพลาดทางโครงสร้างเข้ากระดูกดำ" ลุงประจักษ์ถอนหายใจยาว แว่นสายตาหนาเตอะสะท้อนแสงไฟนีออนกะพริบ "ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนเนี้ยบตามตำราฟิสิกส์หรอกครับ... แต่เพราะเขาเติบโตมาภายใต้เงาของคำว่า 'ฆาตกรทางวิศวกรรม' ที่สังคมตราหน้าพ่อของเขา ทั้งที่ความจริงแล้ว... พ่อของเขาเป็นเพียงแพะรับบาปในเกมอำนาจของบริษัทรับเหมาขนาดใหญ่"
รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอึกจุกอยู่ที่ลำคอ ภาพจำของธันวา—วิศวกรหนุ่มผู้เย็นชา ยึดมั่นในกฎเกณฑ์ ไร้ซึ่งความยืดหยุ่น และมองโลกผ่านตัวเลขที่ตายตัว—พลันซ้อนทับกับความจริงอันโหดร้ายที่เพิ่งถูกเปิดเผย กฎเหล็กทุกข้อที่เขาสร้างขึ้นเพื่อป้องกันความผิดพลาด แท้จริงแล้วไม่ใช่เกราะป้องกันตึกรามบ้านช่อง แต่เป็นกำแพงอิฐหนาเตอะที่เขาใช้กักขังหัวใจตัวเองจากความรู้สึกผิดบาปที่ไม่ได้ก่อ
"แล้วทำไมคุณถึงบอกฉันเรื่องนี้ล่ะคะ... เอ๊ย... ครับ" รินรดารีบแก้สรรพนามในใจเมื่อเผลอใช้คำติดปาก เธอมองหน้าชายชราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
"เพราะผมเห็นคุณพยายามถอดรหัสตึกเก่าที่ธันวาออกแบบโครงสร้างให้คุณไงล่ะ" ลุงประจักษ์ยิ้มจางๆ มุมปาก "คนนอกอย่างพวกคุณสองคนต่างฝ่ายต่างมีกำแพง คุณรินรดาใช้ศิลปะเพื่อซ่อนปมความล้มเหลวของครอบครัวตัวเองในอดีต ส่วนธันวาใช้ฟิสิกส์เพื่อกลบเกลื่อนรอยร้าวในใจ แต่คุณรู้ไหม... ตึกที่ออกแบบโดยคนที่มีรอยร้าวทั้งคู่ มักจะพังทลายลงมาง่ายที่สุดเมื่อเจอแรงสั่นสะเทือน"
บทสนทนาอันเฉียบคมนั้นบาดลึกเข้าไปในจิตวิทยาของรินรดา เธอนึกถึงสายตาของธันวาในห้องประชุมเมื่อวานนี้ สายตาที่เยือกเย็นแต่กลับสั่นไหวชั่วขณะเมื่อเธอพูดถึงเรื่อง "ความสมดุลที่เปราะบาง" เขาไม่ได้กำลังโต้เถียงกับเธอในฐานะวิศวกร แต่เขากำลังปกป้องตัวตนอันแตกสลายที่ซ่อนอยู่ใต้สูทตัดเข้ารูปราคาแพงต่างหาก
ประตูห้องสมุดไม้บานหนักถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดังสะท้อนก้องเข้ามาในความเงียบ รินรดาหันขวับไปมองด้วยความตกใจ และหัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้น
ธันวากำลังยืนอยู่ตรงกรอบประตู แสงไฟจากทางเดินสาดส่องลงบนร่างสูงสง่าที่บดบังเงาทั้งหมดไว้ ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่แฟ้มเอกสารบนโต๊ะ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตาทับกับรินรดาด้วยประกายแสงที่อ่านไม่ออก
ไม่มีคำทักทาย ไม่มีเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจ บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ
"คุณก้าวก่ายเรื่องของผมมากเกินไปแล้ว... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังราวกับค้อนโลหะที่กระทบลงบนทั่งเหล็กอย่างแม่นยำ
รินรดาลุกขึ้นยืนช้าๆ สบตากับเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง แม้หัวใจจะเต้นระส่ำด้วยความตกใจที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา "ฉันไม่ได้ก้าวก่ายค่ะ... เอ๊ย... ผมไม่ได้ก้าวก่ายครับธันวา ผมแค่กำลังพยายามทำความเข้าใจโครงสร้างของตึกที่คุณกำลังสร้างขึ้นมาต่างหาก... รวมถึงโครงสร้างหัวใจของคุณด้วย"
ธันวาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ช้าๆ แต่กดดัน ทุกย่างก้าวเหมือนการขยับพื้นที่ความปลอดภัยของรินรดาให้แคบลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขาลอยปะปนกับกลิ่นฝุ่นในห้องเก่าๆ
"คุณอยากถอดรหัสความเงียบของผมใช่ไหม?" ธันวาก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้มานานแสนนาน "งั้นก็ฟังให้ดี... คดีเมื่อสามสิบปีก่อน พ่อของผมไม่ได้ตายเพราะคำนวณโครงสร้างพลาด... แต่เอกสารชิ้นสุดท้ายที่กำลังจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของท่าน... ตอนนี้มันอยู่ในมือของคนที่คุณไว้ใจที่สุดในบริษัทของคุณเอง"
รินริดาเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นริ้วไปทั่วสันหลังเมื่อตระหนักได้ว่า ปมปริศนานี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องราวในอดีตของครอบครัวธันวา แต่มันกำลังจะดึงเธอดิ่งลงไปในวังวนอันตรายที่เธอไม่มีทางหลีกหนีพ้น
และก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก มุ่งตรงมายังห้องสมุดลับแห่งนี้ด้วยความเร่งรีบ...
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สายลมแผ่วเบา
สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถอดรหัสความเงียบ•ตอนที่ 16
เสียงสะท้อนจากอดีต
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถอดรหัสความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!