รสชาติของยาพิษ ‘มัจจุราชไร้สี’ ในวาระสุดท้ายนั้นช่างขมปร่าและเย็นเยียบเสียยิ่งกว่าน้ำค้างบนยอดเขาในคืนเหมันต์ หลินเฟยหรานยังจดจำความรู้สึกยามที่โลหิตสีดำคล้ำไหลทะลักออกจากมุมปาก และเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของสตรีที่นางเคยเรียกว่า ‘น้องสาว’ ได้ดั่งเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่
ทว่า... ความเงียบงันที่ติดตามมากลับมิใช่ความว่างเปล่าของนรกภูมิ
กลิ่นกำยานหอมอวลที่คุ้นเคย กลิ่นดอกโบตั๋นในแจกันกระเบื้องเคลือบสีคราม รวมถึงเสียงซุบซิบของนางกำนัลที่อยู่นอกม่านมุ้ง ทั้งหมดนี้ช่างแจ่มชัดจนน่าประหลาดใจ นางลืมตาขึ้น พบว่าตนเองกำลังนั่งอยู่บนเตียงไม้จันทน์หอมที่ปูด้วยผ้าแพรต่วนสีแดงชาดปักลวดลายหงส์ทองคู่มังกรอันวิจิตรบรรจง
“ฮองเฮาเพคะ... อีกหนึ่งเค่อ ขบวนเสด็จจะมาถึงหน้าตำหนักแล้ว หากไม่รีบแต่งแต้มชาดบนริมฝีปาก เกรงว่าจะไม่ทันฤกษ์มงคลนะเพคะ”
เสียงนั้น... เสียงของจูเอ๋อร์ นางกำนัลผู้ทรยศที่หยิบยื่นความตายให้นางในชาติก่อน
หลินเฟยหรานก้มลงมองมือเรียวงามที่ปราศจากรอยเหี่ยวย่นของสตรีวัยร่วงโรย นางไม่ได้อยู่ในห้องขังที่เต็มไปด้วยกลิ่นสาบและหยากไย่ แต่กำลังสวมชุดฉลองพระองค์ชั้นในสีแดงเพลิง ในวันอภิเษกสมรสที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมนองเลือดเมื่อสิบปีก่อน
หมากกระดานนี้... สวรรค์ยังเมตตาให้นางกลับมาเดินใหม่งั้นหรือ?
“จูเอ๋อร์” หลินเฟยหรานเอ่ยเรียก น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นไหว หากในดวงตาคู่สวยกลับมีความเย็นชาประหนึ่งน้ำแข็งหมื่นปีที่ยากจะละลาย
“เพคะ นายหญิง?” จูเอ๋อร์ขานรับพลางก้มหน้าลงต่ำ ไม่กล้าสบตาผู้เป็นนายที่บัดนี้กลับให้ความรู้สึกกดดันอย่างประหลาด
หลินเฟยหรานยื่นมือออกไป ปลายนิ้วแตะลงบนถาดเครื่องประดับที่วางอยู่ข้างกาย นางหยิบปิ่นปักผมทองคำรูปหงส์คาบไข่มุกขึ้นมาพินิจ ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ ที่ทำเอาหัวใจคนมองสั่นสะท้าน “เจ้าจำได้หรือไม่ ว่าข้าเกลียดชังสิ่งใดที่สุด?”
จูเอ๋อร์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “บ่าว... บ่าวไม่ทราบเพคะ”
“เจ้าไม่ทราบ... หรือเจ้าจงใจทำให้ข้าลืม?” หลินเฟยหรานลุกขึ้นยืนช้าๆ ความเจ็บปวดจากการถูกกรอกยาพิษในชาติก่อนราวกับเป็นเพียงภาพลวงตา แต่ความเคียดแค้นนั้นกลับฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณ นางก้าวเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้ากระจกทองสัมฤทธิ์ เห็นใบหน้าเยาว์วัยที่งดงามราวกับเทพธิดา แต่แววตานั้นกลับผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนทะลุปรุโปร่ง
ในชาติก่อน นางคือหมากที่เดินตามกระดานที่ผู้อื่นขีดเขียนไว้ จนต้องสังเวยชีวิตและวงศ์ตระกูลหลินให้แก่บัลลังก์มังกร แต่ในครานี้ นางจะเป็นผู้ถือหมากตัวนั้นไว้เอง
“จัดสำรับอาหารเช้าให้ข้า” หลินเฟยหรานสั่งเสียงเรียบ “ข้าต้องการซุปโสมตุ๋นรังนก และ... อย่าได้ลืม ‘น้ำผึ้ง’ ที่เจ้าเคยบอกว่าข้าแพ้เด็ดขาด”
จูเอ๋อร์ตัวสั่นระริก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือด “น้ำผึ้งหรือเพคะ? แต่นายหญิง... พระองค์เคยตรัสว่าหากเสวยเข้าไปจะทำให้...”
