"ยินดีด้วยนะหลานสาว... แต่แกคิดจริงๆ หรือว่า สมบัติทั้งหมดนี่... จะเป็นของแกคนเดียวได้จริงๆ?"
เสียงแหบแห้งของป้าสะใภ้ใหญ่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าร่างของหญิงสูงวัยผู้โลภโมโทสันจะเดินพ้นประตูรั้วไม้ไผ่ของ "ไร่เคียงเดือน" ไปนานแล้วก็ตาม รินรดาปัดเศษดินออกจากปลายนิ้วเรียวยาวอย่างไม่ใส่ใจ รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบางเฉียบ สมบัติอะไรกัน? ที่ดินผืนนี้และพืชผลออร์แกนิกที่เขียวขจีสุดลูกหูลูกตา ล้วนมาจากหยาดเหงื่อแรงงานของเธอ และพลังวิเศษจากมิติเก็บของที่เธอใช้มันพลิกฟื้นดินแดนรกร้างแห่งนี้ขึ้นมาด้วยสองมือ
คนพวกนั้น... ไม่เคยเข้าใจความหมายของการสร้างคุณค่าจากความเหนื่อยยาก รู้จักแต่การแบมือขอและจ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อคนอื่นท่าเดียว
"คิดอะไรอยู่หรือครับ คนเก่ง"
สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือหนาที่โอบรอบเอวคอดกิ่วทำให้รินรดาหลุดจากภวังค์ กลิ่นอายบุรุษปะปนกับกลิ่นดินกลิ่นหญ้าและกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการทำงานกลางแจ้งของผู้กองภูผาโชยเข้าจมูก สามีหนุ่มผู้เคยเป็นถึงนายทหารกร้าวแกร่ง บัดนี้กลายเป็นเกษตรกรหนุ่มมาดนิ่งที่สายตาอ่อนโยนยามมองภรรยาแทบจะละลายผืนแผ่นดินให้กลายเป็นน้ำหวาน
รินรดาเอนศีรษะซบลงกับไหล่กว้างอย่างคุ้นเคย ถอนหายใจเบาๆ ออกมา "ก็แค่พวกหมาป่าหิวโซที่ยังตัดใจจากซากกระดูกไม่ได้น่ะค่ะ... ป้าสะใภ้ยังอุตส่าห์มาทิ้งท้ายคำขู่ปัญญาอ่อนไว้ก่อนไป"
ภูผาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความขบขันและเอ็นดู เขากดจุมพิตลงบนขมับนุ่มของภรรยาอย่างรักใคร่ "ปล่อยพวกเขาไปเถอะครับ กฎหมายและสัญญาทุกฉบับเป็นชื่อของรินแต่เพียงผู้เดียว ส่วนพวกเขาก็แค่คนแพ้ที่กำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้ายในบ่อโคลนที่ตัวเองขุดขึ้นมาเอง"
สายตาคมกริบของอดีตนายทหารกวาดมองไปรอบไร่ ในยามเย็นเช่นนี้ "ไร่เคียงเดือน" ช่างงดงามราวกับภาพวาด แปลงผักสลัดออร์แกนิกสีเขียวขจีทอดยาวเป็นระเบียบ มะเขือเทศสีแดงสดห้อยระย้าตามพุ่ม ดอกไม้ป่าที่ปลูกไว้ไล่แมลงพากันเบ่งบานรับแสงสีทองสุดท้ายของวัน ลมเย็นพัดผ่านยอดไผ่ริมธารส่งเสียงเสียดสีกันเบาๆ ราวกับบทเพลงกล่อมธรรมชาติ
นี่คืออาณาจักรที่พวกเขาช่วยกันสร้างขึ้นมาจากความว่างเปล่า...
รินรดาพลิกตัวหันมาเผชิญหน้ากับสามี ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความซุกซนและภูมิใจ "จริงสิคะ คุณภูผา จำที่ฉันเคยบอกเรื่องโครงการแปรรูปผลผลิตล็อตใหญ่ได้ไหมคะ?"
