เสียงโลหะของคานเหล็กรับแรงดัด (Moment Frame) ที่ถูกบิดงอจนเกินขีดจำกัดยืดหยุ่น ดังเอี๊ยดอ๊าดบาดโสตประสาท ราวกับกระดูกสันหลังของอาคารกำลังลั่นเปรี๊ยะ
อรุณใช้ตลับเมตรเลเซอร์ในมือซ้ายทาบลงกับแนวผนังคอนกรีตเสริมเหล็กที่บิดเบี้ยว ตัวเลขดิจิทัลสีแดงฉานบนจอสะท้อนเข้าสู่ดวงตาที่ฉายแววเคร่งเครียด ความเบี่ยงเบนของดิ่งผนังในชั้นที่สิบเก้านี้ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดในการก่อสร้างยุคปี 1990 อย่างแน่นอน แต่มันเกิดจาก "แรงกดทับทางจิตวิทยา" ที่ถูกแปลงสภาพให้กลายเป็นมวลสารทางกายภาพ
"องศาความลาดเอียงสามจุดห้าองศา... โครงสร้างกำลังพยายามบิดหนีศูนย์กลางแรงโน้มถ่วงครับอาจารย์" อรุณเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมัวของโถงทางเดิน โดยมีเพียงแสงไฟฉายคาดหัวของเขาที่กวาดผ่านฝุ่นละอองซึ่งลอยเคว้งคว้างในอากาศ
ดร.วิภาดาก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง เธอไม่ได้สวมแว่นตากรอบบางเช่นเคย ทว่าดวงตาคมกริบภายใต้เงาสลัวกลับกวาดมองรอยแตกร้าวรูปใยแมงมุมบนผนังปูนอย่างพิจารณา มือเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำแตะลงเบื้องหน้าโครงสร้างราวกับกำลังสัมผัสผิวหนังของสิ่งมีชีวิต
"ไม่ใช่แค่เรื่องของฟิสิกส์สถาปัตยกรรมหรอกครับคุณอรุณ... รอยร้าวพวกนี้ไม่ได้แตกออกจากด้านนอกเข้าด้านใน แต่แรงดันมันกำลังปะทุจากแกนกลางของห้องทำงานผู้อำนวยการเก่าที่อยู่ถัดจากกำแพงนี้ไปต่างหาก" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความนิ่งสงบของอาจารย์สาวดังขึ้น เธอดึงแฟ้มบันทึกกระดาษสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ด "บันทึกการประชุมคณะกรรมการบริหารเมื่อสิบห้าปีก่อนระบุไว้ชัดเจน... ห้องนั้นคือจุดที่แรงกดดันสูงสุดของบริษัทถูกกัก Acknowledged และถูกปิดตายด้วยกฎหมายอาคารฉบับพิเศษ"
อรุณพยักหน้ารับอย่างใช้ความคิด เขาทบทวนแบบแปลน (As-Built Drawings) ในหัว สมองประมวลผลระบบโครงสร้างแบบ Wall-Bearing และระบบระบายอากาศที่ถูกดัดแปลงอย่างผิดกฎหมาย ความโกรธแค้น ความอัดอั้น และความสูญเสียของผู้คนนับร้อยที่เคยถูกหลอกให้ลงทุนในโครงการนี้ถูกรวบรวมและบีบอัดไว้หลังบานประตูไม้สักหนาเตอะบานนั้น เป็นพลังงานลบที่หนาแน่นจนสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าขัดขวางเครื่องมือวัดทุกชนิด
นี่ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติสำหรับสถาปนิกผู้ผ่านการตรวจตึกมาโชกโชน แต่มันคือ "ความผิดพลาดทางโครงสร้างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข" และในฐานะมืออาชีพ อรุณมีหน้าที่ต้องผ่าตัดมันออกมา
"ถ้าเราทุบแนวผนังรับแรงตรงนี้ออก แรงดันที่สะสมจะตีกลับจนโครงสร้างโซนปีกตะวันตกพังทลายลงมาทั้งแถบ... แต่ถ้าเราไม่เปิดเข้าไปตรวจสอบเพื่อถอดถอนเสาเข็มวิญญาณข้างใน อาคารทั้งหลังก็จะถูกกลืนกินจนกลายเป็นหลุมยุบทางวิญญาณระดับสี่" อรุณวิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงมั่นคง นิ้วเรียวเคาะลงบนแปลนพิมพ์เขียวเพื่อหาจุดอ่อนของคานคอดิน