“ทำให้หายใจไม่ออกและผิวพรรณหมองคล้ำจนเสียโฉมใช่หรือไม่?” หลินเฟยหรานแค่นหัวเราะในลำคอ นางก้าวเข้าไปใกล้จนจูเอ๋อร์สัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวนาง “ในเมื่อวันอภิเษกเป็นวันมงคล ก็ควรมีสิ่งที่ทำให้ข้าจดจำได้มิใช่หรือ? ไปนำมาเดี๋ยวนี้”
เมื่อนางกำนัลตัวดีรีบถอยกรูออกไปจากห้อง หลินเฟยหรานจึงทรุดตัวลงนั่งหน้ากระจกอีกครั้ง นางไม่ได้ต้องการทำร้ายตนเอง แต่นางต้องการดูว่า ‘มดปลวก’ ที่ซ่อนตัวอยู่ในวังหลังแห่งนี้ จะทนได้นานเท่าใดเมื่อเห็นนางเริ่มขยับตัวด้วยวิธีที่ไม่มีใครคาดคิด
พลันนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงประกาศก้องของขันที
“อ๋องเฉินเซียว เสด็จ!”
บุรุษร่างสูงสง่าในชุดแม่ทัพสีนิลก้าวเข้ามา กลิ่นอายของสนามรบและไอเย็นของหิมะปะทะเข้ากับความอบอุ่นของห้องหอ เขาคือ ‘เฉินเซียว’ ชายผู้ที่ในชาติก่อนเขาคือศัตรูทางการเมืองที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดของนาง แต่ในยามที่นางสิ้นไร้หนทาง กลับเป็นเขาที่หยิบยื่นดาบมาให้ในวาระสุดท้าย... เพื่อให้เขาเป็นคนสังหารนางด้วยมือตนเอง
เฉินเซียวหยุดยืนเบื้องหลังนาง สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองเงาสะท้อนในกระจกผ่านดวงตาคู่นั้น เขาไม่ได้มีความเสน่หาดั่งเจ้าบ่าวทั่วไป แต่กลับมีความสงสัยและระแวดระวัง
“หงส์ที่กำลังจะขึ้นสู่บัลลังก์ ดูเหมือนจะมีความกังวลใจเรื่องของหวานเสียมากกว่าเรื่องพิธีการนะ ฮองเฮา” เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นประสาท แต่ก็เปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังต้องยอมสยบ
หลินเฟยหรานหันไปเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสบกันเนิ่นนาน ในแววตาของเขานั้นมีเพียงความว่างเปล่าที่ซ่อนกลอุบายลึกซึ้ง ส่วนในดวงตาของนาง... กลับมีการเดิมพันครั้งใหญ่ที่แม้แต่เขาก็อาจคาดไม่ถึง
“ท่านอ๋อง หากเป้าหมายของท่านคืออำนาจ และเป้าหมายของข้าคือการรอดชีวิต... เรามาลองทำสัญญาบางอย่างกันดูไหมเจ้าคะ?” นางเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าข้าราชบริพารที่อยู่ในห้อง
เฉินเซียวเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มที่มิใช่รอยยิ้ม “สัญญาระหว่างซากศพที่ยังไม่ตายกับกบฏที่รอจังหวะรัฐประหารงั้นหรือ? น่าสนใจ... แต่นางกำนัลของเจ้าเพิ่งนำถ้วยยาที่กลิ่นแปลกประหลาดเข้ามาที่หน้าประตู”
หลินเฟยหรานเหลือบมองถ้วยกระเบื้องในมือจูเอ๋อร์ที่กำลังสั่นงันงก ยาพิษที่ควรจะฆ่านางในอีกสามปีข้างหน้า ถูกนำมาเสิร์ฟตั้งแต่วันแรกที่อภิเษกสมรสเสียแล้ว
“ท่านอ๋อง” นางหยิบถ้วยนั้นขึ้นมาด้วยมืออันสั่นไหวเล็กน้อยแสร้งเป็นหวาดกลัว ก่อนจะเผยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก “หากข้าจิบยานี้ต่อหน้าท่าน แล้วข้าไม่ตาย... ท่านจะร่วมมือกับข้าล้างกระดานการเมืองนี้ให้สิ้นซากหรือไม่?”
เฉินเซียวชะงัก มือหนาของเขาเอื้อมมารั้งข้อมือนางไว้แน่น ประกายไฟแห่งความท้าทายลุกโชนในดวงตาคู่นั้น ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับหมากกระดานแรกนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หมากกระดานสุดท้ายของอดีตฮองเฮาผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 1
ความตายที่มิใช่จุดจบ
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายของอดีตฮองเฮาผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
