หัตถ์โอสถพลิกฟ้า ข้ามกาลเวลามาพิทักษ์ทัพ•ตอนที่ 1

วิญญาณสลับร่างกลางกองเพลิง

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"เหตุใดเจ้าถึงยังไม่ตายเสียที! ราดน้ำมันลงไปอีก! ข้าจะดูว่าสตรีไร้ค่าเช่นเจ้า จะมีปัญญาเอาตัวรอดจากกองเพลิงนี้ได้อย่างไร" เสียงแหลมสูงที่ปนไปด้วยความสมเพชและอำนาจมืดดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทของ 'หลินซูเหยา' กลิ่นควันไฟที่ฉุนกึกจนแสบจมูกแทรกซึมเข้าสู่ปอด ร่างกายของนางรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่โอบล้อมรอบตัว ราวกับถูกพันธนาการอยู่บนเตาหลอมที่ไร้ทางออก สติสัมปชัญญะของศัลยแพทย์มือหนึ่งแห่งยุคปัจจุบันที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดเคสวิกฤตมากว่าสิบสองชั่วโมงกำลังแตกซ่าน นางลืมตาขึ้น… ไม่ใช่เพดานห้องผ่าตัดที่ปราศจากเชื้อโรค แต่เป็นโครงไม้ที่กำลังมอดไหม้และแผ่นไม้คานที่จวนจะร่วงหล่นลงมาทับร่างในชั่วพริบตา "ถังน้ำมัน... เจ้าทำเช่นนี้หมายจะฆ่าคนหรือฆ่าสัตว์กันแน่?" เสียงของนางแหบพร่า ทว่ากลับเยือกเย็นผิดปกติจนหญิงสาวในชุดผ้าไหมราคาแพงที่ยืนถือคบเพลิงอยู่ตรงหน้าชะงักไปครู่หนึ่ง นางคือ 'หลินหว่านเอ๋อร์' น้องสาวต่างมารดาที่ใครต่างรู้ว่ามีใบหน้าดุจเทพธิดา แต่จิตใจนั้นดำมืดประหนึ่งอสรพิษ หลินซูเหยาสูดลมหายใจเข้าลึก แม้ความร้อนจะแผดเผาผิวหนังจนแสบร้อน แต่สัญชาตญาณของการเป็นหมอทำให้รูม่านตาของนางจับจ้องไปที่จุดอ่อนของสภาพแวดล้อมโดยสัญชาตญาณ คานไม้ด้านขวานั่นเปราะบาง... หากถีบเข้าที่จุดรับน้ำหนัก ประตูไม้ที่ขวางกั้นอยู่จะพังลงมาพอดี "เจ้า... เจ้ายังไม่ตาย?" หลินหว่านเอ๋อร์เบิกตากว้าง ความกลัวเริ่มฉายชัดผ่านนัยน์ตาที่พยายามจะอำพราง "เจ้าเป็นเพียงตัวน่ารังเกียจที่ท่านพ่อส่งไปตายที่ชายแดนเพื่อดองงานแต่งกับอ๋องเจิ้นเป่ยผู้โหดเหี้ยม ต่อให้เจ้าไม่ตายในกองเพลิงนี้ พรุ่งนี้เจ้าก็ต้องไปสังเวยชีวิตที่ชายแดนอยู่ดี สู้ตายที่นี่เสียยังจะดีกว่า!" หลินซูเหยาไม่ตอบโต้ด้วยวาจา นางใช้แรงทั้งหมดที่มีพุ่งตัวเข้าใส่คานไม้ที่เริ่มเปราะหัก เสียง 'เปรี้ยง' ดังสนั่นหวั่นไหว โครงหลังคาถล่มลงมาคั่นกลางระหว่างนางกับหลินหว่านเอ๋อร์พอดี ฝุ่นควันตลบอบอวล แต่นางอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างที่ถูกพังออกมาได้สำเร็จ เมื่อร่างตกลงสู่พื้นดินที่เปียกชื้นด้วยน้ำค้างยามดึก หลินซูเหยาแทบสำลักอากาศ นางมองมือของตนเองที่บัดนี้เล็กลีบและเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน ไม่ใช่ฝ่ามือของศัลยแพทย์ที่คุ้นเคยอีกต่อไป ความทรงจำที่แปลกปลอมถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นกระทบฝั่ง... นางทะลุมิติมาอยู่ในร่างของบุตรีที่ไม่ได้รับความรักแห่งตระกูลหลิน ผู้ถูกจัดฉากให้ตายเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับ 'มู่หรงเฟย' แม่ทัพผู้ขึ้นชื่อเรื่องความอำมหิต "คิดจะฆ่าข้าเพื่อหนีการแต่งงานงั้นหรือ?" ซูเหยาแค่นยิ้ม มุมปากขยับเป็นเส้นตรงที่ดูเยือกเย็น "ในเมื่อข้ามายึดร่างนี้แล้ว การตลบหลังพวกเจ้าก็ถือเป็นของขวัญต้อนรับการเกิดใหม่ก็แล้วกัน" นางลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นอย่างใจเย็น สายตากวาดมองไปรอบเรือนหลังที่เงียบเชียบ ทว่าทันใดนั้นเอง สัมผัสถึงไอสังหารที่แผ่ซ่านมาจากเงามืดด้านหลังทำให้นางต้องหยุดชะงัก ลมหายใจที่แผ่วเบาทว่าหนักแน่นดุจขุนพลทำให้ขนอ่อนที่ต้นคอของนางลุกชัน "เจ้าไม่ใช่สตรีที่ข้าควรจะได้แต่งงานด้วยในวันพรุ่งนี้... เจ้าเป็นใครกันแน่?" