หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้ากะพริบเป็นสีแดงฉาน เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตดัง *“ติ๊ด-ติ๊ด-ติ๊ด”* ถี่กระชั้นจนประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุด ตัวเลขดิจิทัลสีเลือดบนมุมขวาบนกำลังนับถอยหลังอย่างไม่ปรานี
*57... 56... 55...*
"เรย์! อย่ามัวแต่เหม่อเด็ดขาด ฮาร์ดไดรฟ์สำรองของนายกำลังจะโดนฟอร์แมตต์อัตโนมัติแล้วนะ!"
เสียงหวานปนหงุดหงิดของศิลาลอดผ่านหูฟังไร้สายดังขึ้น พร้อมกับเสียงรัวนิ้วบนคีย์บอร์ดเสมือนจริงราวกับพายุฝน ในฐานะอดีตแฮกเกอร์ระดับโลก เธอย่อมรู้ดีว่าการซิงก์ข้อมูลระดับ SSS จาก "ผู้สังเกตการณ์นิรนาม" เมื่อครู่ ไม่ใช่แค่ไวรัสธรรมดา แต่มันคือโค้ดล้างสมองและทำลายข้อมูลฮาร์ดแวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อฆ่าตัดตอนโดยเฉพาะ
ผมสูดหายใจเข้าลึก ตั้งสติท่ามกลางความกดดันที่ถาโถมเข้ามา ดวตาคมกริบกวาดมองโค้ดบรรทัดยาวเหยียดที่วิ่งพล่านบนหน้าจอหลัก สมองส่วนหน้าทำงานอย่างหนักเพื่อวิเคราะห์ตรรกะเบื้องหลังระบบป้องกันนี้
*ไม่ใช่การโจมตีแบบสุ่ม... แต่มันคืออัลกอริทึมที่ตั้งเงื่อนไขตามพฤติกรรมของผมเอง*
"ศิลา ถ่ายโอนข้อมูลดิบทั้งหมดไปที่เซิร์ฟเวอร์สำรองชั้นที่สาม เดี๋ยวนี้!" ผมสั่งการด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม
"บ้าจริง นายก็รู้ว่าชั้นที่สามมันไม่มีไฟร์วอลล์ป้องกันนะเรย์ ถ้าทำแบบนั้น ข้อมูลชุดนั้นจะ..."
"เชื่อผมสิครับ" ผมตัดบทด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นพอจะหยุดความลังเลของเธอได้ "ผู้สังเกตการณ์นิรนามไม่ได้ต้องการทำลายเรา แต่เขาต้องการ 'ทดสอบ' ว่าตรรกะการวิเคราะห์ของผมจะตามทันเงื่อนไขที่เขากำหนดไว้หรือไม่"
*12... 11... 10...*
นิ้วเรียวยาวของศิลาหยุดชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะยอมกัดฟันกระแทกนิ้วลงบนปุ่ม Enter ครั้งสุดท้าย "ให้ตายเถอะ... หวังว่าเซนส์บ้าๆ ของนายจะถูกนะ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นอกคอก!"
*3... 2... 1... System Override.*
หน้าจอสีแดงฉานพลันเปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามอันสงบเยือกเย็น เสียงสัญญาณเตือนเงียบลงทันที ทิ้งไว้เพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของผมและศิลาที่ดังสะท้อนผ่านเครื่องมือสื่อสาร ข้อมูลดิบชุดใหญ่ถูกดึงเข้ามาเก็บไว้ในระบบปลอดภัยอย่างเฉียดฉิว
ทว่า ความโล่งใจยังไม่ทันได้ทาบทับลงบนใบหน้า หน้าต่างข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมากลางจอทันทีโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า
*[SYSTEM NOTIFICATION: ตรวจพบไฟล์คดีใหม่ — "เหยื่อรายที่สองปรากฏ"*
*สถานที่: โกดังหมายเลข 7 เขตอุตสาหกรรมเก่า*
*เวลาเสียชีวิต: 02.15 น. (ตรงกับเวลานับถอยหลังของท่านพอดี)]*
ผมหรี่ตาลงทันที สมองเริ่มประมวลผลเชื่อมโยงเหตุการณ์ทันที การนับถอยหลังล้างข้อมูลเมื่อครู่ ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไร้ความหมาย แต่มันถูกตั้งเวลาให้สอดคล้องกับ "เวลาตาย" ของเหยื่อรายที่สองพอดิบพอดี นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ... นี่คือการประกาศสงครามเชิงจิตวิทยา
"ศิลา เตรียมรถครับ เราต้องไปที่เขตอุตสาหกรรมเก่าเดี๋ยวนี้" ผมเอ่ยขึ้นขณะคว้าเสื้อโค้ทตัวเก่งมาสวมทับ
"เดี๋ยวนะเรย์ นายหมายความว่า..."
