ความเงียบงันภายในสถานีวิศวกรรมสุญญากาศเซกเตอร์ 7 ไม่ได้แปลว่าความสงบสุข แต่มันคือแรงกดดันมหาศาลที่พร้อมจะบดขยี้แก้วหูและจิตวิญญาณของผู้ที่อ่อนแอ
เอลิน่า วอล์กเกอร์ ยืนอยู่เบื้องหน้าแผงควบคุมหลักที่กำลังกะพริบแสงสีส้มสลัว ดวงตาสีเทาเข้มของเธอสะท้อนภาพกราฟิกพลังงานที่บิดเบี้ยวเป็นรูปเกลียวคลื่น นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือสุญญากาศพิมพ์คำสั่งลงบนคีย์อัปสเตอริโอด้วยความเร็วและแม่นยำ เหงื่อกาฬเม็ดเล็กผุดซึมบริเวณขมับ แม้ว่าระบบปรับอากาศภายในชุดสูทอวกาศรุ่นล่าสุดจะทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพก็ตาม
"ความเสถียรลดลงอีกสามจุดสองเปอร์เซ็นต์" เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงสะท้อนก้องกังวานอยู่ในหมวกนิรภัย
ความผิดปกตินี้ไม่ใช่ปัญหาทางเทคนิคทั่วไป... มันคือรอยปริแตกของกาลเวลา
ในฐานะวิศวกรระดับสูง เอลิน่าถูกฝึกฝนให้ซ่อมแซมโครงสร้างทางกายภาพของจักรวาล แต่สิ่งที่ปรากฏบนจอภาพตรงหน้าเธอกลับไม่ใช่รอยรั่วของก๊าซหรือพลังงานมืด มันคือการทับซ้อนกันของวินาทีที่ควรจะผ่านพ้นไปแล้ว ข้อมูลบันทึกเหตุการณ์เมื่อสามชั่วโมงก่อนกำลังไหลย้อนกลับมาทับซ้อนกับปัจจุบัน ราวกับว่ามีใครบางคนกำลังจงใจ "เขียนทับ" ประวัติศาสตร์ของเซกเตอร์นี้ทีละบรรทัด
"คุณกำลังพยายามฝืนซ่อมแซมสิ่งที่ถูกกำหนดให้สูญสลาย, เอลิน่า"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นผ่านระบบสื่อสารภายในช่องสัญญาณฉุกเฉิน น้ำเสียงนั้นราบเรียบ เยือกเย็น และเจือไปด้วยความรำคาญใจเล็กน้อย ราวกับครูใหญ่กำลังเอ็ดดูเด็กนักเรียนที่กำลังทำเรื่องไร้สาระ
เอลิน่าไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าจอแสดงภาพผู้ติดต่อ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากภายใต้เงาของหมวกนิรภัย
"ถ้าฉันไม่ซ่อมแซมมัน คีอาน... มนุษยชาติกว่าสามแสนชีวิตในสถานีนี้ก็จะกลายเป็นแค่เศษฝุ่นผงในความทรงจำที่คุณเองก็ขี้เกียจจะจดจำด้วยซ้ำ" เธอกล่าวตอบ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน
แสงไฟสีแดงวาบขึ้นที่ประตูทางเข้าห้องควบคุม ก่อนที่ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิท ไร้รอยต่อ และบ่งบอกสังกัดหน่วยพิทักษ์กฎแห่งสหพันธ์จะก้าวเข้ามา แรงโน้มถ่วงเทียมถูกปรับลดลงเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหวของเขา คีอาน เวนดิกซ์ ถอดหมวกนิรภัยออก เผยให้เห็นเรือนผมสีดำสนิทและใบหน้าคมคายที่ดูราวกับถูกแกะสลักขึ้นจากหินอ่อน ดวงตาสีฟ้าจัดจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา—มีทั้งความเยียบเย็นแบบผู้คุมกฎ และประกายบางอย่างที่วับวามเกินกว่าหน้าที่
คีอานหยุดยืนห่างจากแผงควบคุมเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายของความกดดันจากห้วงอวกาศลึกแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา
"คุณเข้าใจผิดแล้ว เอลิน่า" คีอานเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้นเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากันตรงๆ แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาดที่น่ากลัว "ความผิดพลาดของเวลาไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ มันคือความบิดเบี้ยวที่ต้องถูกตัดทอน หากปล่อยให้รอยร้าวนี้ขยายใหญ่ขึ้น ผลกระทบจะไม่ใช่แค่สามแสนชีวิต... แต่มันจะลามไปถึงไทม์ไลน์หลักของเนบิวลาทั้งหมด หน้าที่ของผมคือการทำลายมันทิ้ง ไม่ใช่ปล่อยให้คุณมายืนร้อยเรียงอดีตที่พังทลายนี้ใหม่อยู่แบบนี้"
