เซฟโซนของคนปากร้ายคือคุณคนเดียว•ตอนที่ 1

แบบร่างที่ถูกปฏิเสธ

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กกระทบพื้นโต๊ะกระจกใส ดังสะท้อนก้องห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่บนตึกระฟ้าใจกลางเมืองราวกับเสียงประกาศิตจากศาลเตี้ย “นี่เหรอครับผลงานของสถาปนิกที่บริษัทเราจ้างมาด้วยเรตราคาแปดหลัก?” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยกระแสความเยียบเย็นและเหยียดหยามดังขึ้นทันที ธามไทนั่งไขว่ห้างอยู่หลังเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองแบบร่างสามมิติบนจอโปรเจกเตอร์ด้วยความรู้สึกเวทนาเสียเต็มประดา นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าสร้างแรงกดดันให้ทุกคนในห้องหายใจไม่ทั่วท้อง พิมพ์มาดายืนนิ่งอยู่หน้าห้องประชุม มือเรียวที่กำแท็บเล็ตในมือแน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาว เธอกลืนก้อนความโกรธลงคออย่างยากลำบาก แต่รอยยิ้มมุมปากกลับแย้มขึ้นนิดๆ เป็นการท้าทายตามสัญชาตญาณของคนที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร “ถ้าคุณธามไทใช้ตาดูอย่างพินิจพิเคราะห์ ไม่ใช่แค่มองหาข้อติเพื่อสนองอีโก้ตัวเอง คุณก็จะเห็นว่าแบบร่างนี้ตอบโจทย์พื้นที่ใช้สอยและการหมุนเวียนอากาศได้ดีที่สุดครับ… อ้อ ขอโทษทีค่ะ พอดีฉันลืมไปว่าบางคนอาจจะถนัดงานเอกสารมากกว่างานดีไซน์เชิงสถาปัตยกรรม” คำพูดจิกกัดเบาๆ แต่เจ็บแสบถึงทรวงทำให้บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบลงทันที บรรดาผู้ช่วยและทีมงานต่างพากันกลืนน้ำลายเอื๊อก ไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำกับซีอีโอหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและปากจัดคนนี้ในระยะประชิดแบบนี้มาก่อน ธามไทแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมดุหรี่ลงเล็กน้อย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทตัด Tailor-made เดินสาวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวทีละก้าวอย่างคุกคาม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับความดุดันแผ่ซ่านจนพิมพ์มาดาต้องแอบสูดหายใจลึกเพื่อตั้งสติ แม้ปากจะเก่งแค่ไหน แต่การถูกผู้ชายตัวโตระดับหกฟุตเดินเข้ามาประชิดตัวในระยะประตูกั้น มันก็สร้างแรงสั่น “ปากเก่งดีนี่ครับ คุณพิมพ์มาดา” ธามไทก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำกระชากใจแต่เย็นเยียบจนขนลุก “แต่ความมั่นใจอย่างไร้รอยต่อแบบนี้ มันช่วยกลบความห่วยแตกของงานไม่ได้หรอกนะ แบบร่างบิดเบี้ยวไร้รสนิยมแบบนี้ ต่อให้เอาไปถมที่หบดตัวอาคาร คนเดินดินเขายังเวทนาเลย” “ถ้างานของฉันมันห่วยแตกจนคุณทนดูไม่ได้ ทำไมคุณถึงไม่อนุมัติให้ฉันถอนตัวแล้วไปจ้างบริษัทอื่นล่ะคะคุณธามไท!” พิมพ์มาดาหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความโมโห เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย “หรือว่า... คุณกลัวว่าถ้าไม่มีฉันมาคอยเถียงด้วยแล้ว บริษัทคุณจะขาดสีสันจนเหงาตายกันพอดี” คำพูดสวนกลับแบบหมัดฮุกนั้นทำเอาธามไทชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างคาดไม่ถึง เขามองสำรวจใบเนียนใสที่เชิดรั้นด้วยความถือดี ร่องรอยความโกรธเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกประหลาดลึกในอกที่เขาไม่ยอมรับกับตัวเอง—ความรู้สึกที่ว่าผู้หญิงคนนี้ช่างน่ารำคาญ... แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าน่ามองฉิบหาย “หลงตัวเองเกินไปแล้วครับ คุณสถาปนิก” ธามไทกัดฟันกรอด พยายามดึงมาดขรึมและภาพลักษณ์ซีอีโอผู้เย็นชาของตัวเองกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว “ผมไม่ได้ว่างพอจะมาหาเพื่อนเล่น ผมจ้างคุณมาทำงาน และผลงานที่คุณเอามานำเสนอวันนี้... ตกต่ำกว่ามาตรฐานที่ผมตั้งไว้ลิบลับ กลับไปแก้มาใหม่ เอาให้มันดูเหมือนงานของมืออาชีพ ไม่ใช่โปรเจกต์เด็กอนุบาลหัดวาดรูป แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยเอามาเสนอผมใหม่” “ฉันไม่ใช่ลูกน้องคุณนะธามไท ที่จะมาสั่งให้แก้โน่นแก้นี่ตามอารมณ์ชั่ววูบของคุณ!” พิมพ์มาดายกมือขึ้นกอดอก จ้องหน้าเขาเขม็ง “โปรเจกต์นี้เราตกลงกันไว้ชัดเจนใน TOR ว่าการแก้ไขแบบมีโควต้าจำกัด แต่นี่คุณติโดยไม่มีเหตุผลทางวิศวกรรมมารองรับเลยสักข้อเดียว แบบนี้เรียกว่าใช้อำนาจโดยมิชอบค่ะ!” “ผมคือนายทุน และผมคือคนจ่ายเงิน คุณมีหน้าที่ทำตามคำสั่ง ไม่ใช่มานั่งเถียงฉอดๆ เหมือนเด็กโดนขัดใจ” ธามไทก้าวเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีอากาศแทรกผ่าน หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่ระอุขึ้นท่ามกลางสงครามประสาทครั้งนี้ “งั้นก็เชิญฉีกสัญญาแล้วไปหาคนอื่นเถอะค่ะ ฉันไม่ทำ!” พิมพ์มาดาตวัดเสียงใส่ด้วยความอารมณ์ขึ้น เธอหันหลังเตรียมคว้าแท็บเล็ตและแฟ้มงานบนโต๊ะเพื่อเดินสะบัดก้นออกจากห้องประชุมให้รู้แล้วรู้รอด ทว่า— “เดี๋ยวก่อนครับ” มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อศอกเรียวของเธอไว้แน่น ออกแรงดึงเพียงเบาๆ ร่างบางก็เซถลาเข้าปะทะกับแผงอกกว้างของชายหนุ่มโดยไม่ทันตั้งตัว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนระอุ ธามไทก้มมองหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนโดยสัญชาตญาณ แววตาที่เคยมองด้วยความหงุดหงิดแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำบางอย่างที่อ่านไม่ออก พิมพ์มาดาเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำรัวยิ่งกว่ากลองชุดเมื่อใบหน้าคมคายของซีอีโอหนุ่มโน้มลงมาใกล้จนริมฝีปากอยู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น กลายเป็นความตื่นตระหนกและวูบวาบในท้องอย่างประหลาด “ปล่อยนะคะ...” เธอพยายามดึงแขนออก เสียงที่เคยแข็งกร้าวเริ่มสั่นพร่าเล็กน้อย ธามไทไม่ยอมปล่อย เขายิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาเมื่อครู่ด้วยประกายตาดุดันปนความคลั่งรักที่ซ่อนเร้นไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา “ถ้าคุณก้าวออกจากประตูห้องนี้ไปแม้แต่ก้าวเดียว... พิมพ์มาดา...” ธามไทกระซิบชิดริมฝีปากเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าหวานจนคนฟังแทบละลาย “ผมจะถือว่าคุณยอมรับข้อเสนอ ‘พิเศษ’ ของผม... และคืนนี้เราจะได้รู้กันว่า ปากเก่งๆ ของคุณ จะยังเถียงผมได้อีกนานแค่ไหน” ยังไม่ทันที่พิมพ์มาดาจะได้อ้าปากด่ากลับ ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลเปิดผวะเข้ามาอย่างแรง พร้อมกับเสียงหวานใสของบุคคลที่สามที่ดังแทรกบรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที “พี่ธามขา! นุ่นมารับไปทานมื้อเที่ยง... เอ๊ะ! นี่เรากำลังประชุมกันอยู่เหรอคะเนี่ย?” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากความแซ่บไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือคุณคนเดียว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%