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบประดุจน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดดำสนิทที่กลมกลืนไปกับความมืดมิด ใบหน้าของเขาคมคายดุจรูปสลัก ทว่านัยน์ตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความปรานี ดาบยาวในมือของเขาถูกดึงออกจากฝักเพียงเล็กน้อยจนเกิดเสียง 'เคร้ง' ที่บาดลึกเข้าไปถึงกระดูก หลินซูเหยาสงบนิ่ง นางหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับบุรุษผู้นั้น แม้ความตายจะจ่ออยู่ที่คอหอย แต่สายตาของนางกลับจ้องมองเขาด้วยความพินิจพิเคราะห์เยี่ยงหมอที่มองคนไข้เคสยาก "หากท่านคืออ๋องเจิ้นเป่ยที่ใครต่างร่ำลือว่าโหดเหี้ยม... ข้าคงต้องขอบอกว่าท่านมาถึงเรือนหลังที่กำลังมอดไหม้นี่ได้จังหวะเวลาที่เหมาะเจาะยิ่งนัก ท่านอ๋อง" มู่หรงเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่เคยพบสตรีใดที่เผชิญหน้ากับเขาโดยไม่คุกเข่าตัวสั่นงันงก นางไม่เพียงไม่กลัว แต่ยังสำรวจเขาด้วยสายตาที่วิเคราะห์เจาะลึกราวกับเขากลายเป็นเพียงเครื่องมือทางการแพทย์ชิ้นหนึ่งเท่านั้น ขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบขาดสะบั้น เสียงฝีเท้าขององครักษ์นับสิบก็ดังแว่วเข้ามาใกล้ พร้อมกับแสงคบเพลิงที่สว่างจ้าไปทั่วบริเวณ หนึ่งในนั้นคือหัวหน้าองครักษ์ที่ถือม้วนกระดาษสีเหลืองทองอร่ามในมือท่าทางเร่งร้อน "ท่านอ๋อง! พระราชโองการลับจากเมืองหลวง... ฮ่องเต้มีรับสั่งให้ส่งตัวว่าที่พระชายาเข้าสู่พิธีสมรสก่อนกำหนดการภายในคืนนี้ มิฉะนั้นตระกูลหลินจะมีโทษฐานกบฏทันที!" หลินซูเหยาหันกลับไปมองม้วนกระดาษนั้น ก่อนจะเบนสายตากลับมาที่ดวงตาคู่คมของบุรุษตรงหน้า นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือหมากกระดานแรกที่ถูกวางไว้เพื่อบีบให้ทั้งนางและเขาต้องเดินตาม มู่หรงเฟยยกยิ้มที่มุมปาก ทว่าดวงตายังคงความเย็นชาดุจเดิม เขาเก็บดาบเข้าฝักอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดตัวนางจนได้กลิ่นไอสังหารที่เจือไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณา "ดูเหมือนว่า... คืนนี้พวกเราคงมีเรื่องต้องคุยกันยาวทีเดียว พระชายาข้า" เขาไม่ได้รอคำตอบ มือหนาคว้าข้อมือของนางไว้แน่นแล้วดึงให้ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไร้ความปรานี ทิ้งให้เรือนหลังที่กำลังมอดไหม้อยู่เบื้องหลังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของพายุที่กำลังจะถาโถมเข้าสู่ชีวิตใหม่ของนางอย่างไม่มีวันหวนกลับ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในมิติแห่งการชิงไหวชิงพริบไปกับเฉินเว่ยสายลุยนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์โอสถพลิกฟ้า ข้ามกาลเวลามาพิทักษ์ทัพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%