"คุณรินรดาคะ... นี่คืองานที่คุณเรียกว่า 'ส่งต้นฉบับสมบูรณ์' แล้วอย่างนั้นเหรอคะ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย็นเยียบจนติดลบดังขึ้น ท่าaningความเงียบสงบของห้องประชุมใหญ่ชั้นสิบห้า รินรดาชะงักมือที่กำลังหมุนปากกาในมือ นัยน์ตากลมโตคู่สวยตวัดขึ้นมองร่างสูงโปรดของบรรณาธิการหนุ่มที่ยืนกอดอกอยู่หัวโต๊ะ ธันวากำลังจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือด้วยแววตาที่คมกริบราวกับใบมีดโกน สันจوดโด่งเป็นคมและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง สะท้อนความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามควบคุมไว้อย่างสุดความสามารถ
สำหรับคนอื่น 'ธันวา' คือบอสหน้าตายผู้ไร้พ่าย เจ้าพ่อแห่งวงการสื่อสิ่งพิมพ์ที่อายุน้อยที่สุดและเนี๊ยบที่สุด แต่สำหรับรินรดาในเวลานี้ เขาคือผู้ชายปากร้ายที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก
"แล้วต้นฉบับของฉันมันมีปัญหาตรงไหนล่ะคะคุณธันวา หรือว่าตัวหนังสือมันไม่สวยพอจนทำให้สายตาอันทรงคุณค่าของคุณระคายเคือง?" รินรดาเชิดหน้าขึ้นท้าทาย เธอยังคงรักษาท่าทีนิ่งสงบแม้ในใจจะเริ่มคุกรุ่นด้วยความโมโห เธอนั่งไขว่ห้าง ปล่อยผมยาวสลวยเคลียไหล่ และส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษไปให้เขา
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำและแหบพร่าแต่น่าฟังเป็นบ้า เขาโยนแท็บเล็ตเครื่องบางลงบนกระจกโต๊ะเสียงดัง 'ปึก' จนรินรดาสสะดุ้งเล็กน้อยแต่ยังคงตีสีหน้าตาย
"ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฟอนต์ตัวหนังสือค่ะคุณรินรดา แต่มันอยู่ที่ 'สมอง' ของคนเขียนต่างหากที่ดูเหมือนจะลืมไปว่าเรากำลังทำนิตยสารไลฟ์สไตล์เจาะกลุ่มคนเมือง ไม่ใช่ไดอารี่ระบายอารมณ์ของเด็กมัธยมปลายปลายเตียง" ธันวาผละจากหัวโต๊ะ ก้าวเดินช้าๆ เข้ามาใกล้เธอทีละก้าว ขายยาวๆ ในกางเกงสแลคเข้ารูปทำให้เขาดูทรงพลังและกดดันคนตรงหน้าได้อย่างน่าประหลาด "คุณเล่นเขียนโจษจันเรื่องวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้ พรุ่งนี้เช้าสำนักพิมพ์เราคงโดนฟ้องจนหมดตัวก่อนที่คุณจะได้ค่าต้นฉบับงวดนี้ซะอีก"
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้เธอจะเตี้ยกว่าเขาเกือบหนึ่งช่วงหัวไหล่ แต่แววตาที่เธอใช้จ้องเขากลับไม่มีความเกรงกลัวเลยสักนิด ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยยามที่เถียงกลับด้วยน้ำเสียงรัวเร็วดั่งปืนกล
"ถ้าคุณอ่านให้มันลึกซึ้งกว่าการกวาดตามองหาคำผิด คุณก็จะรู้ว่าสิ่งที่ฉันเขียนมันคือความจริงที่เจ็บปวดแต่มันขับเคลื่อนสังคมได้นะคะ! หรือว่าบรรณาธิการผู้เพอร์เฟกต์อย่างคุณกลัวความจริงจนตัวสั่น กลัวว่าบทความนี้มันจะไปสะกิดต่อมเตะตาใครเข้าจนทำให้เก้าอี้บอสของคุณสั่นคลอนล่ะคะ?"
บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบทันที กลิ่นอายความเป็นปฏิปักษ์ลอยอบอวลจนเกือบจะสัมผัสได้ ธันวาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยเข้าแตะจมูก รินรดารู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากร่างกายที่สูงใหญ่กว่าของเขา แต่เธอกลับเลือกที่จะไม่ถอยหลังหนีแม้แต่เซนติเมตรเดียว
ดวงตาคมกราบของธันวาหรี่ลง เขาก้มหน้าลงมองเธอด้วยระยะห่างที่อันตรายเกินความจำเป็น ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่ฉับพลันนี้มันชวนให้หวั่นไหวอย่างน่าประหลาด
"ฉันไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น... โดยเฉพาะความคิดเด็กๆ ของคุณ" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบพร่าต่ำ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเยาะที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "แต่ถ้าคุณยังดื้อดึงที่จะไม่แก้ต้นฉบับนี้ใหม่ทั้งหมดภายในคืนนี้ ฉันคงต้องพิจารณาใหม่แล้วล่ะค่ะ ว่าเรายังควรต่อสัญญากับนักเขียนปากเก่งอย่างคุณดีไหม"
รินรดากัดริมฝีปากล่างอย่างขัดใจ มือเรียวเล็กกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธตีรวนขึ้นมาจนหน้าดำคร่ำเครียด เธอเกลียดที่สุดคือการถูกขู่ด้วยเรื่องงาน และเกลียดมากกว่านั้นคือสายตาราวกับเหนือกว่าของธันวา
"คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้ฉัน..."
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูห้องประชุมดังขึ้นขัดจังหวะการปะทะคารมที่กำลังถึงพริกถึงขิง รินรดากับธันวาผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับไฟชอร์ต ธันวาถอยหลังกลับไปตั้งหลักด้วยใบหน้าเรียบตึงไร้ความรู้สึกดังเดิม ขณะที่รินรดารีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วหันไปมองผู้มาใหม่
ร่างสูงของ 'กวิน' บรรณาธิการข่าวภาคสนามผู้มีรอยยิ้มพราวเสน่ห์ประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ ก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ เขากวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มที่เคลือบแฝงความหมายบางอย่าง นัยน์ตาคู่คมกริบของกวินฉายแววเจ้าเล่ห์ยามเอ่ยทักทาย
"อุ๊ย... ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย? พอดีผมเอาเอกสารสรุปยอดขายไตรมาสนี้มาให้คุณธันวาเซ็น... ดูท่าทางบรรยากาศในห้องนี้จะร้อนระอุยิ่งกว่าห้องซาวน่าเสียอีกนะครับ"
ธันวาปรายตามองกวินด้วยแววตาเย็นชา รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกจากตัวเขาชัดเจนยิ่งกว่าเดิม บรรณาธิการหนุ่มรับแฟ้มเอกสารมาเปิดดูผ่านๆ โดยไม่แม้แต่จะชายตามองหน้าผู้มาใหม่
"ถ้ามีแค่นี้ก็วางไว้แล้วออกไปได้แล้วกวิน ผมกับคุณรินรดากำลัง 'คุยงาน' กันอยู่" ธันวากดเสียงต่ำ เน้นคำว่าคุยงานจนรินรดายังต้องแอบเบ้ปากหมั่นไส้ในใจ
กวินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายืนมือล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วหันมาส่งยิ้มพินิจพิเทรตให้รินรดา รอยยิ้มนั้นทำเอารินรด้รู้สึกขนลุกแปลกๆ เสมือนมีงูพิษกำลังเลื้อยวนอยู่ใกล้ตัว
"อ้อ... งั้นเหรอครับ? แต่ดูเหมือนว่าคุณรินรดาจะไม่ได้แค่คุยงานธรรมดานะครับเนี่ย หน้าแดงเชียว... หรือว่าโดนท่านบอสของเราดุจน่วมไปหมดแล้วล่ะครับคุณรินรดา สนใจให้รุ่นพี่คนนี้เลี้ยงกาแฟปลอบใจสักแก้วไหมครับ หลังเลิกงานเราไป..."