"เพราะฉะนั้น เราจึงมีเวลาจำกัดแค่เจ็ดนาที ก่อนที่ความหนาแน่นของความโกรธแค้นจะเปลี่ยนสถานะจากก๊าซกลายเป็นของเหลวไหลทะลักเข้าท่วมระบบท่อปรับอากาศครับ" ดร.วิภาดาเสริม พร้อมกับพลิกนาฬิกาข้อมือเรือนเก่าที่เข็มวินาทีไม่ได้เดินตามเวลาปกติ แต่มันหมุนตามอัตราการเต้นของหัวใจผู้ตาย
ทั้งสองคนไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่ อรุณหยิบชะแลงเหล็กกล้าคาร์บอนสูงขึ้นมาถือด้วยสองมือ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการหายใจให้สอดคล้องกับแรงสั่นสะเทือนของตึก เขารู้ดีว่าทุกย่างก้าวในตอนนี้คือการเดินอยู่บนเส้นด้ายระหว่างความเป็นกับความตาย แต่ความอุ่นใจจากสายตาที่แน่วแน่ของอาจารย์สาวที่คอยระวังหลังให้ ทำให้ความกลัวถูกแทนที่ด้วยสมาธิอันแน่วแน่
*ปึง!*
ปลายชะแลงกระแทกเข้ากับรอยต่อปูนฉาบอย่างแม่นยำ แรงสะท้อนแล่นแปลบขึ้นมาถึงข้อศอก ฝุ่นผงปูนซีเมนต์อายุหลายสิบปีฟุ้งกระจายตลบอบอวล ทว่าในวินาทีที่ปูนชั้นแรกกะเทาะร่วงหล่นลงมา กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กที่เข้มข้นจนน่าคลื่นไส้ก็ทะลักออกมาพร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าหลายร้อยเสียงที่ดังซ้อนทับกันอย่างน่ากลัว
เบื้องหลังผนังปูนซีเมนต์นั้น คือบานประตูไม้สักบานใหญ่ที่ถูกตอกปิดตายด้วยตะปูเหล็กกล้าไร้สนิมนับร้อยตัว และตรงกลางบานประตู มีรอยกรีดด้วยของมีคมเป็นตัวอักษรขนาดใหญ่ที่เขียนด้วยคราบสีน้ำตาลเข้ม...
*“พวกแกต้องชดใช้”*
ดร.วิภาดาขยับตัวเข้ามาใกล้ ร่ายมือแตะที่กรอบประตูเพื่อสร้างเขตอาคมป้องกันแรงกระแทกทางจิตวิทยาที่กำลังพุ่งเข้าใส่ "ระวังครับคุณอรุณ... มันกำลังตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล"
อรุณไม่ถอยหลัง เขากัดฟันแน่น ใช้แรงทั้งหมดงัดตะปูตัวแรกหลุดออกจากเนื้อไม้ เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับตึกทั้งหลังกำลังกรีดร้องไปพร้อมกับวิญญาณภายในห้องนั้น
ทันใดนั้น หน้าจอแท็บเล็ตตรวจสภาพอาคารที่วางอยู่บนพื้นก็สว่างวาบขึ้นมาเองอย่างไร้สาเหตุ ตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นในโสตประสาทของอรุณอย่างกะทันหัน
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบห้องเก็บกักพลังงานความโกรธแค้นระดับ SSS "Executive Wrath Chamber"]
[เงื่อนไขการปลดล็อก: เผชิญหน้ากับต้นเหตุแห่งความล่มสลาย และถอดรหัสเจตจำนงสุดท้ายของผู้อำนวยการผู้ล่วงลับ]
[คำเตือน: บอสลับแห่งชั้นใต้ดินลืมตาตื่นขึ้นแล้ว และกำลังตรวจสอบผู้บุกรุก...]
มือของอรุณที่กำลังถือชะแลงชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อเงาสีดำทึบตันร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวทะลุผ่านเนื้อไม้บานประตูออกมาอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เขาด้วยความอาฆาตมาดร้ายเกินกว่าจะจินตนาการ
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครมาจนถึงตอนนี้นะครับ
ลิฟต์แก้วชั้นลบ
สถาปนิกตรวจตึกผีกับอาจารย์สาวผู้กุมกฎเหล็ก•ตอนที่ 19
ห้องทำงานของวิญญาณแค้น
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกตรวจตึกผีกับอาจารย์สาวผู้กุมกฎเหล็ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!