ความมืดในอวกาศไม่ได้ว่างเปล่าเสมอไปสำหรับเอลิน่า วอล์กเกอร์ มันคือผืนผ้าใบสีดำสนิทที่บันทึกความล้มเหลวและเศษซากความทรงจำของผู้คนที่ถูกลืม แต่ในวินาทีที่ระบบหล่อเลี้ยงชีพบนสถานีวิจัยร้างโซน-โฟร์ดับเบิลยูดับเบิลยูดับบลิว (4WWW) ดับวูบลงอย่างสมบูรณ์ ความมืดนั้นกลับกลายเป็นกรงเหล็กไร้เสียงที่บีบรัดออกซิเจนในปอดให้เหลือน้อยลงทุกที
เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่เคยกระพริบถี่ๆ ดับลงตามพลังงานสำรองก้อนสุดท้าย ทิ้งไว้เพียงแสงเรืองรองสีฟ้าอ่อนจากหน้าจอแผงควบคุมหลัก ซึ่งกำลังหรี่แสงลงราวกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายของคนไข้ในห้องไอซียู
"ระบบปรับอากาศหลักหยุดทำงานอย่างถาวร อุณหภูมิภายในห้องควบคุมลดลงสามองศาเซลเซียสต่อนาที" เสียงสังเคราะห์จากเอไอประจำสถานีรายงานเรียบเรื่อย ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่ากลับสร้างความตึงเครียดให้พุ่งสูงขึ้นในพื้นที่จำกัดแห่งนี้
เอลิน่ายังคงยืนนิ่งอยู่หน้าคอนโซล เธอถอดถุงมืออวกาศออกเพื่อให้ปลายนิ้วสัมผัสกับพื้นผิวกระจกอินเทอร์เฟซที่เย็นเฉียบ การสูญเสียพลังงานครั้งนี้ไม่ใช่ความผิดพลาดทางเทคนิค แต่เป็นผลงานจากการปิดระบบฉุกเฉินที่คีอาน เวนดิกซ์ เป็นคนกดลงไปด้วยมือของเขาเอง เพื่อป้องกันไม่ให้รอยแยกของไทม์ไลน์ที่เธอกำลังพยายามซ่อมแซม ขยายตัวจนกลืนกินเซกเตอร์รอบข้าง
ในความมืดสลัว มีเพียงแสงจากหน้าจอที่สะท้อนลงบนดวงตาสีเทาเข้มของคีอาน เขายังคงสวมชุดสูทปฏิบัติการสีดำสนิทของหน่วยผู้คุมกฎแห่งสหพันธ์ ท่าทางของเขาเยือกเย็นราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาท่ามกลางความหนาวเหน็บ แม้ในยามที่ออกซิเจนกำลังพร่องลงและอุณหภูมิรอบตัวลดต่ำลงจนลมหายใจเริ่มกลายเป็นไอสีขาว
"คุณเลือกวิธีที่สิ้นคิดที่สุดในการหยุดผม" เอลิน่าเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อยจากการสูดอากาศที่เจือจางลง แต่ยังคงไว้ซึ่งความเด็ดขาด "การตัดไฟทั้งสถานีไม่ได้ทำให้ปัญหาจบ มันแค่แช่แข็งปัญหาไว้ในสภาพที่ไม่มีใครแก้ไขได้ต่างหาก"
คีอานหันมามองเธอ ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อย เสียงข้อต่อของชุดสูทกระทบกันเบาๆ ในความเงียบสงบ เขาส S กหน้ากากกรองอากาศขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นสันจมูกคมและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง
"บางครั้งการแช่แข็งคือการช่วยชีวิตที่ดีที่สุด วอล์กเกอร์" คีอานตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นิ่งสงบ แต่มั่นคงจนน่าหงุดหงิด "ถ้าปล่อยให้คุณเชื่อมโยงระบบเข้ากับฐานข้อมูลโบราณนั้นต่อ พลังงานทั้งหมดจะถูกดึงไปใช้ในการเปิดประตูมิติ ซึ่งมันจะดึงดูดความสนใจจาก 'สิ่งนั้น' ที่อยู่เบื้องหลังม่านแห่งกาลเวลา คุณอยากให้พวกเราตายที่นี่ หรืออยากให้คนนับล้านในเซกเตอร์นี้หายวับไปจากหน้าประวัติศาสตร์ในพริบตาเดียว?"