"ครับ ผู้สังเกตการณ์นิรนามคนนั้น หรือใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังอัลกอริทึมนี้ กำลังใช้คดีฆาตกรรมจำลองเหตุการณ์ตามโค้ดที่พวกเรากำลังแกะรอยอยู่" ผมหันไปมองหน้าจอที่แสดงภาพแผนที่จุดเกิดเหตุ "เขากำลังเล่นเกมไล่จับกับเรา และเหยื่อรายที่สอง... ก็คือหมากตัวถัดไปในกระดานนี้"
บรรยากาศภายในห้องปฏิบัติการลับเย็นเยียบขึ้นมาทันตาเห็น แม้คดีนี้จะเต็มไปด้วยความเสี่ยงและปริศนาที่ดำมืด แต่ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างกลับพุ่งพล่านขึ้นในอก มันคือความตื่นเต้นของนักสืบที่ได้กลิ่นอายของฆาตกรอัจฉริยะ
สิบนาทีต่อมา รถยนต์ซีดานสีเข้มพุ่งทะยานฝ่าความมืดของมหานครออกไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าสู่เขตอนันทนาการร้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเหล็กขึ้นสนิมและคราบน้ำมัน โดยที่พวกเรายังไม่รู้เลยว่า... สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าในโกดังหมายเลข 7 นั้น จะไม่ใช่แค่ศพไร้ชีวิต แต่เป็นกับดักทางจิตวิทยาที่ออกแบบมาเพื่อสั่นคลอนความเชื่อมั่นทั้งหมดที่ผมมี
เมื่อมาถึงหน้าโกดังหมายเลข 7 กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาแตะจมูกท่ามกลางความเงียบงัน ประตูเหล็กบานใหญ่ถูกแง้มไว้ราวกับเปิดต้อนรับผู้มาเยือน ผมก้าวลงจากรถพร้อมกับศิลาที่ถือแท็บเล็ตตรวจจับสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไว้แน่น
ภายในโกดังมืดสนิท มีเพียงแสงไฟกะพริบจากหลอดไฟนีออนดวงเก่าที่ห้อยโตงเตงอยู่กลางห้อง ส่องกระทบร่างของมนุษย์คนหนึ่งที่ถูกแขวนห้อยหัวลงมาด้วยลวดสลิงอย่างประณีต ราวกับงานศิลปะบิดเบี้ยวในพิพิธภัณฑ์ความตาย
ผมก้าวเข้าไปใกล้ร่างนั้นอย่างระมัดระวัง ใช้สายตาวิเคราะห์ทุกรายละเอียดตามหลักพฤติกรรมศาสตร์ ศีรษะห้อยต่ำ มุมปากฉีกยิ้มด้วยรอยแผลที่ถูกกรีดอย่างจงใจ และที่สำคัญที่สุด... บนหน้าอกของเหยื่อ มีรอยสักสัญลักษณ์รูป "วงกลมซ้อนทับด้วยเส้นทแยงมุม" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับโค้ดลับในฮาร์ดไดรฟ์ที่เพิ่งรอดพ้นจากการถูกลบเมื่อครู่
"นี่มันไม่ใช่การฆ่าล้างแค้นทั่วไป..." ผมพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "นี่คือการจัดฉากเพื่อส่งสาส์น"
"เรย์... ดูนี่สิ" เสียงของศิลาเรียกสติผม เธอชี้ไปที่หน้าจอแท็บเล็ตที่กำลังรันโปรแกรมวิเคราะห์สัญญาณชีวะ "ชีพจรของเหยื่อเพิ่งหยุดเต้นไปเมื่อสามนาทีที่แล้ว... และที่แย่กว่านั้น ในตัวเหยื่อมีอุปกรณ์ส่งสัญญาณบลูทูธกำลังเชื่อมโยงกับ..."
*ปึ้ง!*
เสียงประตูด้านหลังปิดกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงล็อกกลอนอัตโนมัติจากภายนอก แสงไฟนีออนดวงเดียวที่เหลืออยู่ดับวูบลงทันที ความมืดมิดเข้าปกคลุมทั่วทั้งโกดังในเสี้ยววินาที
ก่อนที่เสียงปรบมือช้าๆ และทุ้มต่ำ จะดังขึ้นมาจากมุมมืดลึกของโกดัง...
"ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบที่สองครับ... เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ผู้ชาญฉลาด" เสียงปริศนาดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องตรงมาที่ร่างของผมและศิลา "คุณคิดว่าคุณถอดรหัสได้แล้วอย่างนั้นเหรอ?"
ผมหรี่ตามองฝ่าความมืดไปยังเจ้าของเสียงนั้น หัวใจเต้นระส่ำด้วยความอะดรีนาลีนที่หลั่งพล่าน แต่สีหน้ายังคงเยือกเย็นสนิท... เพราะผมรู้ดีว่า เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้น
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
อัลกอริทึมล่าเงา กับเจ้าหน้าที่วิเคราะห์คดีนอกคอก•ตอนที่ 8
เหยื่อรายที่สองปรากฏ
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมล่าเงา กับเจ้าหน้าที่วิเคราะห์คดีนอกคอก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!