"จำได้สิครับ ผู้จัดการรินคนเก่งพูดอะไร ผมจำไม่เคยลืม" ภูผายิ้มมุมปาก มือหนายังคงกระชับเอวบางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าภรรยาคนนี้จะหายวับไปกับตา
"งั้นก็ตามฉันมาค่ะ วันนี้เรามีภารกิจสำคัญต้องทำ... เป็นการฉลองปิดฉากความวุ่นวายทั้งหมด และต้อนรับฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่แท้จริงของเรา"
รินรดากระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะจูงมือสามีเดินลัดเลาะผ่านแปลงผักสลัดมุ่งตรงไปยัง "เรือนครัวริมธาร" อาคารไม้หลังเล็กที่ถูกต่อเติมขึ้นมาอย่างประณีต กลายเป็นห้องครัวในฝันของเชฟมืออาชีพ หน้าต่างบานกว้างเปิดรับลมธรรมชาติ ด้านนอกมีเตาถ่านดินเผาและซุ้มสมุนไพรส่งกลิ่นหอมรัญจวน
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ครัว รินรดาก็เรียกใช้พลังจากมิติเก็บของ วัตถุดิบชั้นเลิศที่ถูกเก็บรักษาไว้ในความสดระดับพรีเมียมปรากฏขึ้นบนโต๊ะไม้สักทอง ปลาแม่น้ำเนื้อแน่นตัวโต กุ้งแม่น้ำสดๆ ส่งตรงจากฟาร์มปิดในมิติ สมุนไพรพื้นบ้านนานาชนิด และเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะ
บรรยากาศในครัวอบอวลไปด้วยความสุขและความตั้งใจ รินรดาลลงมือทำอาหารด้วยความคล่องแคล่วและงดงามราวกับร่ายรำ ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความมั่นใจของเชฟสมองเพชรผู้ผ่านศึกมาโชกโชน เสียงมีดกระทบเขียงไม้ดังสม่ำเสมอ กลิ่นหอมของเครื่องแกงโขลกละเอียดเริ่มฟุ้งกระจายผสมผสานกับกลิ่นควันจางๆ
ภูผายืนพิงขอบประตูมองภรรยาด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นด้วยความรักและความหลงใหล ผู้หญิงคนนี้... ไม่ว่ายามเผชิญหน้ากับญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อ หรือยามยืนหยัดจับตะหลิวอยู่ในครัว เธอก็เปล่งประกายเจิดจ้าจนเขาละสายตาไม่ได้เลย
"มองอะไรอยู่คะ? น้ำลายจะไหลแล้วนะผู้กอง" รินรดาเอ่ยแซะโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากกระทะ ใบหน้าสวยหวานเปื้อนเขม่าควันจางๆ ยิ่งทำให้เธอดูมีเสน่ห์น่ามอง
"มองภรรยาคนสวยครับ สวยจนไม่อยากแบ่งใครให้มองเลย" ภูผาหยอกเย้าเสียงนุ่ม เดินเข้าไปสวมกอดเธอจากด้านหลัง เกยคางไว้บนลาดไหล่บางสูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นที่คุ้นเคย
"ถอยไปเลยค่ะ เดี๋ยวอาหารก็ไหม้พอดี... วันนี้ฉันตั้งใจทำเมนูพิเศษเพื่อฉลองความสำเร็จของเรานะ"
รินรดาตักแกงป่าปลาแม่น้ำรสจัดจ้านใส่ชามดินเผา ตามด้วยกุ้งแม่น้ำเผาซอสมะขามสูตรโบราณที่หอมหวานกลมกล่อม และผัดผักออร์แกนิกกรอบหวานที่เพิ่งเก็บสดๆ จากแปลง ทุกเมนูล้วนสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์และความสุขที่แท้จริงของวิถีสโลว์ไลฟ์ที่พวกเขาเลือกเดิน
ไม่นานนัก อาหารคาวหวานรสเลิศก็ถูกลำเลียงมาวางบนโต๊ะไม้ใต้ร่มไม้ใหญ่ริมธาร แสงไฟสีส้มอบอุ่นจากตะเกียงน้ำมันสนส่องกระทบใบหน้าของทั้งสองคน เสียงน้ำไหลเอื่อยๆ จากลำธารเคล้าคลอไปกับเสียงนกร้องกลับรัง
พวกเขานั่งลงเคียงข้างกัน ภูผารินไวน์ผลไม้หมักสูตรพิเศษฝีมือภรรยาลงในแก้ว ส่งให้รินรดาด้วยรอยยิ้ม
"แด่ความเหนื่อยยากทั้งหมด ที่พาเรามาถึงวันนี้" ภูผายกแก้วขึ้นชนเบาๆ กับแก้วของเธอ
"และแด่ชีวิตใหม่ ที่ไม่มีใครหน้าไหนมาเอาเปรียบเราได้อีกค่ะ" รินรดากระทบแก้วตอบ รอยยิ้มของเธองดงามเจิดจ้าแข่งกับดวงดาวบนท้องฟ้า
ทั้งสองลิ้มรสอาหารฝีมือภรรยา รสชาติจัดจ้าน หอมหวาน กลมกล่อม ละมุนลิ้น และเปี่ยมด้วยความหมาย ทุกคำที่เคี้ยวคือเครื่องยืนยันว่าความอดทน การต่อสู้ และความขยันหมั่นเพียร ไม่เคยทรยศใคร ไร่เคียงเดือนแห่งนี้ไม่ใช่แค่แหล่งทำเงิน แต่มันคือวิหารแห่งความสุขที่พวกเขาสร้างขึ้นด้วยความรัก
ท่ามกลางลมหนาวแรกของฤดูกาลเก็บเกี่ยว กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารจานเด็ดลอยละลิ่วไปตามสายลม ผสมผสานกับเสียงหัวเราะและไออุ่นแห่งความรักที่ไม่มีวันจางหาย
รินรดานั่งซบไหล่สามีใต้แสงดาว ปิดฉากเรื่องราวความวุ่นวายทั้งหมดลงอย่างงดงาม พร้อมก้าวสู่อนาคตที่หอมหวานและรุ่งโรจน์ในแบบฉบับของเธอเอง...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สู้ชีวิต และฟินไปพร้อมกับรินรดานะคะ!
กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด•ตอนที่ 30
รอยยิ้มในฤดูกาลเก็บเกี่ยว
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!