สถาปนิกสาวกับอดีตสามีที่ลืมทางกลับบ้าน•ตอนที่ 1

เศษกระดาษสีชาด

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
เสียงกระดาษเนื้อหนาราคาแพงถูกเลื่อนข้ามพื้นผิวมะฮอกกานีขัดเงา มันเคลื่อนผ่านระยะห่างเพียงไม่กี่คืบ แต่กลับให้ความรู้สึกราวกับกั้นขวางห้วงเหวลึกอันยาวนานถึงสามปีเต็ม รสายังคงรักษาท่าทีสงบนิ่ง ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคยสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวในอดีต บัดนี้วางทาบลงบนมุมขวาของเอกสารแผ่นนั้นอย่างมั่นคง ดวงตากลมโตคู่สวยที่ผ่านการร้องไห้จนหยดสุดท้ายมาหมดสิ้นแล้วเมื่อนานมาแล้ว บัดนี้ฉายแววเยียบเย็นและเด็ดเดี่ยว จนผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่คุ้นชิน "เซ็นมันเสียสละครับ... ศตายุ" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าราบเรียบไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความตัดพ้อใดๆ อีกต่อไป มันคือความว่างเปล่าที่น่ากลัวที่สุด... ความว่างเปล่าของผู้หญิงที่หมดรักและหมดศรัทธาในตัวผู้ชายคนเดิมอย่างสิ้นเชิงแล้ว ศตายุ วัฒนพงศ์ศาล ประธานกรรมการบริหารอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้านผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ นั่งพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างจอมปลอม ดวงคมกริบสีนิลกวาดมองแผ่นกระดาษสีชาดบนโต๊ะด้วยหางตา ราวกับมันเป็นเพียงจดหมายทวงหนี้เรี่ยราดที่เขาไม่มีความจำเป็นต้องใส่ใจ "สามปีที่ผ่านมา... รสาคิดว่าผมว่างมากนักหรือไง ถึงได้หอบเอาเศษกระดาษไร้สาระพวกนี้มาเดินเล่นในเพนต์เฮาส์ของผม" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้น รอยยิ้มหยันแต้มอยู่ที่มุมปากหยักลึก "อยากได้เงินเพิ่มเท่าไหร่ก็ว่ามา อย่าใช้มุกเรียกร้องความสนใจแบบเด็กๆ นี้เลย มันน่าสมเพช" คำพูดเชือดเฉือนที่เคยมีอิทธิพลทำลายล้างหัวใจของเธอในอดีต บัดนี้กลับตกกระทบลงบนความรู้สึกของรสา ราวกับหยดน้ำที่กลิ้งตกลงบนใบบัว เธอยังคงนิ่ง ไม่สะทกสะท้าน รอยยิ้มบางเบาที่ผุดขึ้นบนเรียวปากสีพีชของเธอกลับยิ่งทำให้ศตายุรู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านอย่างประหลาด "เงินสามปีที่คุณเคยให้เป็นค่าปิดปาก เพื่อแลกกับการที่ฉันต้องเก็บตัวเงียบๆ ในบ้านหลังนี้... ฉันเก็บสะสมไว้ครบทุกบาททุกสตางค์แล้วครับ และบอกไว้ตรงนี้เลยว่า มันมากเกินพอที่จะซื้ออิสรภาพคืนจากคุณ" รสาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ความเย่อหยิ่งที่ถูกบดขยี้มาตลอดการแต่งงานไร้รัก บัดนี้กลับเบ่งบานขึ้นอย่างสง่างาม "ฉันไม่ได้มาเพื่อต่อรอง... แต่ฉันมาเพื่อประกาศจุดจบของเกมที่คุณเป็นคนเริ่ม" ศตายุแค่นหัวเราะในลำคอ เขายืดตัวตรงโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กลิ่นอายบุหรี่จางๆ และน้ำหอมราคาแพงระเหยเข้ากระทบประสาทสัมผัส รัศมีกดดันอันทรงพลังที่เคยใช้สยบคนทั้งบริษัทถูกแผ่ออกมาเต็มที่ "อิสรภาพงั้นหรือ? รสา... เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาต่อรองกับฉัน จำไม่ได้หรือไงว่าวันที่เธอคลานเข้ามาขอร้องให้ฉันแต่งงานด้วย สภาพเธอมันน่าสมเพชแค่ไหน" ศตายุจงใจขุดคุ้ยบาดแผลเก่า ดวงตาคมปลาบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ หวังจะเห็นความเปราะบางที่คุ้นเคย "ไม่มีฉัน... เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงไร้ค่าคนหนึ่งในสังคม" ทว่า... ไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว ไม่มีรอยร้าวรานบนใบหน้านั้น มีเพียงแววตาสมเพชเวทนาที่สะท้อนกลับมา จนรอยยิ้มบนริมฝีปากของชายหนุ่มต้องชะงักค้าง "ใช่ครับ... ฉันเคยโง่เง่า เคยวิ่งไล่คว้าเงาของสามีที่มองไม่เห็นคุณค่า และเคยยอมก้มหัวให้ความเย็นชาของคุณเพราะคำว่า 'ครอบครัว'" รสาผ่อนลมหายใจยาว เหยียดยิ้มเยาะให้กับความโง่เขลาในอดีตของตนเอง "แต่คนเราไม่ได้โง่ไปตลอดชีวิตหรอกนะครับ ศตายุ... สามปีที่คุณปล่อยให้ฉันเคว้งคว้างอยู่ในบ้านหลังใหญ่โตแต่มืดมน สามปีที่คุณเอาแต่กอดอีโก้และความสำเร็จอย่างไร้หัวใจ... มันมากพอที่จะทำให้ฉันเรียนรู้ว่า