"ถ้ารักนัก... ก็เชิญเอาเงินทองของตระกูลหลินไปถมให้พวกมันให้หมด แล้วไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับแรงสะเทือนที่แล่นแปล๊บขึ้นมาถึงฝ่ามือ หลินเฟยหรงกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ความพร่ามัว ปรับโฟกัสภาพตรงหน้า ภาพของห้องโถงไม้เก่าคร่ำครึ กลิ่นอับของฝุ่นละออง และสายตาเย็นชาดูแคลนที่จ้องมองมาดั่งจะกินเลือดกินเนื้อ ทำให้สติที่หลุดลอยไปชั่วขณะดึงกลับมาเข้าร่างอย่างรวดเร็ว
สมองปราดเปรื่องของนักบริหารธุรกิจและมือวางแผนการตลาดระดับท็อปของยุคปัจจุบันกำลังประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง ความทรงจำของ 'หลินเฟยหรง' คุณหนูตระกูลใหญ่ผู้เย่อหยิ่งและร้ายกาจ ไหลทะลักเข้าสู่ห้วงสำนึกราวกับเขื่อนแตก นางทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายจีนโบราณ ในร่างของตัวร้ายหญิงผู้เป็น ‘ตัวประกอบชั้นต่ำ’ ที่เพิ่งสร้างวีรกรรมทำลายล้างผลาญทรัพย์สินจนสามีและครอบครัวสามีต้องตกอับ ถูกเนรเทศมายังหมู่บ้านชายแดนกันดารแห่งนี้!
และตอนนี้... นางกำลังยืนจังก้าอาละวาดใส่สามีผู้เงียบขรึม ที่บัดนี้เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามรบ และดวงตาที่มองมามีแต่ความผิดหวังระคนรังเกียจ
"เจ้าอาละวาดพอหรือยัง?"
เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นเรียบเฉยจนน่ากลัว หานจวินหมิง เจ้าของร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างในชุดทหารเก่าๆ ขาดรุ่งริ่ง เขาไม่ได้หลบสายตาขุ่นเคืองของนางแม้แต่น้อย กลับค่อยๆ วางถ้วยกระเบื้องบิ่นลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระทบเบาๆ นั้นกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนเฟยหรงเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน
นี่น่ะหรือ... สามีทหารบ้านไร่ที่ในนิยายบรรยายไว้ว่ารักนางยิ่งชีพ? รักบ้าอะไรกัน! ตอนนี้นัยน์ตาคู่นั้นมีแต่ความเฉยเมชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก เขากำลังจะบอกหย่าและตัดขาดนางในอีกไม่กี่ลมหายใจนี้แล้ว!
ตามเนื้อเรื่องเดิม หลินเฟยหรงในร่างนี้จะกรีดร้องอาละวาด ขู่ฆ่าตัวตาย และสุดท้ายก็หนีตามชู้รักกลับเมืองหลวง ก่อนจะพบจุดจบอนาถถูกฆ่าทิ้งข้างถนนอย่างน่าสมเพช
*น่าขันสิ้นดี...* เฟยหรงแค่นหัวเราะในใจ ดวงตาสง่านิ่งกวาดมองไปรอบห้องโถงที่แทบไม่มีเฟอร์นิเจอร์ดีๆ สักชิ้น ทรัพย์สินเงินทองถูกนางผลาญจนเกลี้ยงตู้ เหลือเพียงข้าวสารก้นถังและลมหายใจรวยริน ความหนาวเหน็บของฤดูหนาวที่กำลังคืบคลานเข้ามา และหนี้สินที่คนตระกูลเดิมสร้างไว้แต่ผลักภาระมาให้นางรับผิด
ถ้าเป็นหลินเฟยหรงคนเก่าคงสติแตก แต่นี่คือ 'หลินเฟยหรง' เซียนนักลงทุนและราชินีแห่งการบริหารจัดการผู้กุมกำไรมูลค่าร้อยล้านมาแล้ว การถูกเนรเทศมาอยู่ชายแดนไม่ใช่จุดจบของชีวิต... แต่มันคือจุดเริ่มต้นของอาณาจักรใหม่ต่างหาก!
"ข้าพอแล้ว"
เสียงหวานใสที่เคยแหลมปรี๊ดกรีดร้อง บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นราบเรียบ เยือกเย็น และทรงอำนาจอย่างประหลาด หลินเฟยหรงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยืดตัวตรง เชิดหน้าขึ้นอย่างไว้ตัว สัญชาตญาณความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของนักบริหารสาวถูกปลุกเร้าขึ้นมาจนหมดสิ้น
หานจวินหมิงชะงักไปเล็กน้อย คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย เขารู้จักภรรยาคนนี้ดี นางไม่เคยพูดจาสุขุมเยือกเย็นเช่นนี้มาก่อน มีแต่ความเอาแต่ใจและโวยวายราวกับคนเสียสติ
"เจ้าว่าอย่างไรนะ?" หานจวินหมิงถามย้ำ น้ำเสียงระแวดระวัง
"ข้าบอกว่า... ข้าพอแล้ว" เฟยหรงก้าวเท้าเข้าไปใกล้บุรุษร่างสูงอย่างไม่เกรงกลัว แม้ส่วนสูงของนางจะอยู่แค่ระดับอกของเขา แต่วิสัยทัศน์และออร่าความเฉียบขาดกลับแผ่ซ่านจนชายหนุ่มต้องเป็นฝ่ายถอยสายตาหลบวูบหนึ่ง "เรื่องในอดีตข้าขอโทษ... ไม่สิ ข้าจะไม่พูดคำแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น ในเมื่อพวกเราถูกเนรเทศมาที่นี่ด้วยกัน และเจ้าก็เกลียดข้าจนแทบไม่อยากมองหน้า งั้นเรามาทำข้อตกลงกันเถอะ"
"ข้อตกลง?" หานจวินหมิงแค่นเสียงในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลง "เจ้าคิดจะเล่นตลกอะไรอีก หลินเฟยหรง? อยากหย่าใช่ไหม? ได้! ข้าจะเซ็นหนังสือหย่าให้เดี๋ยวนี้ แล้วเจ้าจะไสหัวไปไหนก็ไป!"
