นิติเวชหน้าตายกับทนายความไร้เงา•ตอนที่ 9

คำเตือนจากเงามืด

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นฟอร์มาลีนจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ในห้องชันสูตรพลิกศพยามวิกาล ไม่ได้น่าสะพรึงกลัวเท่าความเงียบงันที่ผิดปกติ ในยามนี้ ดร.อคินกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะสเตนเลสสตีล แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนลงบนเครื่องมือผ่าตัดที่เรียงรายเป็นระเบียบ ทว่าสมาธิของแพทย์นิติเวชหนุ่มกลับถูกรบกวนด้วยบางสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังบานกระจกฝ้า นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือยางหยุดชะงักจากการบันทึกข้อมูลศพปริศนาคดีล่าสุด เขาสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของแรงดันอากาศภายในห้อง ปลายประสาทรับรู้เตือนภัยล่วงหน้าบอกเขาว่า เขากำลังไม่ได้อยู่ตามลำพัง แกร็ก... เสียงล็อกกลอนประตูด้านนอกดังขึ้นเบาเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะสังเกตได้ แต่อคินคุ้นชินกับความเงียบของสถานที่แห่งนี้ดี เขาวางเครื่องมือลงช้าๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับความมืดมิดบริเวณทางเดินสลัว ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีเงาทอดตัว ทว่าบนจอคอมพิวเตอร์ที่เคยแสดงผลภาพเอ็กซ์เรย์กระดูกของศพ กลับถูกแทนที่ด้วยข้อความตัวอักษรสีแดงฉานพิมพ์ขึ้นทีละตัวอย่างช้าๆ *‘ความลับของคนตาย ถ้ารู้มากเกินไป... คนเป็นจะต้องลงไปนอนแทนที่’* ดวงตาสีเข้มของอคินหรี่ลงเล็กน้อย แววตาของแพทย์นิติเวชผู้ผ่านคดีฆาตกรรมสยดสยองมานับไม่ถ้วนไม่ได้ไหววาระตามคำขู่ไร้หน้าตา เขายังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน ความเย็นชาและตรรกะอันแม่นยำทำหน้าที่เกราะป้องกันความกลัวได้อย่างชะงัดนัก สำหรับเขาแล้ว... การตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด แต่การตายโดยปราศจากความจริงต่างหากคือสิ่งที่เขาเกลียดชัง “เล่นตื้นๆ แบบนี้ เกรงว่าจะดูถูกห้องชันสูตรของฉันเกินไปหน่อยนะคะ” อคินเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงเรียบเรื่อยติดจะเย้ยหยันเล็กน้อยสะท้อนก้องไปทั่วห้อง “ระวังความตายจะมาเคาะประตูบ้านเร็วกว่ากำหนดนะคะ ดร.อคิน” เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นใกล้ใบหู ทั้งที่รอบกายไม่มีใครอยู่เลย มันเป็นเสียงที่ดัดแปลงผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางชนิด แต่แฝงไว้ด้วยจิตวิทยาเชิงข่มขู่ที่คำนวณมาอย่างดี ไฟนีออนบนเพดานกะพริบไหวสามครั้งก่อนจะดับลง เหลือเพียงแสงสีส้มสลัวจากหลอดไฟฉุกเฉินที่สาดส่องลงมา ทอดเงายาวน่าขนลุก ในวินาทีที่ความมืดคืบคลานเข้ามา ประตูห้องเก็บศพด้านหลังก็เปิดผางออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มเข้ารูป เรย์ก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังเดินอยู่ในงานเลี้ยงค็อกเทล มากกว่าจะ0เป็นสถานที่เก็บศพยามตีสอง ทนายความหนุ่มปรายตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงปรากฏข้อความขู่ฆ่าค้างอยู่ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเย้ายวนแต่แฝงความอันตราย “ดูเหมือนว่าคุณหมอคนเก่งกำลังมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนสินะคะ ถึงได้ทำหน้าเคร่งเครียดเสียจนน่าเป็นห่วงเช่นนี้” เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ทว่าแฝงความเย้าหยวนที่ทำให้อากาศรอบตัวอคินร้อนขึ้นอย่างประหลาด อคินหันกลับมามองผู้มาใหม่ แววตาสีเทาเข้มสะท้อนภาพของทนายความหนุ่มผู้มีกลิ่นอายลึกลับ เขาถอดถุงมือยางออกทีละข้างอย่างใจเย็น “คุณเข้ามาในเขตกักกันนี้ได้อย่างไรโดยไม่ผ่านระบบรักษาความปลอดภัย... หรือว่าคุณคือคนที่อยู่เบื้องหลังข้อความพวกนี้กันแน่ คุณเรย์” เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนเกือบจะสัมผัสกับกลิ่นสะอาดผสมผสานกับกลิ่นฟอร์มาลีนจางๆ บนตัวของแพทย์หนุ่ม “คุณคิดว่าผมว่างงานขนาดนั้นเชียวหรือคะ ดร.