"หากเจ้ายังไม่ตาย ก็จงเลิกเล่นละครเป็นศพเสียที เพราะข้าไม่มีเวลามานั่งสวดส่งวิญญาณให้ศิษย์ปลายแถวที่ไร้ค่าเช่นเจ้าหรอกนะ"
สุ้มเสียงเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์บาดลึกเข้าไปในโสตประสาท หลี่เฟยขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งอย่างยากลำบาก กลิ่นสมุนไพรแห้งกร้านผสมกับไอเหม็นสาบของดินปนเลือดอบอวลอยู่ในอากาศ ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเป็นเพดานไม้เก่าคร่ำคร่าที่มีหยากไย่เกาะกุม
เขาไม่ได้อยู่ในห้องแล็บทันสมัยที่เขาควรจะอยู่...
"ลุกขึ้น" สตรีในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะยืนกอดอกมองลงมา ดวงตาคู่นั้นคมปลาบดั่งกระบี่ที่ฝังอยู่ในฝักแก้ว เธอคือ จางหย่งอี้ ศิษย์พี่หญิงผู้เป็นปริศนาแห่งสำนักโอสถสวรรค์ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยเย็นเยียบลอยออกมาจากกายของนาง แต่มันกลับแฝงไปด้วยความกดดันที่ทำให้ลมหายใจของผู้คนหยุดชะงัก
หลี่เฟยพยุงกายขึ้น ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างเสมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทง เขาสำรวจฝ่ามือที่หยาบกร้านและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการหยิบจับสมุนไพร ความทรงจำที่แปลกปลอมถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นกระทบฝั่ง... ร่างนี้คือ 'หลี่เฟย' ศิษย์ลำดับท้ายสุดผู้ทำหน้าที่คัดแยกสมุนไพรชั้นต่ำในหุบเขาไร้ชื่อ ตายลงเพราะความผิดพลาดในการปรุงยาพิษที่ถูกกลั่นแกล้งโดยศิษย์ร่วมสำนัก
"ศิษย์พี่... ข้ายังไม่ตาย" หลี่เฟยเอ่ยพลางไอออกมาเป็นเลือด เขาพยายามควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติ สัญชาตญาณนักวิจัยในตัวบอกเขาว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่อันตรายกว่าการอยู่ในห้องแล็บที่มีสารเคมีรั่วไหลเสียอีก
จางหย่งอี้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยเฉยเมยฉายประกายสงสัยวาบหนึ่ง นางก้าวเข้ามาใกล้จนหลี่เฟยได้กลิ่นหอมนั้นชัดเจนขึ้น "เจ้ากิน 'หญ้าเนตรอัคคี' เข้าไปเพื่อฆ่าตัวตาย แต่กลับรอดมาได้ด้วยพละกำลังที่ผิดแผก... หลี่เฟย เจ้าซ่อนอะไรไว้ใต้หน้ากากที่โง่งมใบนั้นกันแน่?"
ก่อนที่เขาจะทันได้ตอบ เสียงกังวานใสที่ไร้ที่มาก็ดังขึ้นในจิตสำนึกของเขา
[ติ๊ง! ตรวจพบสภาวะร่างกายปรับตัวเข้ากับวิญญาณต่างมิติสำเร็จ]
[ระบบ 'เซียนโอสถผู้เงียบเชียบ' เริ่มต้นการทำงาน...]