"คุณพูดราวกับว่าประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้... ทั้งที่คุณเองก็รู้ดีว่ามันแค่ถูกบิดเบือนโดยคนที่กุมอำนาจ" เอลิน่าก้าวเข้าไปประชิดเขา ดวงตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มราวกับต้องการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกฎระเบียบอันไร้หัวใจเหล่านั้น "คุณกลัวอะไรกันแน่ คีอาน? กลัวกฎระเบียบของสหพันธ์ หรือกลัวว่าสิ่งที่คุณเชื่อมาตลอดชีวิตมันจะเป็นเรื่องโกหก?"
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ในห้องควบคุมที่แคบลงทุกที ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเย็นยะเยือกของอวกาศภายนอกถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุจากแรงกดดันทางจิตวิทยา เคมีอันตรายระหว่างวิศวกรผู้ดื้อรั้นและผู้คุมกฎผู้ไร้ความปราณีแผ่ซ่านออกมาราวกับประจุไฟฟ้าที่รอวันปะทุ
คีอานไม่ถอยหนี เขากลับก้าวเข้ามาประชิดเธอเช่นกัน ความสูงของเขาทำให้เอลิน่าต้องแหงนหน้ามองเล็กน้อย แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ กลิ่นอายความเป็นมืออาชีพและความเย่อหยิ่งในอุดมการณ์ของทั้งคู่ก็ยังคงชัดเจนราวกับคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนกันได้ทุกเมื่อ
"ผมไม่ได้กลัวความจริง วอล์กเกอร์..." คีอานก้มหน้าลงกระซิบชิดข้างหูของเธอ เสียงของเขานุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด ทว่าแฝงไปด้วยนัยยะที่ทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ "แต่ผมกลัวว่า... ถ้าผมปล่อยให้คุณทำตามใจตัวเอง ผมอาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นว่าเรื่องราวของคุณกับผมมันจะจบลงอย่างไรต่างหาก"
คำพูดนั้นทำให้เอลิน่าชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจของเธอติดขัด ไม่ใช่เพราะขาดออกซิเจน แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินกว่าจะควบคุม ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอื้อojคำพูดใดเพื่อโต้แย้ง แสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอหลักก็ดับวูบลงอย่างสมบูรณ์ ความมืดมิดเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องควบคุมในทันที
มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในความมืด และในวินาทีที่ความเงียบงันเข้าครอบงำ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงชุดหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก—เสียงฝีเท้าที่ไม่ได้มาจากระบบกลไกอัตโนมัติ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่ของพวกเขาทั้งสองคน
คีอานคว้าแขนของเอลิน่าไว้แน่น ดึงร่างของเธอล้มลงหลบหลังแผงควบคุมหลักทันที ปลายนิ้วมืออีกข้างของเขากดปลดล็อกซองปืนพลาสม่าข้างเอวอย่างรวดเร็ว เสียงเหล็กกระทบกันเบาๆ ในความมืดคือสัญญาณเตือนว่า มี 'บุคคลที่สาม' ติดอยู่ในสถานีปิดตายแห่งนี้ด้วย... และพวกมันกำลังมุ่งหน้ามาที่ห้องควบคุม
เอลิน่าพยายามปรับสายตาให้คุ้นเคยกับความมืด ก่อนที่แสงไฟฉุกเฉินสีแดงเข้มจะสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนยืนอยู่เบื้องหน้าประตูห้องควบคุมที่ถูกล็อกตาย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในความเวิ้งว้างนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรวิญญาณปะทะผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา•ตอนที่ 4
ในเขตน่านฟ้าที่ปิดตาย
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณปะทะผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!