การไม่มีคุณ... มันมีค่าและมีความสุขกว่าการทนอยู่กับคนที่ไร้หัวใจเป็นไหนๆ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องรับแขกสไตล์โมเดิร์นลักชูรีชั่วขณะ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวราวกับจะขับเน้นความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด ศตายุรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกแน่นอยู่ในลำคอโดยไม่ทราบสาเหตุ หัวใจข้างซ้ายกระตุกวูบอย่างประหลาดเมื่อได้ยินคำว่า 'การไม่มีคุณ... มันมีความสุขกว่า' จากปากของผู้หญิงที่เคยบอกรักเขาแทบขาดใจ "เซ็นชื่อซะ แล้วเราต่างคนต่างไป... คุณจะได้เอาเวลาไปทุ่มเทให้กับการะเกด หรือผู้หญิงคนไหนก็ได้ตามที่คุณต้องการ โดยที่ไม่ต้องมีตัวเกะกะอย่างฉันคอยขวางหูขวางตาอีก" ใบหย่าถูกเลื่อนเข้าไปใกล้ขอบโต๊ะฝั่งเขาอีกนิด รสาไม่รอให้เขาได้เอבวาจาใดโต้แย้ง เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันเจ็บปวด ความรู้สึกอึดอัดที่เคยพันธนาการเธอไว้ตลอดสามปี บัดนี้ถูกสลัดทิ้งราวกับคราบสกปรก เธอกำลังจะก้าวออกไปสู่อิสรภาพ... ออกไปสู่อ้อมกอดของโลกใบใหม่ที่เธอสร้างขึ้นด้วยสองมือของตัวเอง ศตายุจ้องมองปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือสลับกับใบหย่าสีชาด ความรู้สึกวูบโหวงแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอก แวบหนึ่ง... ความคิดบ้าคลั่งบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว เขาน่าจะฉีกมันทิ้งเสียให้สิ้นเรื่อง แล้วกักขังผู้หญิงคนนี้ไว้ในกรงทองแห่งนี้ตลอดไป แต่ทิฐิอันแรงกล้าและอีโก้ที่ค้ำคออยู่กลับรั้งมือเขาไว้ "อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน รสา" เขาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความกรุ่นโกรธ ก่อนจะกระชากปากกาเซ็นชื่อลงไปบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างรุนแรง จนปลายปากกาเกือบทะลุ "ในเมื่อเธออยากไปนัก... ก็ไสหัวออกไปจากชีวิตฉันซะ!" รสาโน้มตัวลงหยิบแผ่นกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพิจารณา ลายเซ็นตวัดหวัดอย่างไม่ใส่ใจปรากฏเด่นชัด... สมบูรณ์แบบ สัญญาณแห่งการสิ้นสุดพันธะทางกฎหมายระหว่างเธอกับเขา รอยยิ้มงดงามแต่เย็นชาจับขั้วหัวใจระบายขึ้นบนเรียวปากของเธอ "ขอบคุณสำหรับความเป็นสุภาพบุรุษครั้งสุดท้ายนะครับ... ศตายุ" เธอหมุนตัวหันหลังเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้ประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรอสังหาฯ นั่งเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับแขกที่กว้างใหญ่จนน่าใจหาย รสชาติความพ่ายแพ้ที่ไม่เคยลิ้มลองมาก่อนกำลังแผ่ซ่านไปทั่วช่องอก พร้อมกับความรู้สึกสูญเสียบางสิ่งบางอย่างที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ... โดยที่เขาไม่มีทางรู้เลยว่า สิ่งที่เขาเพิ่งปล่อยหลุดมือไปในวันนี้ มันไม่ได้มีแค่ตัวเธอเพียงลำพัง... ณ คฤหาสน์หรูอีกฟากหนึ่งของเมือง ด็กชายวัยสี่ปีผู้มีดวงตากลมโตและเค้าโครงใบหน้าถอดแบบมาจากศตายุราวกับพิมพ์เดียวกันกำลังวิ่งวุ่นหัวเราะร่าเริงอยู่ในอ้อมกอดของมารดา "หม่าม้าฮะ... วันนี้คุณตาจะพาไปกินไอศกรีมช็อกโกแลตจริงๆ ใช่ไหมฮะ?" รสาย่อตัวลงสวมกอดร่างเล็กนุ่มนิ่มนั้นแนบแน่น หยดน้ำตาแห่งความปีติเอ่อคลอเบ้าตาคู่สวย เธอจุมพิตลงบนหน้าผากเนียนนุ่มของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ดวงตาทอประกายความรักความอบอุ่นบริสุทธิ์ที่เต็มเปี่ยม "ครับ... คนเก่งของหม่าม้า อยากกินอะไรวันนี้หม่าม้าตามใจทุกอย่างเลยครับ" ทว่า ในขณะที่สองแม่ลูกกำลังโอบกอดกันด้วยความอบอุ่น ณ มุมหนึ่งของสนามบินนานาชาติ เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่เพิ่งลงจอดได้นำพาร่างของชายหนุ่มอีกคนหนึ่งก้าวลงสู่แผ่นดินเดียวกัน... ชายหนุ่มผู้ซึ่งโชคชะตาได้ขีดเส้นให้เขาต้องมาพบกับเด็กชายตัวน้อยที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับตนเองอย่างไม่น่าเชื่อ และความลับที่ถูกปิดตายไว้กำลังจะพังทลายลงในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "วริศร์วิสกี้" ในตอนแรกนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับอดีตสามีที่ลืมทางกลับบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%