"ถ้ารู้ตัวว่าไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของมานาในกระแสโลหิต การก้าวเข้ามาใน 'ราชأكاديميةเซนต์ลูเมีย' แห่งนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าสู่ลานประหารทั้งเป็นหรอกนะ เจ้าหนู"
เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังลอดผ่านกรอบประตูห้องเรียนเวทมนตร์ขั้นสูงไม่ได้ทำให้เรย์สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เด็กหนุ่มร่างโปร่งในชุดเครื่องแบบนักเรียนปีหนึ่งสีครามเข้มยังคงยืนนิ่งสงบ สองมือถือตำราเวทมนตร์เล่มหนาที่สันปกเยินผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน สายตาของเขามองตรงไปยังเบื้องหน้า ท่ามกลางบรรยากาศภายในห้องที่เต็มไปด้วยสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมา ราวกับกำลังพิจารณาแมลงประหลาดที่บังเอิญหลุดรอดเข้ามาในห้องโถงของชนชั้นสูง
นี่คือ "บทเรียนแรกในคลาสของคนไร้ค่า" ตามที่พวกเขานินทากัน
เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งธาตุทั้งสี่—ไฟ น้ำ ดิน และลม—การเกิดมาไร้ธาตุเปรียบเสมือนการถูกพิพากษาจากสวรรค์ว่าไร้ตัวตน ทว่าสิ่งที่คนพวกนั้นไม่รู้ และไม่มีวันได้รู้จากตำราเรียนราคาแพง ก็คือกระบวนการวิเคราะห์เชิงโครงสร้างที่เรย์ฝึกฝนมานับพันชั่วโมง สมองของเขาไม่ได้มองเห็นเวทมนตร์เป็นเรื่องของปาฏิหาริย์ แต่มันคือสมการฟิสิกส์และกฎเกณฑ์ที่สามารถคาดเดาและหาจุดอ่อนได้เสมอ
"หลบไปเถอะน่า แกทำให้กลิ่นอับของคนไร้มานารบกวนบรรยากาศการเรียนของฉันหมด"
เกรย์สัน ทายาทดยุคแห่งตระกูลอัคคีคราม ก้าวออกมาขวางทางเดินพร้อมรอยยิ้มเยาะหยัน ดวงตาของเขาพราวระยับด้วยเปลวไฟสีส้มที่ถูกจุดขึ้นบนปลายนิ้วอย่างจงใจเพื่อข่มขวัญ รอบตัวเขามีกลุ่มผู้ติดตามส่งเสียงหัวเราะคิกคักรอชมความอับอายของเด็กหนุ่มทุนการศึกษาคนเดียวในรุ่น
เรย์ไม่โต้ตอบ เขามองรอยเปลวไฟบนปลายนิ้วของเกรย์สันอย่างพินิจพพิเคราะห์
*การหมุนวนของอนุภาคไฟมีความหนาแน่นสูงบริเวณข้อต่อ นิ้วชี้ขวา... แสดงว่าจุดศูนย์กลางการควบคุมมานาอยู่ที่ข้อมือซ้าย หากปะทะกันตรงๆ ฉันไม่มีทางสู้แรงเวทได้ แต่ถ้าใช้แรงเหวี่ยงจากมุมองศาที่สิบห้า...*
"ถ้าขวางทางอยู่แบบนี้ เกรงว่าเวลาเรียนสิบนาทีแรกคงจะหมดไปกับการยืนโชว์ไฟเล่นของคุณนะครับ เกรย์สันคุง" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสุภาพ รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนมุมปาก ยิ่งทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนกำลังถูกหยามเกียรติโดยคนที่ต่ำต้อยกว่า
"แก!" เกรย์สันกัดฟันกรอด เปลวไฟในมือลุกโชนขึ้นจนเกิดเสียงปะทุ
ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่เงียบงันดังขึ้นจากทางด้านหลังของห้องโถง แรงกดดันอันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาทำให้ทุกคนต้องหุบปากฉับโดยอัตโนมัติ
ร่างเพรียวในชุดสูทคลุมยาวสีดำสนิทก้าวเข้ามา ไอรีน อาจารย์ประจำวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ผู้มีเรือนผมสีเงินยาวสลวยและแว่นตากรอบทองที่สะท้อนแสงไฟจากเพดาน เธอยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง ดวงตาสีฟ้าครามคมกริบกวาดมองนักเรียนทุกคนด้วยความเยือกเย็น ราวกับพญานัคราชที่กำลังมองดูฝูงมดปลวก
ไม่มีใครกล้าสบตาเธอนานเกินสามวินาที
ไอรีนปรายตามองเกรย์สันที่รีบลดมือลงเก็บไฟอย่างลนลาน ก่อนที่สายตาคู่คมนั้นจะหยุดนิ่งอยู่ที่เรย์ ซึ่งยืนตรงเคารพตามระเบียบปฏิบัติอย่างแม่นยำ
"ถ้าพลังเวทในร่างกายมีไว้เพื่อใช้ข่มเหงเพื่อนร่วมชั้นเรียนอย่างไร้สาระ ฉันเกรงว่าพวกเธอคงสอบตกวิชาพื้นฐานตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในสถาบันแห่งนี้แล้วล่ะนะ... เกรย์สัน" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งกล่าวขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วห้อง