"ไม่ต้องห่วงเรื่องฉันหรอกค่ะคุณกวิน" รินรดาตัดบทเสียงแข็ง นัยน์ตาสีเข้มตวัดมองกวินอย่างไม่ชอบใจ เธอรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของรุ่นพี่คนนี้ดี กวินไม่เคยหวังดีกับใครนอกจากผลประโยชน์ของตัวเอง และที่สำคัญ... เขากำลังพยายามเลื่อยขาเก้าอี้ของธันวาอยู่ ซึ่งเธอก็ดูออกตั้งแต่แรกแล้ว
ธันวาเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร นัยน์ตาดำสนิทจ้องมองรินรดากับกวินที่ยืนสบตากันด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอก ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เมื่อเห็นสายตาที่กวินใช้มองหญิงสาวตรงหน้า มันชวนให้เขารู้สึกขัดหูขัดตาเสียเหลือเกิน
"เรื่องของฉันกับคุณรินรดา... คงไม่จำเป็นต้องรบกวนเวลาอันมีค่าของคุณหรอกนะกวิน" ธันวากระแทกแฟ้มเอกสารปิดลงเสียงดังจนกวินสะดุ้ง น้ำเสียงของบรรณาธิการหนุ่มเย็นเยียบจนติดลบ "ออกไปได้แล้ว"
กวินยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก ส่งยิ้มกวนประสาทให้รินรดาอีกครั้งก่อนจะเดินหมุนตัวออกจากห้องไปอย่างเชื่องชาย ทิ้งให้ความเงียบงันและอึดอัดโรยตัวลงมาครอบคลุมห้องประชุมอีกครั้ง
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก 3 วินาที เพื่อรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงไปกับเหตุการณ์เมื่อครู่ เธอยกกระเป๋าขึ้นสะพายไหล่ เตรียมจะเดินหนีออกจากห้องนี้ให้พ้นๆ หน้าผู้ชายใจร้ายอย่างธันวา
"เดี๋ยวค่ะ" เสียงทุ้มรั้งเธอไว้
"อะไรอีกคะคุณธันวา จะให้ฉันเขียนใหม่เป็นแนวเทพนิยายเจ้าชายกับเจ้าหญิงเลยไหมล่ะคะ ถึงจะถูกใจบอสจอมเผด็จการอย่างคุณ!" รินรดาหันกลับมาประชดใส่ทันที
ธันวาไม่ได้โกรธอย่างที่เธอคิด ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากนิดๆ ดวงตาคมกริบจับจ้องมองร่องรอยความหงุดหงิดบนใบหน้าสวยนั้นด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่เขาเองก็อธิบายไม่ถูก
"คืนนี้... สองทุ่มตรง ที่ร้านกาแฟใต้ตึกนี้" ธันวาเอ่ยคำพูดที่ทำให้รินรดาต้องขมวดคิ้วมุ่น "เอาต้นฉบับที่คุณแก้มาส่งให้ฉันตรวจด้วยตัวเองอีกรอบ... ห้ามเลท ห้ามหาย และห้ามเถียงค่ะ"
รินรดาอ้าปากค้าง จะปฏิเสธแต่ธันวากลับหมุนตัวเดินหันหลังให้เธออย่างไร้เยื่อใย ทิ้งท้ายไว้ด้วยประโยคสั้นๆ ที่ทำเอาคนฟังอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ
"ถ้าคุณมาสาย... พรุ่งนี้เช้า ผมจะยกเลิกสัญญาของคุณจริงๆ ด้วยความยินดีเลยล่ะค่ะ"
*-*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูห้องทำงานบอสหน้าตายกับยัยตัวแสบด้วยกันนะคะ รักที่สุดค่ะ! - ดาวตกคืนคริสต์มาส
เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคอลัมนิสต์ปากร้าย•ตอนที่ 1
เมื่อเจ้านายหน้าตายมาเจอกับยัยตัวแสบ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคอลัมนิสต์ปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