อคิน? การมาเยี่ยมเยียนคุณยามวิกาลเช่นนี้... ฉันแค่มารับฟังเสียงเตือนของโชคชะตาแทนคุณต่างหาก” มือเรียวของทนายความเอื้อมไปแตะที่ขอบจอคอมพิวเตอร์เบาๆ ปลายนิ้วปัดผ่านตัวอักษรสีแดงฉานนั้น ก่อนจะหันมาสบตากับอคินตรงๆ นัยน์ตาคู่คมมีความหมายล้ำลึกที่ยากจะคาดเดา “กลุ่มคนที่คุณกำลังขุดคุ้ยประวัติ พวกเขาไม่ได้เล่นตามกฎหมายเหมือนที่ฉันทำนะคะ ดร.อคิน พวกเขาบูชาความมืด และทุกคดีที่คุณพยายามหาความจริง... มันคือการไปแตะต้อง ‘แท่นบูชา’ ที่พวกเขาปกป้องด้วยชีวิต” เรย์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ “ถ้าคุณยังไม่หยุด... ศพต่อไปบนโต๊ะนี้ อาจจะไม่ใช่ใครอื่น... แต่อาจจะเป็นตัวคุณเอง” อคินไม่ถอยหลังหนี เขากลับขยับเข้าไปใกล้ขึ้นจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ทั้งสองสบตากันในระยะประชิด อุดมการณ์ที่แตกต่างและการปะทะกันทางความคิดสร้างประกายไฟจางๆ ในอากาศ ความเยือกเย็นของนิติเวชปะทะกับความเจ้าเล่ห์อันตรายของทนายความ “ถ้าฉันหยุด... แล้วใครจะทวงความยุติธรรมให้คนที่ตายไปแล้วล่ะคะ?” อคินถามกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าดวงตาสั่นไหวด้วยปมในอดีตที่ฝังรากลึก “คุณคิดว่าความกลัวจะทำให้ฉันถอยหลังอย่างนั้นหรือคะ คุณเรย์?” เรย์มองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น ชั่วขณะหนึ่ง... ความอ่อนโยนบางเบาฉายชัดขึ้นในแววตาทนายความหนุ่ม ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เช่นเดิม “คุณนี่มันดื้อรั้นเสียจริงนะคะ ดร.อคิน... ความดื้อรั้นที่น่าหลงใหลเสียจนฉันชักจะอยากปกป้องคุณขึ้นมาจริงๆ แล้วสิคะ” ก่อนที่อคินจะได้ตอบโต้สิ่งใด เสียงสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ระดับฉุกเฉินก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟสีแดงสลับขาวกะพริบรัวระรัวทั่วตึกนิติเวช พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังวิ่งกรูเข้ามาตามทางเดินด้านนอก มุ่งตรงมายังห้องชันสูตรแห่งนี้ เรย์ผละตัวออกห่างอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มปริศนาปรากฏบนใบหน้าคมคาย “ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่รอให้คุณตัดสินใจแล้วนะคะ ดร.อคิน... ทางเลือกของคุณเหลือเพียงแค่ก้าวลงสู่หลุมพราง หรือจะยอมให้ฉันจูงมือคุณเดินออกไปในความมืดด้วยกัน” อคินหันไปมองประตูห้องที่เริ่มมีเงาคนยืนออกันอยู่ด้านนอก ทว่าในจังหวะที่เขาหันกลับมาจะคาดคั้นทนายความหนุ่ม ร่างของเรย์กลับหายไปจากตรงนั้นอย่างไร้ร่องรอย ราวกับเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ตั้งแต่แรก มีเพียงกระดาษโน้ตสีดำสนิทแผ่นหนึ่งตกอยู่บนโต๊ะทำงาน อคินหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยมืออันมั่นคง แสงไฟฉุกเฉินสีแดงสาดส่องลงบนลายมือหวัดแต่สง่างามที่เขียนไว้ด้วยหมึกสีเงินวาววับ *‘อย่าเชื่อใจใคร แม้กระทั่งเงาของตัวเอง... คืนนี้ เที่ยงคืนตรง เจอกันที่สุสานโบราณหลังวัดป่าละอู’* และเมื่อเขาพลิกกระดาษกลับด้าน... ภาพถ่ายใบเล็กของครอบครัวเขาที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ปริศนาเมื่อสิบปีก่อน ก็ปรากฏอยู่เบื้องสายตา พร้อมรอยเปื้อนหมึกสีแดงสดที่หยดลงมาเสมือนหยาดเลือดจริงๆ! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — **เงาจันทราลี้ลับ**
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหน้าตายกับทนายความไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%