[ภารกิจแรก: ก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งโอสถ]
[เป้าหมาย: ปรุงยาฟื้นฟูระดับมนุษย์ขั้นต้นให้สมบูรณ์ด้วยวัตถุดิบที่เน่าเสียในคลังสมุนไพรภายใน 1 ชั่วยาม]
[รางวัล: ทักษะ 'เนตรสวรรค์วิเคราะห์ธาตุ', ค่าพลังปราณเริ่มต้น +10]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: กายหยาบแตกสลายสู่ความว่างเปล่า]
หลี่เฟยลอบขบกรามแน่น ภารกิจนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการตัดสินความเป็นตายของเขาโดยตรง ความรู้ด้านเคมีและเภสัชกรรมในชาติก่อนกำลังถูกนำมาผสานกับพลังปราณที่เขายังไม่เข้าใจดีนัก เขาเงยหน้าขึ้นสบตาจางหย่งอี้ด้วยความนิ่งสงบ
"ข้าไม่ได้อยากตายหรอกศิษย์พี่ เพียงแต่ข้าพบทางออกใหม่ในการปรุงยาที่คนอื่นๆ มองข้ามไป" เขาพูดพลางขยับกายลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะสั่นเทาแต่แววตาของเขากลับเปี่ยมไปด้วยประกายแห่งความมั่นใจที่ต่างไปจากเดิม "และหากศิษย์พี่ไม่รังเกียจ ข้าอยากจะขอทดสอบสมมติฐานนั้นอีกครั้งในบัดนี้"
จางหย่งอี้คลี่ยิ้มบางๆ ที่ดูคล้ายจะสมเพชแต่ก็มีความท้าทายแฝงอยู่ "ได้... คลังสมุนไพรอยู่ทางซ้าย หากเจ้าทำพลาดแม้แต่นิดเดียว ข้าจะเป็นคนส่งเจ้าไปลงนรกด้วยตัวเอง"
หลี่เฟยเดินมุ่งหน้าสู่คลังสมุนไพรอย่างมั่นคง กลิ่นดินและกลิ่นสมุนไพรเน่าเสียเตะจมูกทันทีที่ก้าวพ้นประตู ในฐานะนักเคมี การมองวัตถุดิบที่ดูเหมือนไร้ค่าให้กลายเป็นสารประกอบที่มีประสิทธิภาพคือความถนัดของเขา เขาไม่ได้สนใจว่าจะมีใครจับตามองอยู่หรือไม่ สิ่งที่เขาสนใจคือระบบที่กำลังนับถอยหลังอยู่ในหัว
ทว่าในขณะที่เขาหยิบเศษซากสมุนไพรขึ้นมาพิจารณา แสงสีทองจางๆ ก็สว่างวาบขึ้นรอบฝ่ามือของเขา จางหย่งอี้ที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ด้านหลังถึงกับชะงัก ลมปราณที่ผันผวนรอบตัวหลี่เฟยไม่ใช่ลมปราณของผู้ฝึกตนระดับต่ำ แต่มันเป็นแรงกดดันที่ดึงดูดพลังงานรอบข้างให้หมุนวนเป็นเกลียว
"นี่มัน... พลังของตระกูลที่สาบสูญหรืออย่างไร?" จางหย่งอี้พึมพำ ดวงตาของนางวูบไหวด้วยความตกตะลึง
ขณะที่หลี่เฟยกำลังจะหยอดสารละลายสกัดสุดท้ายลงในเตาหลอม ประตูด้านหลังก็ถูกพังเข้ามาด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับเสียงตะโกนดุดันของศิษย์พี่ใหญ่ประจำสำนักที่ตามมาด้วยสมุนไพรชั้นยอดจำนวนมาก
"หลี่เฟย! เจ้าขโมยสมุนไพรต้องห้ามมาปรุงยา สารภาพความผิดมาเสียเดี๋ยวนี้!"
การปรากฏตัวของศิษย์พี่ใหญ่ไม่ได้ทำให้หลี่เฟยหยุดมือ เขากลับเร่งจังหวะการหลอมด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าเดิม พลังงานมหาศาลเริ่มอัดแน่นอยู่ภายในเตาหลอมขนาดเล็กจนเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามของระบบดังขึ้นต่อเนื่องในหัว
[แจ้งเตือนระดับวิกฤต: พลังงานในเตาหลอมเกินขีดจำกัด! ความเสี่ยงต่อการระเบิด 99%!]
หลี่เฟยยกยิ้มที่มุมปาก ท่ามกลางความวุ่นวายและสายตาที่จ้องจะเอาชีวิต เขาไม่ได้สนความตายที่อยู่ตรงหน้า แต่เขากำลังมองเห็นกุญแจสำคัญที่จะเปิดทางไปสู่ความลับของจักรวาลแห่งนี้ผ่านผลึกยาที่กำลังก่อตัว
"จะระเบิดหรือจะกำเนิดใหม่... ก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลานี้แล้ว"
หวังว่าตอนแรกนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นไปกับการผจญภัยของหลี่เฟยนะคะ หมอกเหมยปลายฤดูจะรอพบทุกท่านในตอนต่อไปค่ะ
เซียนโอสถผู้เงียบเชียบกับศิษย์พี่หญิงผู้กุมความลับสวรรค์•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนจากความตาย
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถผู้เงียบเชียบกับศิษย์พี่หญิงผู้กุมความลับสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
