อัลกอริทึมล่าเงา กับเจ้าหน้าที่วิเคราะห์คดีนอกคอก•ตอนที่ 5

คำเตือนจากความมืด

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
"ถอนมือออกจากคีย์บอร์ดเดี๋ยวนี้ ศิลา!" เสียงของผมตวาดก้องห้องปฏิบัติการใต้ดิน แฝงไปด้วยความตื่นตระหนกที่ผมพยายามควบคุมให้อยู่ในกรอบของเหตุผล แต่นิ้วมือของผมที่กำลังกำขอบโต๊ะจนข้อต่อขึ้นสีขาวกลับฟ้องความจริงตรงกันข้าม ศิลายังคงนั่งนิ่ง ดวงตาคู่คมจ้องมองหน้าจอหลักที่กำลังเปลี่ยนสีจากฟ้าครามใสสะอาดกลายเป็นสีแดงชาดฉานราวกับโลหิต เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมของหญิงสาว แต่รอยยิ้มมุมปากของเธอกลับปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *ศิลาหันขวับมามองเรย์ทันที สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุด "เรย์... ระบบของเราไม่ได้ถูกเจาะธรรมดา แต่มีใครบางคน... กำลังรอให้เราไขรหัสนี้ได้ตั้งแต่แรกแล้ว!"* และในเสี้ยววินาทีต่อมา สิ่งที่ยืนยันคำพูดนั้นก็ปรากฏขึ้น พรึบ! หน้าจอแสดงผลขนาดมหึมาตรงหน้าไม่ใช่สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไป หลอดไฟนีออนสีขาวนวลทั่วทั้งห้องปฏิบัติการดับวูบลงพร้อมกัน ทิ้งให้เราทั้งคู่จมอยู่ภายใต้แสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบถี่ๆ ที่สาดส่องกระทบโครงสร้างเหล็กและผนังปูนเปลือยจนเกิดเงาทอดยาวบิดเบี้ยว ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ความมืด แต่มันคือหน้าจอทุกๆ จอในห้องนี้—ไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ตบนโต๊ะ สมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อของผม หรือแม้กระทั่งหน้าจอดิจิทัลขนาดจิ๋วบนเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติมุมห้อง—ทุกจอภาพพร้อมใจกันสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกัน ข้อความตัวอักษรสีขาวขนาดใหญ่บนพื้นหลังสีดำสนิท ปรากฏขึ้นพร้อมกันอย่างไร้รอยต่อราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมากดปุ่ม [ ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้าย, เจ้าหน้าที่เรนเดลล์ และอดีตแฮกเกอร์รหัสวิญญาณ ] ผมกวาดสายตาอ่านข้อความนั้นด้วยทักษะการวิเคราะห์พฤติกรรมที่ถูกฝึกฝนมาอย่างโชกโชน จังหวะการเต้นของหัวใจอยู่ในเกณฑ์สูงแต่สติยังคงทำงานเต็มร้อย นี่ไม่ใช่การแฮกแบบสุ่มหรือเรียกค่าไถ่ทางไซเบอร์ทั่วไป ความแม่นยำระดับเสี้ยววินาทีและการเข้าถึงฮาร์ดแวร์แบบออฟไลน์ที่ถูกตัดขาดจากอินเทอร์เน็ตภายนอก บ่งบอกว่าผู้บุกรุกรายนี้มีสิทธิ์ระดับ Root ตั้งแต่ต้นทาง "ระบบความปลอดภัยชั้นที่เจ็ดของเราถูกบายพาสผ่านโปรโตคอลเก่าที่ถูกฝังไว้ในซอร์สโค้ดเมื่อห้าปีก่อน..." ศิลาพึมพำ น้ำเสียงของเธอลดความกวนประสาทลงอย่างสิ้นเชิงเหลือเพียงความจริงจังระดับสูงสุด นิ้วเรียวยาวของเธอบนแป้นพิมพ์ขยับรัวเร็วจนเกิดเสียงก๊อกแก๊กราวกับเสียงกระบี่กระทบกัน "บ้าจริง... โค้ดตัวนี้ถูกเขียนด้วยลายเซ็นดิจิทัลเดียวกันกับคดีฆาตกรรม 'เงาอัปลักษณ์' เมื่อสามปีก่อน! คนคนนี้... รู้จักวิธีคิดของฉัน และรู้ว่านายจะตั้งคำถามอะไรบ้าง" ผมหันไปมองหน้าจอสมาร์ทโฟนของตัวเองที่วางอยู่ มันสั่นเบาๆ ก่อนจะพิมพ์ข้อความใหม่ขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ ทีละตัวอักษร ราวกับมีใครกำลังพิมพ์คุยกับเราแบบเรียลไทม์ [ คุณพยายามค้นหาความจริงเกี่ยวกับการตายของพ่อคุณสินะ, เรนเดลล์? แต่ความจริงที่คุณตามหา... มันไม่ได้ถูกซ่อนไว้ในไฟล์ลับของกรมตำรวจ แต่มันกำลังนั่งหายใจอยู่ร่วมห้องเดียวกับคุณต่างหาก ] ความเย็นเยียบสายหนึ่งแล่นพล่านจากต้นคอลงสู่กระดูกสันหลัง ผมหันขวับกลับไปมองรอบตัวทันที ห้องปฏิบัติการใต้ดินนี้ถูกออกแบบมาให้เก็บเสียงและป้องกันการเข้าออกอย่างหนาแน่น มีเพียงผมและศิลาเท่านั้นที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ ไม่มีเงาของสิ่งมีชีวิตอื่น ไม่มีกลิ่นอายของใครอื่นนอกจากเราสองคน "เรย์ ระวัง!" เสียงตะโกนเตือนของศิลาดังขึ้นพร้อมกับที่เธอพุ่งตัวเข้ามากระชากแขนผมให้หลบจากรัศมีของเก้าอี้ทำงาน โครม! เก้าอี้เหล็กตัวนั้นถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงลัดวงจรพุ่งทะลักออกมาจากพนักพิงจนประกายไฟสีฟ้าแล่บแปลบปลาบ โชคดีที่เราถอยออกมาทัน มิฉะนั้นกระแสไฟนั้นคงวิ่งผ่านร่างของเราจนหยุดการทำงานของหัวใจไปแล้ว ผมหอบหายใจเล็กน้อย กวาดสายตาสำรวจร่องรอยความเสียหายด้วยสัญชาตญาณนักวิเคราะห์ "มันไม่ใช่แค่การข่มขู่ทางจิตวิทยา ศิลา ระบบควบคุมสภาพแวดล้อมทั้งหมดในตึกนี้กำลังถูกเปลี่ยนเป็นกับดัก" "ใช่ และประตูนิรภัยหลักถูกล็อกด้วยรหัสผ่านแบบไดนามิกที่เปลี่ยนทุกๆ สิบวินาที!" ศิลาตบโต๊ะด้วยความเจ็บใจ เธอดึงแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทออกจากช่องพอร์ตแล้วเสียบเข้ากับอุปกรณ์ถอดรหัสสำรองที่เธอพกติดตัวตลอดเวลา "พวกมันกำลังบีบให้เราต้องเล่นเกมที่มันกำหนด ถ้าเราถอดรหัสนี้ไม่ได้ภายในห้ามนที... อากาศในห้องนี้จะค่อยๆ ถูกดูดออกผ่านระบบระบายอากาศอัตโนมัติ" ผมมองหน้าจอหลักที่ตอนนี้เริ่มนับถอยหลัง ตัวเลขสีแดงสดกำลังกระพริบเต้นเร้า: [ 04:59 ] [ 04:58 ] ... ในสถานการณ์ที่บีบคั้นเช่นนี้ มนุษย์มักจะเผยจุดอ่อนผ่านความกลัว แต่ในมุมมองของโปรไฟล์เลอร์ ความกลัวคือข้อมูลดิบที่ดีที่สุด ผู้บุกรุกรายนี้ไม่ได้ต้องการฆ่าเราในทันที หากพวกเขาต้องการ เราคงตายตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาในตึกนี้แล้ว สิ่งที่พวกเขากำลังทำคือการ 'ทดสอบ' และ 'ชี้นำ' พฤติกรรมของเราให้เป็นไปตามเกมที่วางไว้ "ศิลา หยุดพยายามเจาะระบบด้วยวิธีบรุซฟอร์ส (Brute-force)" ผมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น มือวางลงบนไหล่บางของเธอเบาๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นคง "จำคำที่มันเขียนบนจอได้ไหม? *'ความจริง... กำลังนั่งหายใจอยู่ร่วมห้องเดียวกับคุณ'* นั่นคือจิตวิทยาเชิงลวงตา พวกมันต้องการให้เราหวาดระแวงกันเองและทำลายสมาธิ" ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตาผม แววตาที่มักจะเต็มไปด้วยความมั่นใจฉายแววลังเลชั่วขณะ ก่อนที่ความเฉียบคมจะกลับคืนสู่ดวงตาคู่นั้นอีกครั้ง "นายหมายความว่า... รหัสผ่านไม่ได้อยู่ในโค้ดคอมพิวเตอร์ แต่รหัสผ่านคือ 'พฤติกรรม' ของเราตอนนี้อย่างนั้นเหรอ?" "ถูกต้องครับ" ผมพยักหน้ารับอย่างมั่นใจ สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องเพื่อประเมินสถานการณ์ "ผู้บุกรุกคนนี้ศึกษาประวัติของเรามาอย่างละเอียด เขารู้ว่าผมเป็นนักวิเคราะห์พฤติกรรม และรู้ว่าคุณเป็นแฮกเกอร์ที่เชื่อมั่นในตรรกะของตัวเลข รหัสผ่านที่จะปลดล็อกประตูนี้ ไม่ใช่ชุดตัวเลขทางคณิตศาสตร์ แต่คือ 'ทางเลือก' ที่เราจะตัดสินใจร่วมกันภายใต้แรงกดดัน" บนหน้าจอหลัก ตัวเลขถอยหลังดำเนินต่อไปอย่างไร้ความปรานี: [ 02:30 ] [ 02:29 ] ... เสียงระบบระบายอากาศเริ่มส่งเสียงคำรามต่ำๆ ลมเย็นยะเยือกเริ่มพัดวนออกจากช่องแอร์ บ่งบอกว่ากระบวนการดูดอากาศได้เริ่มต้นขึ้นจริงตามคำเตือน ศิลากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอนิ้วเรียววางค้างอยู่บนแป้นพิมพ์พร้อมที่จะพิมพ์คำสั่งที่ผมจะบอก "ถ้าเราเลือกทางซ้าย คือการรีเซ็ตระบบทั้งหมดและเสี่ยงต่อการทำลายข้อมูลเบาะแสของพ่อผมทิ้งไปตลอดกาล" ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยว ขณะที่สมองส่วนหน้ากำลังประเมินความเสี่ยงทุกความเป็นไปได้ "แต่ถ้าเราเลือกทางขวา... เราจะยอมรับเงื่อนไขของมันและเปิดประตูต้อนรับอันตรายที่รออยู่เบื้องนอก" ศิลาหันมามองหน้าผม สีหน้าของเธอฉายแววตัดสินใจ "นายเลือกเลย เรย์... ฉันเชื่อใจการตัดสินใจของนาย" ผมสูดหายใจเข้าลึก ใช้วิธีการจดจ่อกับข้อมูลตรงหน้าอย่างรอบคอบ นิ้วชี้ของผมกดลงบนแป้นพิมพ์แทนศิลา ป้อนชุดคำสั่งสุดท้ายลงไปตามสมมติฐานทางพฤติกรรมศาสตร์ที่ผมเพิ่งถอดรหัสได้จากรูปแบบการโจมตี ติ๊ด! เสียงสัญญาณเตือนเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเหลืองอัมพัน หน้าจอหลักหยุดนิ่งการนับถอยหลังที่ตัวเลข [ 00:03 ] ก่อนที่ข้อความใหม่จะปรากฏขึ้นมาแทนที่ [ น่าสนใจมาก เจ้าหน้าที่เรนเดลล์ คุณอ่านเกมได้ดีกว่าที่คิด... แต่ประตูไม่ได้เปิดให้คุณออกไปหรอกนะ ] กริ๊ก! เสียงกลไกขนาดใหญ่ของประตูนิรภัยด้านหลังห้องดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงเปิดออกเพื่อต้อนรับการหลบหนี แต่เป็นเสียงสลักโลหะหนาเตอะที่กำลังเลื่อนปิดตายสนิท พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งที่ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินมืดมิดนอกห้องปฏิบัติการ—เสียงฝีเท้าที่ไม่ได้มาจากการควบคุมระยะไกล แต่เป็นมนุษย์จริงๆ ที่กำลังเดินเข้ามาหาเราทีละก้าว... ทีละก้าวอย่างใจเย็น ศิลาชักปืนพกขนาดกะทัดรัดออกจากซองพกข้างเอวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่ผมดึงอาวุธประจำกายขึ้นมาตั้งรับในท่าเตรียมพร้อม แสงไฟฉุกเฉินสีส้มสาดส่องกระทบเงาร่างสูงโปร่งที่กำลังหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าบานกระจกนิรภัยฝ้าทึบ และก่อนที่เงาร่างนั้นจะเอื้อมมือมาเคาะกระจก เสียงแจ้งเตือนระดับสูงสุดจากสมาร์ตโฟนในมือผมก็ดังขึ้นพร้อมกันอย่างน่าขนลุก... [ แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงเครือข่ายดาวเทียมภายนอก เป้าหมาย: ไฟล์ลับคดีหมายเลข 00-Null ของอดีตหัวหน้าหน่วยเรนเดลล์ ถูกเปิดอ่านโดยบุคคลนิรนาม... ณ จุดพิกัดที่คุณยืนอยู่ ] ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมล่าเงา กับเจ้าหน้าที่วิเคราะห์คดีนอกคอก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%