เสียงปากกาหมึกซึมราคาแพงที่ลากเส้นเซ็นชื่อลงบนกระดาษแผ่นสุดท้าย ดังบาดลึกราวกับเสียงกรีดเฉือนเนื้อเยื่อในความเงียบอันน่าอึดอัดของห้องทำงานโอ่อ่า สไตล์นีโอคลาสสิก ภายในคฤหาสน์ตระกูลมหัทธนพงศ์—ตระกูลมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลลำดับต้นๆ ของประเทศที่แผ่ขยายอาณาจักรธุรกิจครอบคลุมทั้งอสังหาริมทรัพย์และพลังงาน
ลินินวางปากกาลงช้าๆ
ปลายนิ้วเรียวสวยที่เคยสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับสามี บัดนี้กลับมั่นคงและเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตากลมโตที่เคยซ่อนความเจ็บปวดและคราบน้ำตาไว้เบื้องหลัง ปัจจุบันกลับว่างเปล่า ไร้ซึ่งประกายความคาดหวังใดๆ หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
บนโต๊ะทำงานไม้สักทองเนื้อดี เอกสารใบหย่าที่ผ่านการร่างและตกลงเงื่อนไขอย่างไร้เยื่อใยถูกดันออกไปหยุดตรงหน้าชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของอาณาจักรนี้
ธามัน นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวนรูปสลักของเทพบุตรกรีกฉาบไว้ด้วยความเย็นชาและอีโก้ที่สูงลิ่ว นัยน์ตาสีสนิมคู่นั้นกวาดมองเอกสารแผ่นนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับอดีตภรรยาด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะกระดุกกระดิกนิ้วหยิบมันขึ้นมาดูรายละเอียด เพราะสำหรับเขาแล้ว... ผู้หญิงที่เดินเข้ามาในชีวิตเขาด้วยสถานะ 'ภรรยาไร้ค่า' ที่แม่ของเขาหามาให้เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ก็เป็นได้แค่หมากตัวหนึ่งที่หมดประโยชน์ และสมควรถูกเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้
"คิดดีแล้วใช่ไหม ลินิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับกำลังพูดคุยถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ มากกว่าเรื่องการสิ้นสุดชีวิตคู่ "เธอคงรู้ตัวสินะ ว่าต่อให้ดึงดันอยู่ไป ก็ไม่มีค่าอะไรมากไปกว่าการเป็นเงาไร้ตัวตนในบ้านหลังนี้"
"ค่ะ ดิฉันคิดดีแล้ว" ลินินตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ไม่มีแม้แต่ร่องรอยความสั่นเครือ "และดิฉันเชื่อว่า คุณธามันเองก็คงรอเวลานี้มานานแล้วเหมือนกัน... เวลาที่คุณจะได้ลบชื่อของดิฉันออกจากทะเบียนบ้านและพินัยกรรมของตระกูลคุณอย่างหมดจด"
ธามันแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ความเย่อหยิ่งทำให้เขาไม่เคยคิดจะมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น ว่ามันได้แปรเปลี่ยนจากความรักความภักดี กลายเป็นความว่างเปล่าที่น่ากลัวเพียงใด สามปีที่ผ่านมา เขากักขังเธอไว้ในกรงทอง ปฏิบัติราวกับเธอเป็นเพียงเครื่องประดับราคาแพงที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียง การนอกใจ การหยามเกียรติ และคำพูดเชือดเฉือนนับครั้งไม่ถ้วน ถูกประทานให้อย่างใจร้าย
แต่เขากลับลืมไปว่า... ไฟที่เผาผลาญจนมอดไหม้ หากไม่ดับให้สนิท มันก็พร้อมจะลุกโชนขึ้นมาใหม่ในรูปแบบของเถ้าถ่านที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
"ในเมื่อรู้ตัวดี ก็ดีแล้วนี่" ธามันยักไหล่เบาๆ ท่าทีสบายๆ นั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนคนมองอยากจะหัวเราะใส่หน้า "ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของเธอ ให้คนงานทยอยเก็บออกไปซะ อย่าให้เหลืออะไรไว้รกหูรกตาฉันอีก และเรื่องเงินชดเชย... เลขาของฉันจะจัดการโอนให้ตามตัวเลขที่เธอนั่นแหละเป็นคนร้องขอ... หวังว่าจะพอใจและไม่กลับมาเรียกร้องอะไรอีกนะ"
"เงินก้อนนั้น... ดิฉันขอคืนให้คุณทั้งหมดค่ะ"
ลินินเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของธามันกระตุกวูบไปชั่วขณะโดยไร้สาเหตุ มันไม่ใช่รอยยิ้มประจบสอพลอแบบที่เขาคุ้นเคย แต่เป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่างที่เขาแปลไม่ออก
"เธอหมายความว่ายังไง?" ธามันหรี่ตาลงเล็กน้อย ความไม่พอใจก่อตัวขึ้นในอกเมื่อเห็นว่าเธอปฏิเสธเงินที่เขายื่นให้ราวกับมันเป็นแค่เศษกระดาษ
"ดิฉันไม่ต้องการเงินกสิกรตระกูลมหัทธนพงศ์แม้แต่แดงเดียวค่ะ สิ่งที่ดิฉันต้องการ... ได้มาอยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว" ลินินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทเข้ารูปสีดำสนิทให้เรียบกริบ ท่าทีองอาจและเด็ดเดี่ยวในวินาทีนี้ ทำให้เธอดูสง่างามราวกับราชสีห์สาวที่ก้าวออกมาจากเงาของเหยื่อ "ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาสามปีที่ผ่านมานะคะ คุณธามัน... มันทำให้ดิฉันตาสว่างว่า 'ความรัก' เป็นเรื่องไร้สาระที่สุดในโลกธุรกิจ และต่อจากนี้ไป... ชื่อของ 'ลินิน' จะกลับมาทวงคืนทุกอย่างที่เคยถูกเหยียบย่ำอย่างสาสม"
พูดจบ หญิงสาวก็หันหลังให้เขาโดยไม่รอฟังคำตอบใดๆ อีก ฝีเท้าที่มั่นคงก้าวเดินออกไปจากห้องทำงานนั้นทีละก้าว ทิ้งให้ธามันนั่งนิ่งงำอยู่ลำพัง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นริ้วขึ้นมาในอก ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล มือหนาเอื้อมไปหยิบเอกสารใบหย่าแผ่นนั้นขึ้นมาพลิกดูด้วยความไม่สบอารมณ์
ทว่า... สายตาคมกริบกลับไปสะดุดเข้ากับข้อความเพิ่มเติมที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่ทรงพลังตรงมุมล่างสุดของกระดาษ ซึ่งถูกแนบมาพร้อมกับเอกสารอีกชุดที่เขาเพิ่งสังเกตเห็น
*...และหวังว่าคุณจะไม่ตกใจจนเกินไป หากวันหนึ่งข้างหน้า หุ้นใหญ่ 40% ที่คุณถือครองอยู่ จะตกไปอยู่ในมือของคนอื่น...*
ธามันหน้าถอดสี ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน เขากระชากเอกสารแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านซ้ำไปซ้ำมา หัวใจเริ่มเต้นกระหน่ำด้วยความสังหรณ์ใจที่แปลกประหลาด ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกเปิดผางเข้ามาอย่างแรงโดยเลขาคนสนิทที่มีสีหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย
"คุณธามันครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เลขาหนุ่มละล่ำละลักพูดแทบไม่เป็นภาษา "บริษัทคู่แข่งรายใหญ่... คนที่เราประเมินต่ำมาตลอด... เพิ่งกว้านซื้อหุ้นล็อตใหญ่ของเราไปจนหมดเกลี้ยง และตอนนี้... ผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ที่ถือสิทธิ์ขาดเหนือบริษัทเรา... กำลังเดินทางมาที่นี่เพื่อประกาศยึดบอร์ดบริหารครับ!"
ธามันผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นัยน์ตาสีสนิมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ใครกัน? ใครคือคนที่กล้าอาจหาญเข้ามาท้าทายอำนาจของตระกูลมหัทธนพงศ์ถึงถิ่น?
ทว่า ในวินาทีที่ประตูลิฟต์ส่วนตัวหน้าห้องทำงานเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดสูทแบรนด์เนมระดับโลกที่คุ้นตา แววตาคมกริบของอดีตภรรยาผู้ไร้ค่าในอดีต กลับจ้องมองตรงมาที่เขาด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ... และข้างกายเธอกลับมี 'ศรุต' ศัตรูตัวฉกาจที่สุดในโลกธุรกิจของเขายืนยันเคียงข้างอย่างสนิทสนม!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เกมแก้แค้นอันเร่าร้อนและเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลบชื่อ•ตอนที่ 1
รอยร้าวในคฤหาสน์ทองคำ
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับอดีตภรรยาที่เขาสั่งลบชื่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