"ขออภัยครับ อาจารย์ไอรีน พวกเราแค่... แค่กำลังต้อนรับนักเรียนใหม่ที่เป็นเกียรติของพวกเราอยู่ครับ" เกรย์สันแก้ตัวเสียงสั่น
"นั่งที่"
คำสั่งสั้นๆ ทรงพลังทำให้ทุกคนรีบแยกย้ายกลับเข้าประจำที่นั่งของตนเองอย่างรวดเร็ว เรย์โค้งศีรษะให้อาจารย์สาวเล็กน้อยก่อนจะเดินไปนั่งที่นั่งแถวหลังสุดริมหน้าต่าง ซึ่งเป็นมุมอับที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้
บทเรียนเริ่มต้นขึ้น ไอรีนเริ่มบรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามโบราณและรอยแยกมิติแห่งความมืด น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลและมีความรู้ลึกซึ้ง แต่นัยน์ตาคู่สวยนั้นกลับฉายแววความเหนื่อยล้าและเปราะบางที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ซึ่งมีเพียงเรย์เท่านั้นที่สังเกตเห็น
ในขณะที่นักเรียนคนอื่นๆ กำลังก้มหน้าจดบันทึกตามตำรา เรย์กลับเปิดสมุดบันทึกอีกเล่มขึ้นมา ปากกาขนนกในมือของเขากำลังวาดแผนผังโครงสร้างมานาของห้องเรียนแห่งนี้อย่างรวดเร็ว สายตาของเขาเหลือบมองไปที่รอยร้าวเล็กๆ บนผนังห้องเวทยยยยศาสตร์ ซึ่งแผ่คลื่นความถี่ประหลาดออกมาเป็นระยะๆ—คลื่นความถี่ที่คนธรรมดารวมถึงพวกสายเลือดบริสุทธิ์ไม่มีวันรับรู้ได้
*แปลกจริงๆ... คลื่นมานานี้ไม่ใช่ของนักเรียน หรือแม้แต่ระบบป้องกันของโรงเรียน* เรย์ขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางคิดวิเคราะห์ในใจ *มันมีความถี่ตรงกับบันทึกโบราณเกี่ยวกับ 'ผู้ปิดบังเงา' ที่อาจารย์ไอรีนเคยเขียนไว้ในบทความวิจัยตีพิมพ์เมื่อห้าปีก่อน... บทความที่ถูกสั่งเก็บเป็นความลับสูงสุด*
เขาส เงยหน้าขึ้นมองอาจารย์สาวที่กำลังยืนบรรยายอยู่ที่หน้าห้อง ไอรีนหยุดพูดกะทันหัน ราวกับสัมผัสได้ถึงสายตาที่กำลังวิเคราะห์ทะลุทะลวงของเด็กหนุ่ม เธอมองตรงมาที่มุมห้อง สบตากับเรย์ชั่วเสี้ยววินาทีหนึ่ง แววตาของเธอไหววูบเล็กน้อยราวกับมีความลับบางอย่างที่ถูกเปิดโปง
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศภายในห้องเรียนก็พลันบิดเบี้ยว อุณหรูมิลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำเกาะตามกระจกหน้าต่าง เสียงกกรีดร้องของสัตว์อสูรปริศนาดังสะท้อนมาจากมิติเบื้องล่าง และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว หน้าจอสีฟ้าใสโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเรย์ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในโสตประสาทอย่างชัดเจน
[ตรวจพบความผิดปกติระดับ SSS: รอยแยกมิติเงาทมิฬถูกเปิดออกในเขตพื้นที่ต้องห้าม]
[เงื่อนไขพิเศษ: มีเพียงผู้ไร้มานาผู้กุมกุญแจแห่งการวิเคราะห์เท่านั้นที่จะสามารถปิดผนึกมันได้]
[ภารกิจฉุกเฉิน: ร่วมมือกับศาสตราจารย์ไอรีน กำจัดเงาโบราณก่อนที่ระบบป้องกันสถาบันจะล่มสลาย]
[คำเตือนจากระบบ: หากล้มเหลว วิญญาณของทุกคนในห้องนี้จะถูกกลืนกินอย่างไร้ร่องรอย...]
เรย์ผุดลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ทันที เสียงเก้าอี้ครูดกับพื้นดังสนั่นท่ามกลางความตกใจของเพื่อนร่วมห้องที่หันมามองเขาเป็นตาเดียว เกรย์สันอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ขณะที่ไอรีนหันขวับมามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนตกตะลึง
เด็กหนุ่มส่งยิ้มบางเบาให้ผู้เป็นอาจารย์ พร้อมกับกระซิบเบาๆ ผ่านความโกลาหลที่กำลังเริ่มต้นขึ้น
"ดูเหมือนว่า... บทเรียนแรกของผม จะเริ่มเร็วกว่ากำหนดเสียแล้วล่ะครับ อาจารย์"
...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางก้าวแรกไปพร้อมกับเรย์และอาจารย์ไอรีนในวันนี้นะครับ
อัศวินไร้คมกับศาสตราจารย์ผู้ปิดบังเงา•ตอนที่ 1
บทเรียนแรกในคลาสของคนไร้ค่า
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินไร้คมกับศาสตราจารย์ผู้ปิดบังเงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
