นิ้วมือที่สั่นเทาของศ.ดร. ธาดา เกลี่ยไปบนรอยผนึกแว็กซ์สีเลือดหมูที่ปรากฏบนกล่องไม้โอ๊คเก่าคร่ำคร่า กลิ่นอับชื้นของดินและน้ำมันก๊าดโชยออกมาจากรอยแยก กลิ่นที่เขาจำได้แม่นยำยิ่งกว่ากลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงคนไหน—กลิ่นที่ติดตัว ‘อาจารย์สมชาย’ มาตลอดทุกครั้งที่กลับจากการขุดค้นในหุบเขาต้องห้าม
“อย่าเปิดมัน”
เสียงรินรดาดังมาจากมุมมืดของห้องทำงาน เธอวางประแจหกเหลี่ยมลงบนโต๊ะโลหะด้วยจังหวะที่หนักแน่น สายตาของเธอไม่ได้จับจ้องที่กล่อง แต่จับจ้องที่ดวงตาของธาดาที่ฉายแวววูบไหวราวกับเปลวเทียนในพายุ
“สมชายตายไปแล้ว ธาดา” เธอเน้นย้ำน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด “สำนักข่าวท้องถิ่นยืนยันผลชันสูตรศพแล้ว เขาจมน้ำตายในแม่น้ำโขงเมื่อสามวันก่อน ไม่มีทางที่พัสดุชิ้นนี้จะถูกส่งมาจากมือเขา”
ธาดาไม่ตอบ เขากลับเลือกที่จะใช้มีดพกสั้นกริบกรีดลงบนรอยผนึกนั้น เนื้อไม้โอ๊คส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเหมือนเสียงกระดูกที่ถูกหัก กระดาษแผ่นหนึ่งร่วงลงมาบนพื้นโต๊ะ มันไม่ใช่จดหมาย แต่มันคือแผนผังลายเส้นโบราณที่เขียนด้วยหมึกหมึกกล้วยหอม—สัญลักษณ์ที่เขาเคยเห็นเพียงครั้งเดียวในบันทึกที่สูญหายของกษัตริย์ไร้นาม
“ดูนี่สิริน...” ธาดาพึมพำ น้ำเสียงของเขากลายเป็นเสียงแหบพร่าจากความตื่นตะลึง “เส้นโครงสร้างนี่... มันไม่ใช่แผนผังวัด แต่มันคือโครงสร้างของ ‘กลไกป้องกัน’ ในหุบเขาเงาธรณี”
รินรดาเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นสัญลักษณ์รูปดวงตาที่ปิดสนิทวางอยู่เหนือพิกัดหุบเขา “ถ้าข้อมูลนี้เป็นของจริง นั่นหมายความว่าสมชายไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ เขาถูกปิดปากหลังจากค้นพบทางเข้าที่แท้จริง”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงาน บรรยากาศบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ ธาดารู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปตามสันหลัง มันไม่ใช่แค่เรื่องของอดีตเพื่อนร่วมงาน แต่เป็น ‘ความผิดบาป’ ที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลังเมื่อสามปีก่อน—ความผิดบาปที่แลกด้วยชีวิตของคนรักและแขนขวาที่ใช้งานไม่ได้ของเขา
“เราต้องไป” ธาดาเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่หนักแน่น
“ไปตายเหรอ?” รินรดาคว้าไหล่เขาไว้ “พันเอกวิชัยกำลังกวาดล้างพื้นที่หุบเขาเงาธรณีด้วยกองกำลังทหารรับจ้าง เขาต้องการเทคโนโลยีโบราณนั่นเพื่อสร้างอาวุธ ถ้าเราขยับตัวตอนนี้ เราก็แค่กวางที่วิ่งเข้าปากเสือ”
“ถ้าฉันไม่ไป พัสดุชิ้นนี้จะกลายเป็นแค่ขยะ” ธาดาหยิบรูปถ่ายใบสุดท้ายที่ซ่อนอยู่ใต้แผนผังขึ้นมา ในรูปนั้นคือภาพเขากับสมชายยืนอยู่หน้าประตูหินขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านกลางหุบเขา ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของธาดาหยุดเต้นไม่ใช่ประตูหินนั้น แต่คือเงาร่างที่ยืนอยู่ด้านหลังในเงามืด—ร่างที่เขารู้จักดีที่สุด
รินรดาสังเกตเห็นใบหน้าของธาดาที่ซีดเผือดจนไร้สีเลือด เธอหยิบรูปถ่ายนั้นมาดูเพียงแวบเดียว ก่อนจะทิ้งมันลงบนโต๊ะด้วยความตระหนก “นี่มันเป็นไปไม่ได้... คนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คนที่ใส่สร้อยข้อมือสลักรูปงูพิษนั่น...”
“นั่นคือ ‘เอลิน่า’...” ธาดากระซิบชื่อที่เขาพยายามลืมมาตลอดชีวิต
เอลิน่า คนรักของเขาที่เขาเห็นกับตาว่าถูกกลไกโบราณบดขยี้ในหลุมศพเมื่อสามปีก่อน เธอควรจะตายไปแล้ว!
ทว่ารูปถ่ายใบนี้... แสงแดดที่ตกกระทบใบหน้าของเธอในรูป ช่างดูสดใสและมีชีวิตชีวา ยิ่งไปกว่านั้น นาฬิกาข้อมือบนข้อมือของเธอในรูป เข็มวินาทีกำลังชี้ไปที่เลข 12 ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เขากำลังยืนอยู่ในห้องทำงานนี้ ราวกับว่านี่ไม่ใช่รูปถ่ายเก่า แต่เป็นภาพถ่ายจากปัจจุบัน
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นสามครั้ง จังหวะที่หนักแน่นและสม่ำเสมอจนน่าขนลุก ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างในชุดเครื่องแบบทหารสีเข้มก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ
“ดูเหมือนผมจะมาทันเวลาพอดีนะ ดร. ธาดา” พันเอกวิชัยกล่าวพลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง “ในเมื่อของขวัญจากคนตายส่งมาถึงมือแล้ว ก็ถึงเวลาที่ ‘มรดกที่ถูกทอดทิ้ง’ จะต้องกลับคืนสู่เจ้าของที่แท้จริงเสียที”
ธาดามองไปที่มือของวิชัยที่กุมปืนพกกระบอกใหญ่ไว้แน่น เขารู้ดีว่าหากก้าวข้ามธรณีประตูห้องนี้ไป ชีวิตของเขาจะไม่มีทางเหมือนเดิมอีกตลอดกาล และความลับที่ฝังอยู่ใต้ดินลึกนับพันฟุต กำลังจะถูกกระชากขึ้นมาสู่แสงสว่างด้วยมือของเขาเอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมออกเดินทางสู่หุบเขาแห่งเงามืดไปกับผมครับ - บันทึกนักโบราณคดี
ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 1
มรดกที่ถูกทอดทิ้ง
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!