เอลิน่าหันขวับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสีเทาเข้มจดจ้องลึกลงไปในดวงตาสีฟ้าคู่นั้น เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ส่วนสูงจะต่างกันอยู่บ้าง แต่รัศมีแห่งความดื้อรั้นในตัวเธอกลับไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้คุมกฎหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
"คุณมองว่ามันคือความบิดเบี้ยวที่ต้องทำลาย... แต่สำหรับฉัน มันคือร่องรอยของมนุษย์" เอลิน่าเน้นย้ำทีละคำ น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความอัดอั้น "ทุกความผิดพลาด ทุกความเสียใจ และทุกบาดแผลที่เกิดขึ้นในอดีต คือสิ่งที่หล่อหลอมให้พวกเรากลายเป็นมนุษย์อย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ คีอาน... ถ้าคุณลบอดีตทิ้งไปหมด คุณก็แค่สร้างหุ่นยนต์ที่เดินได้ในร่างของเผ่าพันธุ์เราเท่านั้น"
คีอานนิ่งเงียบไปชั่วขณะ สายตาของเขาเลื่อนลงมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของเธอ ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตา ประกายในแววตาของเขาไหววับชั่วเสี้ยววินาที ราวกับกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมานานนับปีถูกก้อนอารมณ์บางอย่างกระแทกจนเกิดรอยร้าว
"บางครั้ง... การมีความเป็นมนุษย์มากเกินไป ก็เป็นบาปมหันต์ในจักรวาลนี้นะครับ เอลิน่า" คีอานกระซิบแผ่วเบา ใบหน้าของเขาโน้มเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นกระทบเข้ากับกระจกหมวกนิรภัยของเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนเหลือเพียงอากาศบางเบาที่เต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความขัดแย้ง
เอลิน่าชะงักไป หัวใจของเธอเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่มักจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่พวกเขาต้องมายืนอยู่คนละฝั่งของอุดมการณ์ มือของเธอยังคงวางอยู่บนปุ่มควบคุมหลัก ขณะที่นิ้วของคีอานยกขึ้น แตะลงบนแผงควบคุมเดียวกัน—ห่างจากปลายนิ้วเธอเพียงมิลลิเมตรเดียว
"ถอยไป, คีอาน..." เธอกล่าวเตือนเสียงเบา แต่ไร้ซึ่งพลังที่จะผลักไส
"ผมถอยไม่ได้..." เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างน่าใจหาย "และคุณก็รู้ดีว่า... เวลาของคุณหมดลงแล้ว"
สิ้นคำพูดของคีอาน หน้าจอหลักทั้งหมดเกิดอาการดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินห้องควบคุมชั่วขณะ ก่อนที่แสงสว่างสีฟ้าเข้มจะวาบขึ้นจากพื้นเบื้องล่าง เส้นแสงเรืองแสงนับร้อยสายพุ่งขึ้นจากใต้พื้นผิวสถานี ถักทอเข้าหากันกลายเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อนและคุ้นเคยอย่างประหลาด
เอลิน่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อตระหนักได้ว่าลวดลายเรขาคณิตเหล่านั้นไม่ใช่ระบบป้องกันของสถานี... แต่มันคือโครงสร้างรหัสพันธุกรรมของเธอเอง
คีอานไม่ได้ขยับตัวหนี เขากลับเลื่อนมือมากุมข้อมือของเธอไว้แน่น ปลายนิ้วของเขาเย็นเฉียบผ่านถุงมือสุญรากาศ แต่แววตากลับร้อนรุ่มราวกับเปลวเพลิงในดวงดาวที่กำลังจะดับสลาย
"ยินดีต้อนรับสู่จุดเริ่มต้นของจุดจบครับ เอลิน่า... และดูเหมือนว่าคนที่ออกแบบไทม์ไลน์นี้ ไม่ใช่ใครอื่นไกล นอกจากตัวคุณเองในอนาคตอีกสิบปีข้างหน้า"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในความเวิ้งว้างนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรวิญญาณปะทะผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา•ตอนที่ 1
รอยร้าวในศูนย์สูญญากาศ
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณปะทะผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!