แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มถูกโยนลงบนพื้นไม้เนื้อแข็งเสียงดัง *ปึก!*
แรงกระแทกนั้นมากพอที่จะทำให้ฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ตามซอกมุมของโต๊ะไม้เก่าๆ ฟุ้งกระจายขึ้นมา รินรดาชำเลืองมองแฟ้มเอกสารเล่มนั้นด้วยหางตา ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มหยันขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเย็นชาไร้ความรู้สึก เธอไม่ได้ก้มลงเก็บมัน แม้ว่านั่นจะเป็นพินัยกรรมฉบับสุดท้ายของบิดาที่ถูกปลอมแปลงลายเซ็นอย่างแนบเนียนก็ตาม
"เซ็นซะ, รินรดา" เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ดังแผดขึ้นทำลายความเงียบของห้องรับแขกที่เคยโอ่อ่า "อย่ามาทำเป็นเล่นตัวหน่อยเลย เธอเป็นแค่หลานสาวที่ติดการพนันจนบ้านเกือบแตกสาាយสูญ พ่อของเธอตายไปแล้ว ไม่มีใครค้ำหัวเธออีกต่อไปแล้วนะ!"
"ติดการพนันอย่างนั้นหรือคะ?" รินรดาเอ่ยทวนคำ เสียงของเธอนุ่มนวลราบเรียบ ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้ป้าสะใภ้ชะงักไปชั่วขณะ เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาญาติผู้ใหญ่ที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กด้วยแววตานิ่งสนิท "น่าแปลกจังนะคะ ทั้งที่ตลอดชีวิตของฉันแม้แต่ลอตเตอรี่สักใบก็ไม่เคยซื้อ แต่ในบันทึกบัญชีของตระกูล กลับมีชื่อฉันเป็นหนี้บ่อนการพนันหลายสิบล้านได้... ช่างเป็นปาฏิหาริย์แห่งตัวเลขเสียจริง"
"นังเด็กนี่! ปากดีนักนะ!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นตามมาด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวของลุงแท้ๆ "ถ้าไม่เซ็นสละสิทธิ์มรดกทั้งหมด ให้บริษัทและบ้านหลังนี้ตกเป็นของลูกชายฉัน เธอเตรียมตัวติดคุกหัวโตข้อหายักยอกทรัพย์บริษัทได้เลย หลักฐานทุกอย่างฉันเตรียมไว้หมดแล้ว!"
รินรดาลอบหัวเราะในลำคอ คนพวกนี้โลภมากเสียจนกินไม่รู้จักอิ่ม สมบัติที่มารดาของเธอทิ้งไว้ให้ก่อนตาย รวมทั้งหุ้นบริษัทอาหารที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจบริหารจนเติบโตในฐานะเชฟอัจฉริยะและนักบริหารมือทอง กลับถูกคนหน้าหนาเหล่านี้ฮุบไปหน้าตาเฉย เพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวที่ไร้ที่พึ่งหลังบิดาจากไปอย่างกะทันหัน
แต่พวกเขากำลังคิดผิด... คิดผิดมหันต์ที่คิดว่าเธอคือลูกแกะน้อยในกำมือ
"ได้ค่ะ ฉันเซ็นให้"
คำตอบรับที่หลุดออกจากเรียวปากของรินรดาทำเอาทุกคนในห้องอ้าปากค้าง พวกเขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะต้องเกิดการยื้อแย้ง ฟูมฟาย หรือแม้กระทั่งการขู่ฆ่าตัวตาย แต่ไม่ใช่ความยินยอมพร้อมใจแบบง่ายดายเช่นนี้
รินรดาก้มลงหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะ เธอจรดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นสุดท้ายอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ลายมือชื่อของเธอสวยงามคมชัด เป็นอันสิ้นสุดสิทธิ์โดยชอบธรรมในฐานะทายาทตระกูลใหญ่ แต่ในวินาทีที่หมึกแห้งสนิท มุมปากของหญิงสาวก็ปรากฏรอยยิ้มลึกลับที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็น
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณเตือนใสๆ ดังขึ้นในห้วงความคิดของเธอ พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา มีเพียงเธอเท่านั้นที่มองเห็นมัน—**ระบบมิติเกษตรกรรมสวรรค์และคลังสมบัติอเนกประสงค์** ได้ทำการปลดล็อกเสร็จสมบูรณ์ 100% หลังจากที่เงื่อนไข "การตัดขาดจากตระกูลและปลดเปลื้องภาระทางโลก" สำเร็จลุล่วง
[ยินดีด้วยค่ะ โฮสต์รินรดา ได้รับสิทธิ์ครอบครอง "พื้นที่มิติระดับสูงสุด" ขนาดหนึ่งร้อยไร่ พร้อมเมล็ดพันธุ์พืชวิเศษและสระน้ำทิพย์อายุวัฒนะ ระบบได้ทำการโอนย้ายกรรมสิทธิ์ที่ดินรกร้างปลายหุบเขาให้ท่านเรียบร้อยแล้ว]
เสียงหวานใสของระบบดังแว่วอยู่ในโสตประสาท ขณะที่กระเป๋าเดินทางใบเล็กถูกผลักมาตรงหน้า
"ไสหัวไปซะ! นับจากวันนี้ไป แกกับตระกูลของเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก!" ป้าสะใภ้คว้าเอกสารทั้งหมดมากอดไว้แนบอกด้วยความดีใจจนตัวสั่น ดวงตาเป็นประกายด้วยความโลภ เธอยิ้มเยาะมองหลานสาวที่กำลังจะกลายเป็นคนไร้บ้าน "อยากจะไปตายที่ไหนก็ไป!"
