อัลกอริทึมรักไม่ยอมอ่านใจ•ตอนที่ 1

บั๊กในระบบความคิด

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
เสียงกระแทกเบา ๆ ของแก้วกาแฟเซรามิกสีดำสนิทบนโต๊ะประชุมกระจกนิรภัย คือสัญญาณเตือนภัยที่ไร้เสียง กวินท์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแล็ปท็อป แสงสีฟ้าจากโค้ดนับร้อยบรรทัดสะท้อนอยู่ในแว่นกรองแสงทรงเหลี่ยมของเขา นิ้วเรียวยาวพับหน้าจอลงช้า ๆ ด้วยจังหวะจะโคนราวกับจงใจถ่วงเวลาให้บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดต่ำลงอีกสักสององศา "สัญญาระยะเวลาหوกเดือน งบประมาณสามสิบล้าน และตัวชี้วัดความสำเร็จที่วัดผลได้เป็นตัวเลข... คุณคิดว่างานศิลปะชิ้นเนี้ย จะรอดพ้นจากการเป็นแค่ขยะอิเล็กทรอนิกส์ในระบบของผมได้กี่วันคะ คุณรินรดา" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมราใบมีดโกนถูกส่งข้ามโต๊ะไป รินรดาชะงักมือที่กำลังจัดระเบียบบล็อกไม้จำลองของแกลเลอรี เธอไม่ได้สะดุ้ง—ผู้หญิงที่ผ่านการดีลกับศิลปินอารมณ์ศิลป์ระดับโลกมานับไม่ถ้วนอย่างเธอ มีภูมิคุ้มกันต่อความหยิ่งผยองของผู้ชายสายเทคมานานแล้ว เธอยืดตัวขึ้นสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มภายใต้กรอบแว่นตาแฟชั่นสะท้อนความท้าทาย "ถ้าคุณมองศิลปะเป็นแค่ขยะ คุณก็คงเป็นแค่บั๊กตัวหนึ่งในระบบที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร้จิตวิญญาณค่ะ คุณกวินท์" รินรดาตอบกลับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "อัลกอริทึมของคุณอาจจะคำนวณความน่าจะเป็นของพฤติกรรมมนุษย์ได้แม่นยำถึงเก้าสิบเก้าจุดเก้าเปอร์เซ็นต์ แต่มีสิ่งหนึ่งที่โค้ดบ้า ๆ ของคุณไม่มีวันประมวลผลได้... คือความรู้สึกที่แท้จริงของคนที่ยืนอยู่หน้าผลงานต่างหาก" กวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ แขนสองข้างกอดอกไว้หลวม ๆ "ความรู้สึกเหรอคะ? สำหรับผม มันก็แค่สารเคมีในสมองที่หลั่งออกมาตามตัวแปรทางชีววิทยา ไม่มีอะไรซับซ้อน และที่สำคัญที่สุด... มันคาดเดาและควบคุมได้" เขาดึงเอกสารโครงการ 'Art Meets Algorithm' ขึ้นมาพลิកดูผ่าน ๆ "ผมไม่ได้ถูกจ้างมาให้ซาบซึ้งกับรอยเปื้อนสีบนผ้าใบราคาแพง แต่ผมถูกจ้างมาเพื่อให้แพลตฟอร์มดิจิทัลชิ้นนี้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุด และนั่นแปลว่า... ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้ตรรกะของผม ไม่ใช่จินตนาการเพ้อเจ้อของคุณ" บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน แรงกดดันระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงขึ้นราวกับสนามแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่พยายามผลักเข้าหากันอย่างดุดัน รินรดากัดริมฝีปากล่างเล็กน้อย ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาเป็นจุดแดงบนพวงแก้ม แต่เธอกลับเลือกที่จะสูดลมหายใจลึกเพื่อรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ ผู้ชายคนนี้เย็นชาและไร้หัวใจสิ้นดี—เธอคิดในใจ แต่น่าแปลกที่ความเย่อหยิ่งแบบมีตรรกะของเขากลับดึงดูดสายตาของเธอให้ละไปไม่ได้เลย เช่นเดียวกับกวินท์ที่กำลังพิจารณาร่องรอยความไม่พอใจบนใบหน้าของเธอผ่านเลนส์แว่น สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่เส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่รวบไว้ลวก