กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด•ตอนที่ 1

ทิ้งลาวงการมายา สู่ชายป่าที่ไร้เสียงก่นด่า

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
เอกสารฉบับนั้นถูกฉีกทิ้งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทาเพียงเล็กน้อย หาใช่ความหวาดกลัวไม่ แต่เป็นความเดือดดาลระคนสมเพชที่พุ่งพล่านจนถึงขีดสุด รินรดายืนมองเศษกระดาษตราครุฑปลอมแปลงที่ถูกปัดตกลงไปกองกับพื้นห้องประชุมหรูหรา "เธอจะไปฟ้องใครได้ รินรดา? พินัยกรรมฉบับนี้เซ็นโดยคุณอาของเธอเองก่อนตาย สมบัติทั้งแปลงในอำเภอแม่ริม... ตอนนี้มันเป็นของตระกูลเราโดยชอบธรรมแล้ว" เสียงหัวเราะเยาะหยันของญาติผู้พี่ดังลั่นห้อง ท่ามกลางสายตาเพิกเฉยของคนในตระกูลที่พร้อมใจกันพยักหน้ารับผลประโยชน์บนความอยุติธรรมนี้ รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตาคู่สวยคมกริบกวาดมองหน้าคนเหล่านี้ทีละคนอย่างจดจำฝังใจ สันดานโลภมากจนตัวสั่น ไม่เคยลงแรงสร้างแต่กลับอยากได้ผลผลิตบนหยาดเหงื่อคนอื่น ช่างน่าไม่อายเสียจริง "ดีค่ะ... เก็บเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน สมบัติชิ้นนั้น" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นเยียบจนอีกฝ่ายถึงกับชะงัก "จำเอาไว้ว่าของร้อนที่แย่งคนอื่นมา สุดท้ายมันจะแผดเผาพวกคุณจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า" ร่างระหงสะบัดหน้าเดินออกมาจากตึกสูงระฟ้า ทิ้งเสียงโวยวายไล่หลังไว้เบื้องหลัง โลกของวงการอาหารไฮโซและการแข่งขันที่เต็มไปด้วยหน้ากากจอมปลอมจบลงตรงนี้แล้ว ต่อจากนี้ไป เธอจะไม่ทนให้อาหารอันทรงคุณค่าต้องแปดเปื้อนในมือคนใจบาปอีก รถกระบะมือสองคันเก่าบรรทุกกล่องสมบัติและกระเป๋าเดินทางใบโตแล่นลัดเลาะเข้าสู่เขตอำเภอชนบท ไกลออกไปจากความเจริญและตึกรามบ้านช่อง ห่างไกลจากความอิจฉาริษยา ล้อรถบดขยี้ไปตามถนนลูกรังที่สองข้างทางเต็มไปด้วยพงหญ้าและต้นไม้นานาพันธุ์ รินรดาลดกระจกลงรับไอเย็นของดินชื้นและกลิ่นป่าเขาที่โชยมาปะทะใบหน้า ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลถูกชะล้างด้วยความเงียบสงบที่หาไม่ได้จากเมืองกรุง ไร่ "ธาราภิรมย์" มรดกชิ้นเดียวที่แม่แท้ๆ ทิ้งไว้ให้ก่อนสิ้นลม ปรากฏอยู่ตรงหน้าในสภาพรกร้าง บ้านไม้สักสองชั้นหลังเก่าผุพังไปตามกาลเวลา วัชพืชขึ้นรกเรื้อจนแทบมองไม่เห็นทางเข้า แต่ทว่า... ทันทีที่ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนประตูรั้วไม้ผุๆ เสียงกระซิบประหลาดก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของเธอ *[ระบบ "ห้องครัวอเนกประสงค์ต่างมิติ" ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ... ตรวจพบพื้นที่เป้าหมาย พร้อมเริ่มกระบวนการฟื้นฟู]* รินรดากะพริบตาปริบๆ เมื่อจู่ๆ มิติเก็บของวิเศษที่เธอเคยค้นพบโดยบังเอิญจากสร้อยหยกโบราณของคุณยาย เกิดสั่นไหวและขยายตัวเชื่อมต่อกับผืนดินรกร้างตรงหน้า แสงสีทองจางๆ วาบผ่านดวงตา คลังแสงวัตถุดิบชั้นเลิศ เมล็ดพันธุ์พืชออร์แกนิกเกรดพรีเมียม และอุปกรณ์ทำครัวระดับตำนานถูกปลดล็อกขึ้นพร้อมใช้งานในพริบตา รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว ท่ามกลางความวิกฤต... สวรรค์ยังเมตตาประทานอาวุธลับมาให้เธอตั้งตัวใหม่ แต่ทว่า เสียงเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์คันเก่าที่แล่นเข้ามาจอดบริเวณหน้าแปลงเกษตรข้างบ้าน ทำให้รินรดาต้องหันไปมอง ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชื้อพับแขนและกางเกงยุทธวิธีลุยสวน ใบหน้าคมเข้มถูกบดบังด้วยหมวกแก๊ปเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มดุดันแต่แฝงแววสำรวจกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนที่เขาจะถอดหมวกออกเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่มีรอยแผลเป็นจางๆ เพิ่มเสน่ห์ให้ดูอันตรายและน่าเกรงขามในคราวเดียวกัน "คุณเป็นใคร? มาทำอะไรลับๆ ล่อๆ แถวไร่ร้างนี่" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยถาม รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ไม่คาดคิดว่าจะมีเพื่อนบ้านมาทักทายเร็วกว่าที่คิด รินรดายืดตัวขึ้นสู้สายตาอย่างไม่เกรงกลัว เชฟสาวจอมฟาดอย่างเธอไม่เคยยอมจำนนให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นญาติหน้าเลือดหรือชายแปลกหน้าท่าทางน่ากลัวคนนี้ "ฉันเป็นเจ้าของที่นี่คนใหม่ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ... คุณผู้ชาย?" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องตรงไปที่เขาอย่างท้าทาย ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาคมกริบฉายแววประหลาดใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะคาดเดา "เจ้าของใหม่เหรอ... หึ ดีล่ะ งั้นผมคงต้องแนะนำตัวในฐานะเพื่อนบ้านคนสนิท... ผมชื่อภูผา" บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันชั่วขณะ ท่ามกลางความเงียบของผืนป่า ทว่าจู่ๆ ท้องของรินรดาก็ส่งเสียงร้องโครกคราออกมาท่ามกลางความเงียบสงบอย่างไม่ไว้หน้า ภูผาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองหน้าท้องบางแวบหนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะพรืดออกมาเบาๆ "ดูท่าทาง 'เจ้าของไร่คนใหม่' คงจะยังไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่ในเมืองสินะครับ?" รินรดาหน้าแดงซ่านด้วยความอับอายเล็กน้อย เธอกัดริมฝีปากแน่นอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นปฏิเสธเสียงแข็ง "ใครว่าฉันหิวกันคะ ฉันแค่..." ยังไม่ทันที่รินรดาจะแก้ตัวจบ จู่ๆ กลิ่นหอมฉุนรุนแรงของเครื่องเทศป่าและเนื้อสัตว์รมควันก็ลอยล่องมาตามกระแสลม ปะทะเข้ากับโสตประสาทการรับกลิ่นอันแม่นยำของเชฟมือหนึ่งอย่างเธอ กลิ่นหอมหวนชวนน้ำลายสอที่ลอยมาจากกระท่อมปลายนาของภูผานั้นเตะจมูกเต็มแรง จนกระทั่งรินรดาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ภูผายกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้รินรดาอีกนิด ก้มตัวลงกระซิบกระซาบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าชวนใจสั่น "เย็นนี้... ผมต้มแกงส้มป่าใส่หน่อไม้ดองฝีมือผมเอง หม้อใหญ่มาก... สนใจมาลองชิมฝีมือ 'เพื่อนบ้าน' คนนี้หน่อยไหมล่ะครับ?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งกลิ่นอายธรรมชาติและอาหารอร่อยนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในไร่ผักออร์แกนิกของเชฟสาวจอมฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%