สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการกองถ่ายสายซãา•ตอนที่ 1

สถาปนิกจอมเนี๊ยบกับผู้จัดกองตัวแสบ

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
"ถ้าคุณจะกรุณาวาง 'ไม้บรรทัดเหล็ก' ในมือลง แล้วหันมาใช้ 'สมอง' คิดในมุมมองของคนทำงานจริง ผมว่าโปรเจกต์นี้คงไม่พังไม่เป็นท่าตั้งแต่ยังไม่เริ่มหรอกนะครับ, คุณสถาปนิกหน้าตาย" สุ้มเสียงกวนประสาทที่เจือรอยยิ้มเยาะดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในโกดังเก่าอายุกว่าครึ่งศตวรรษ กลิ่นอับชื้นของคานไม้สักทองและคราบปูนซีเมนต์เก่าเก็บไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่าอภิรมย์ขึ้นเลยสักนิด ในทางกลับกัน... อุณหภูมิในพื้นที่รีโนเวตกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันราวกับมีใครแอบเร่งฮีตเตอร์ คณินชะงักมือที่กำลังตวัดปลายดินสอลงบนกระดาษไขพิมพ์เขียว เขายังไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาทันที ชายหนุ่มเลือกที่จะจรดปลายเส้นสุดท้ายให้สมบูรณ์เสียก่อน ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกทางจมูกอย่างอดกลั้น แล้วจึงปรายตามองผู้ชายแปลกหน้าในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวก ๆ กับกางเกงยีนส์เซอร์ ๆ ที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนอยู่ไม่ไกล นัยน์ตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมฉายแววเย็นชา ไร้อารมณ์ และเต็มไปด้วยความรำคาญใจอย่างไม่คิดจะปิดบัง นั่นคือเอกลักษณ์ที่ทำให้ใคร ๆ ในวงการสถาปนิกต่างขนานนามเขาว่า 'หุ่นยนต์หน้าตาย' "ผมไม่ทราบว่าคุณใช้ส่วนไหนของร่างกายประเมินแปลนนี้ แต่วิศวกรรมโครงสร้างไม่ได้เล่นขายของครับคุณเตชิต ถ้าทุบผนังรับน้ำหนักตรงนี้ทิ้งตามใจคุณ โกดังหลังนี้จะพังลงมาฝังร่างทีมงานกองถ่ายสมองกลวงของคุณจนไม่เหลือซาก และผมคิดว่าสำนักงานประกันภัยคงไม่จ่ายสินไหมให้ความไร้เดียงสาหรอกนะ" คำพูดเจ็บแสบที่พ่นออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบทำลายความมั่นใจของอีกฝ่ายลงได้ในทันที เตชิต (เต) หุบยิ้มกวน ๆ นั้นฉับพลัน ดวงตาเรียวรีคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ เขาเป็นผู้จัดการกองถ่ายภาพยนตร์อิสระที่ผ่านสมรภูมิแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามาโชกโชน ไม่เคยมีไอ้หน้าหล่อที่ไหนกล้ามาหยามหยันสติปัญญาของเขาต่อหน้าทีมงานนับสิบชีวิตแบบนี้มาก่อน ก้าวเท้าสั้น ๆ แต่รวดเร็วพาตัวเองเข้ามาประชิดโต๊ะสนามชั่วคราวที่กางอยู่กลางห้อง เตชิตโน้มตัวลงใช้มือสองข้างค้ำขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนแทบจะชิดกับกรอบแว่นของอีกฝ่าย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ เจือกลิ่นฝุ่นจาง ๆ ลอยแตะจมูกคณิน แต่สถาปนิกหนุ่มไม่มีทีท่าว่าจะถอยหลังหนี เขากลับยืนตัวตรงเป็นไม้บรรทัด สะกดกลั้นความหงุดหงิดด้วยการจ้องตอบนัยน์ตาท้าทายคู่นั้นนิ่ง ๆ "ปากคอเราะร้ายแบบนี้ สงสัยตอนเด็ก ๆ แม่คงให้กินพริกไทยแทนข้าวสินะครับคุณคณิน" เตชิตกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มอีกฝ่ายจาง ๆ "ฟังนะ... นี่คือสตูดิโอถ่ายทำ ไม่ใช่คุกรับน้องหน้าใหม่ พื้นที่ตรงนั้นจำเป็นต้องโล่งเพื่อให้เครนกล้องวิ่งผ่านได้ ไม่ใช่เอาเสาบ้าบอคอแตกอะไรของคุณมาขวางหูขวางตาให้ผู้กำกับเขาปวดหัวเล่น ถ้าคุณออกแบบให้มันยืดหยุ่นไม่ได้ ก็ลาออกไปเขียนแบบบ้านสุนัขเถอะครับ จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับเรื่องสเปซ" "พื้นที่ใช้สอยที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้หมายถึงการทำลายโครงสร้างความปลอดภัยเพื่อสนองนีดกองถ่ายเฮงซวยของคุณ" คณินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีดโกน "ถ้าคุณอยากได้พื้นที่โล่งนัก ทำไมไม่ไปเช่าโกดังร้างกลางทุ่งนาล่ะครับ จะได้วิ่งเล่นกันตามสบายโดยไม่ต้องมาสร้างภาระให้คนอื่นเขาต้องตามเช็ดตามล้าง" บรรยากาศรอบตัวราวกับมีประกายไฟส파าร์คดังเปรี๊ยะ ทีมงานที่ยืนอยู่รอบข้างต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืน ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแทรกแม้แต่คนเดียว รตา ผู้กำกับสาวเพื่อนสนิทของเตชิตที่ยืนกอดอกมองสถานการณ์อยู่มุมห้องถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดขมับ เธอเป็นคนกลางที่ดึงเพื่อนสนิทสายซ่าคนนี้มาเจอกับสถาปนิกสายเป๊ะคนนี้เอง แต่ไม่คิดเลยว่าเคมีที่คิดว่าจะเข้ากัน มันจะกลายเป็นระเบิดนิวเคลียร์ขนาดย่อมไปเสียได้ เตชิตแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยประกายวับวายด้วยความท้าทาย รอยยิ้มมุมปากถูกยกขึ้นอย่างเหนือกว่า เขายืดตัวตรงขึ้นช้า ๆ ปัดฝุ่นที่หัวไหล่ออกเบา ๆ ก่อนจะโน้มเข้าไปกระซิบข้างหูคณินด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาสถาปนิกหนุ่มรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปตามสันหลัง "ปากดีแบบนี้... ระวังตัวไว้เถอะครับคุณสถาปนิก วันหนึ่งคุณอาจจะยอมกราบกรานขอร้องให้ผมช่วยรื้อแปลนนี้ใหม่ด้วยซ้ำ" "ผมไม่เคยขอร้องใคร และโดยเฉพาะกับคนที่มีสมองมีรอยหยักน้อยกว่าปะการังอย่างคุณ... ไม่มีทาง" คณินตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้รอยสะทกสะทอ้นใด ๆ แต่กำมือที่ไขว้ไว้ด้านหลังกลับเกร็งแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมกับเสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังแทรกขึ้นก็ทำลายความตึงเครียดลง "คุณเตชิตครับ! ทีมงานฝ่ายศิลป์โทรมาแจ้งว่า... รถบรรทุกอุปกรณ์ล็อตใหญ่ติดหล่มอยู่ปากซอยเข้าโกดัง เข้ามาไม่ได้ครับ!" ทีมงานคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาายงาน เตชิตหันขวับไปมองหน้าลูกน้องทันที ก่อนจะสบถเบา ๆ ในลำคอ เขาหันกลับมามองหน้าคณินที่ยังคงยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตานิ่งสนิทราวกับจะเยาะเย้ยว่า *'เห็นไหมล่ะ ปัญหาแรกมาเยือนแล้ว'* "หึ ฝากไว้ก่อนเถอะพ่อคนเนี๊ยบ" เตชิตพึมพำลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหมุนตัวเตรียมสาวเท้าเดินออกไปสั่งการลูกน้องข้างนอก แต่ในจังหวะที่เตชิตหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็วนั้นเอง ขาข้างหนึ่งของเขากลับสะดุดเข้ากับสายไฟม้วนใหญ่ที่วางระเกะระกะอยู่บนพื้นปูนที่ขรุขระ ร่างเพรียวบางเสียการทรงตัวในเสี้ยววินาที ร้องอุทานออกมาเบา ๆ ด้วยความตกใจ และพุ่งถลาล้มลงไปข้างหน้าตรงจุดที่คณินยืนอยู่พอดี! *พรึ่บ!* ด้วยสัญชาตญาณดิบของความเป็นสุภาพบุรุษ คณินก้าวเท้าออกไปคว้าเอวบางของอีกฝ่ายเอาไว้ตามสัญชาตญาณ แรงเหวี่ยงทำให้ร่างของทั้งคู่เซถลาไปชนกับเสาปูนต้นใหญ่ด้านหลัง ก่อนที่คณินจะใช้แขนอีกข้างยันเสาไว้เพื่อไม่ให้ล้มกระแทกพื้นด้วยกันทั้งคู่ เวลาในโกดังเก่าราวกับหยุดเดินไปชั่วขณะ เตชิตเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานที่ปกติมักจะเชิดรั้นและเต็มไปด้วยคำพูดกวนประสาท ตอนนี้กลับอยู่ห่างจากใบหน้าคมคายของสถาปนิกหนุ่มเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้ แว่นตาหนาเตอะของคณินเอียงกระفеเท่เล็กน้อย แต่นัยน์ตาสีเข้มหลังกรอบแว่นคู่นั้นกำลังจ้องมองลึกลงมาในดวงตาของเขาอย่างสะกดนิ่ง ไร้คำพูดใด ๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันสนิทของทั้งคู่ หัวใจในอกซ้ายของเตชิตเต้นผิดจังหวะไปอย่างแรง ไม่ใช่เพราะตกใจจากการสะดุดล้ม... แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากอุ้งมือหนาที่ยังคงโอบกระชับอยู่ที่เอวสอบของเขาอย่างมั่นคง และสายตาคู่นั้น... สายตาที่นิ่งสนิทแต่กลับแฝงประกายความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน "จะมองหน้าผมอีกนานไหมครับ... หรือจะให้ผมอุ้มคุณเดินออกไปข้างนอกด้วยเลยดี" เสียงทุบทำลายความเงียบดังขึ้นชิดริมฝีปาก น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเย้าแหย่จาง ๆ ทำเอาเตชิตได้สติ รีบผลักอกอีกฝ่ายออกเต็มแรงแล้วกระโดดถอยหลังไปก้าวใหญ่ ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเคืองปนเขินอายที่ถูกจับได้ว่าตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบ "ใครจะไปอยากให้คุณอุ้มกันล่ะไอ้...!" เตชิตยังไม่ทันได้ด่าคำว่าอะไรต่อ ประตูเหล็กบานใหญ่หน้าโกดังก็ถูกผลักเปิดผางเสียงดังสนั่น พร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบกริบคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง และเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั้งโกดังต้องเงียบกริบยิ่งกว่าเดิม "พี่นินครับ! แย่แล้ว! เจ้าของโปรเจกต์ตัวจริงเสียงจริงบินตรงมาจากสวิสเซอร์แลนด์แล้วครับ เขากำลังเดินมาทางนี้!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความกวนประสาทและเคมีชวนจิกหมอนนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการกองถ่ายสายซãา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%