ๆ ไปจนถึงปลายนิ้วที่กำปากกาแน่นจนข้อต่อขาวซีด เขารู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่รบกวนระบบความคิดอันเป็นระเบียบของเขา—บางอย่างที่อยู่นอกเหนือสมการ "ถ้าคุณมั่นใจในอัลกอริทึมของคุณนัก..." รินรดาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะประชุม โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดช่องว่างระหว่างกัน กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกไม้ป่าลอยแตะจมูกกวินท์ ชั่วขณะหนึ่งที่วิศวกรหนุ่มชะงักไป "เรามาลองเดิมพันกันดูไหมคะ ว่า AI เย็นชาของคุณจะอ่านใจมนุษย์ที่ชื่อรินรดาคนนี้ได้จริง ๆ หรือแค่เดาทางไปเรื่อย ๆ แบบคนตาบอด" กวินท์หรี่ตาลงเล็กน้อย ระยะห่างเพียงคืบทำให้เขาเห็นแพขนตางอนและประกายความดื้อรั้นในดวงตาคู่นั้นชัดเจน หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งจังหวะ—ความผิดพลาดทางชีววิทยาที่เขาเกลียดชังที่สุดกำลังเกิดขึ้นในอกข้างซ้าย ก่อนที่กวินท์จะทันได้ตอบโต้อะไร เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งสั้น ๆ ก่อนที่ประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกโดยผู้ช่วยของเขา "คุณกวินท์คะ... ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักของโปรเจกต์เกิดความผิดปกติค่ะ" สีหน้าของผู้ช่วยหนุ่มตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด "ไฟล์ข้อมูลลับทั้งหมดที่เพิ่งซิงค์จากหอศิลป์เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน... ถูกเข้ารหัสล็อกด้วยระบบกุญแจส่วนตัว และตอนนี้ AI ของเรากำลังถูกลบข้อมูลออกทีละไฟล์ค่ะ!" กวินท์ผุดลุกขึ้นยืนทันที ความเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยสัญชาตญาณนักล่าที่ตื่นตัวเต็มที่ เขากวาดตามองหน้าจอแท็บเล็ตที่ผู้ช่วยยื่นให้ รหัสโค้ดที่วิ่งพล่านบนหน้าจอไม่ใช่ฝีมือของระบบอัตโนมัติทั่วไป แต่มันคือลายเซ็นดิจิทัลเฉพาะตัว รินรดาขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขา "เกิดอะไรขึ้น?" กวินท์หันขวับมามองเธอ ดวงตาคมกริบฉายแววระแวงสงสัยอย่างไม่ปิดบัง ขณะที่ริมฝีปากหยักเม้มเป็นเส้นตรง "ดูเหมือนว่า... จะมีคนไม่อยากให้โปรเจกต์นี้เริ่มต้นขึ้น" กวินท์กล่าวเสียงต่ำ พรางจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอเพื่อค้นหาพิรุธ "และไฟล์ที่ถูกบล็อกไว้... คือฐานข้อมูลส่วนตัวที่คุณเก็บรักษาไว้เป็นความลับสุดยอด... คุณรินรดา" แสงไฟฉุกเฉินสีแดงบนเพดานห้องประชุมกะพริบพรึบพรับพร้อมกัน เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นสนั่นตึกท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ... และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยก็เคลื่อนเข้ามาประชิดตัวเขา พร้อมกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ถูกยัดใส่มือของเขาอย่างรวดเร็ว โดยมีเสียงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูท่ามกลางความโกลาหล *"ถ้าคุณฉลาดจริง... ลองแกะรอยข้อความนี้ดูก่อนที่ฉันจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรกนะคะ..."* แสงดาวพร่างพราวขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักไม่ยอมอ่านใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%