รินรดาลากกระเป๋าเดินทางใบย่อมเดินออกจากคฤหาสน์หลังโต ท่ามกลางสายตาดูแคลนและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของญาติๆ ที่มองไล่หลังมา ไม่มีแม้แต่หยดน้ำตาแห่งความเสียใจ มีเพียงความตื่นเต้นเร้าใจที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในอก สมบัติทางโลกพวกนั้นรึ? ให้พวกมันแบกรับภาระและบาปกรรมเหล่านั้นไปเถอะ ส่วนเธอ... กำลังจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อิสระเสรี พร้อมกับความลับสุดยอดที่พวกคนโลภไม่มีวันเอื้อมถึง
รถแท็กซี่คันเก่าพาเธอเดินทางลึกเข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งถนนลาดยางกลายเป็นถนนลูกรัง และสุดท้ายก็มาจอดสนิทอยู่หน้าป้ายไม้ผุๆ ที่เขียนด้วยลายมือลบเลือนว่า *'เขตหวงห้าม - ปลายหุบเขาอัสดง'*
คนขับรถแท็กซี่รีบลงจากรถ ยกกระเป๋าลงวางบนพื้นอย่างรีบร้อนราวกับกลัวผีหลอก ก่อนจะหันมามองเธ้วยสายตาเวทนา "คุณหนู... แน่ใจนะว่าจะลงตรงนี้ ทางข้างหน้าไม่มีอะไรเลยนอกจากป่าทึบและกระท่อมไม้เก่าๆ ที่ถูกทิ้งร้างมาเป็นสิบปีแล้ว ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ น่ากลัวจะตายไป"
"ขอบคุณมากนะคะพี่ นี่ค่าโดยสารค่ะ ไม่ต้องทอน" รินรดายื่นธนบัตรใบละพันให้ด้วยรอยยิ้มใจดี ก่อนจะหยิบกระเป๋าเดินทางแล้วก้าวเท้าเดินเข้าสู่เขตป่ารกชทุมด้วยความมั่นใจ
ยิ่งเดินลึกเข้าไป บรรยากาศก็ยิ่งเงียบสงบและเย็นยะเยือก กลิ่นอายของดินชื้นและใบไม้ผุคละคลุ้งไปกับสายลมเย็นยามบ่าย เบื้องหน้าเธอคือกระท่อมไม้เก่าคร่ำครึหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมลำธารใสไหลริน สภาพภายนอกดูทรุดโทรมจนน่าใจหาย หน้าต่างไม้ผุพังและเต็มไปด้วยหยากไย่
แต่ทว่า... เมื่อรินรดากวาดสายตามองผ่านมิติพิเศษ เธอกลับเห็นประกายแสงเรืองรองสีทองจางๆ แผ่ซ่านออกมาจากผืนดินรอบๆ กระท่อมหลังนั้น ดินที่นี่อุดมสมบูรณ์อย่างเหลือเชื่อ เต็มไปด้วยพลังงานชีวภาพที่เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชพันธุ์วิเศษยิ่งกว่าห้องแล็บทดลองใดๆ ในโลก
"นี่แหละ... อาณาจักรของฉัน" รินรดายิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี เธอยกแขนขึ้นเตรียมจะผลักประตูไม้เก่าเพื่อสำรวจภายในบ้านพักหลังใหม่
*แอ๊ด...*
ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วของเธอจะสัมผัสโดนบานประตู ประตูไม้ผุๆ นั้นก็ถูกผลักเปิดออกเองจากด้านในอย่างแรง พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ก้าวออกมาขวางทางไว้โดยไม่ทันตั้งตัว
กลิ่นอายอันตรายและดุดันพวยพุ่งเข้าปะทะจมูกทันที รินรดาชะงักกึก เงยหน้าขึ้นมองบุคคลปริศนาที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ชายหนุ่มคนนั้นมีเรือนร่างสูงใหญ่กำยำในชุดเสื้อเชิตสีเข้มพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นขนัดและรอยแผลเป็นจางๆ บนผิว กรามคมกริบรับกับคิ้วหนาเข้มที่ขมวดเข้าหากันยามจ้องมองผู้บุกรุก ดวงตาคมกราบคู่นั้นดุร้ายราวกับพญาอินทรีที่กำลังปกป้องอาณาเขตของตนเอง ทว่าลึกลงไปกลับมีความไหววูบประหลาดฉายชัดขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตของเธอ
"ที่นี่เขตหวงห้าม... ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาเหยียบสวนของฉัน?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยถามขึ้น นิ่งเรียบทว่ากดดันจนคนฟังแทบหยุดหายใจ
รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย สมองอัจฉริยะประมวลผลอย่างรวดเร็ว—*ไหนระบบบอกว่าที่นี่เป็นที่ดินรกร้างไม่มีเจ้าของไงล่ะยะ!? แล้วไอ้พ่อหนุ่มกล้ามโตหน้าดุราวกับหมีกริซซี่ตัวนี้โผล่มาจากไหนกัน!*
ทว่า ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากอธิบายอะไร กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรป่าบางชนิดก็โชยมาจากด้านหลังของชายหนุ่ม พร้อมกับเสียงเดือดปุดๆ ของหม้อดินเผาที่ตั้งอยู่บนเตาไฟภายในกระท่อม...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในโลกสโลว์ไลฟ์อบอุ่นและฟินจิกหมอนนี้ด้วยกันนะคะ!
กับดักหัวใจในกระท่อมไม้หอมกับจอมพลหนุ่มผู้หวงสวน•ตอนที่ 1
ถูกถีบส่งสู่กระท่อมร้าง
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในกระท่อมไม้หอมกับจอมพลหนุ่มผู้หวงสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!