พูดจบทหารหนุ่มก็คว้าพู่กันจุ่มหมึกเตรียมเขียนหนังสือหย่าทันทีอย่างไร้เยื่อใย
*พรึบ!*
เรียวเร็วงามดั่งหยกคว้าข้อมือหนาเอาไว้แน่น แรงบิดนั้นแม้จะสู้แรงบุรุษไม่ได้ แต่น้ำหนักคำพูดและแววตาดุดั่งพญาเหยี่ยวที่มองมา ทำให้หานจวินหมิงต้องชะงักมือค้างกลางอากาศ
"ใครบอกว่าฉัน... เอ๊ย ข้าจะหย่า?" เฟยหรงยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเล่ห์กลแพรวพราว จนคนมองรู้สึกใจกระตุกวูบอย่างประหลาด "ข้าไม่หย่า! สามีรูปงาม ฝีมือรบเก่งกาจ ปลูกผักทำไร่ก็ได้แถมยังซื่อสัตย์เช่นท่าน หาโคมไฟวิเศษไปส่องหาทั่วแผ่นดินก็ไม่มีทางเจอ ข้าโง่เง่าแค่ไหนถึงจะปล่อยให้เพชรเม็ดงามหลุดมือไปได้"
หานจวินหมิงนิ่งอึ้ง สมองตื้อตันไปชั่วขณะ เขาคาดหวังคำด่าทอ คำขู่ หรือการอาละวาด แต่นี่... คำชมเชยหน้าตาเฉยจากปากภรรยาผู้เกลียดชังเขาเข้าไส้เนี่ยนะ? แถมสรรพนามที่นางใช้ น้ำเสียง และประกายในดวงตานั้น มันช่างแปลกประหลาดจนน่าเหลือเชื่อ ราวกับวิญญาณคนละดวงมาสิงอยู่ในร่างเดิม
"เจ้า... เสียสติไปแล้วรึ?" ชายหนุ่มถามเสียงลอดไรฟัน
"ข้ามีสติครบถ้วนดีที่สุดในรอบสามชาติ" เฟยหรงปล่อยมือออกจากข้อมือเขา เดินไปหยิบถ้วยชามที่วางเกะกะบนโต๊ะมาจัดระเบียบด้วยท่าทางคล่องแคล่ว "จากนี้ไป... ข้า หลินเฟยหรง จะไม่ขอเป็นภาระให้ท่านต้องหนักใจอีก ข้าวสารก้นถังในครัวใช่ไหม? ผืนดินรกร้างหลังบ้านใช่ไหม? คอยดูเถอะ... อีกไม่นาน ข้าจะทำให้ตระกูลหานของเรากลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งเมืองชายแดนนี้ให้ดู!"
น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวและแววตาสروจโรจน์เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน ทำให้หานจวินหมิงรู้สึกเหมือนถูกมนต์สะกด เขามองแผ่นหลังบางที่เดินสำรวจห้องหับด้วยความฉับไว ราวกับนางไม่ใช่คุณหนูตกอับผู้เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออีกต่อไป แต่เป็นแม่ทัพผู้กำลังตรวจตราสนามรบ
ทว่า... เสียงท้องร้องโครกครากดังสนั่นขึ้นจากร่างของหลินเฟยหรงทำลายบรรยากาศความน่าเกรงขามลงในพริบตา!
ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความอับอายเล็กน้อย นางลืมไปเสียสนิทว่าร่างนี้อดมื้อกินมื้อมาตั้งแต่ระหว่างเดินทางไกล
หานจวินหมิงมุมกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มแรกในรอบหลายเดือนที่ปรากฏบนใบหน้าคมคายกร้านแดด "ถ้าคิดจะสร้างอาณาจักรเศรษฐีอย่างที่คุยโว... คงต้องเริ่มจากการรอดตายจากมื้อเย็นนี้ให้ได้เสียก่อนนะฮูหยิน"
เขาเอ่ยเย้าด้วยน้ำเสียงเจือแววเยาะหยันเล็กน้อย ก่อนจะเดินเลี่ยงไปที่ห้องครัวหลังบ้าน เพื่อหยิบวัตถุดิบที่เหลืออยู่ไม่กี่อย่างออกมาเตรียมทำอาหารประทังชีวิต
เฟยหรงรีบสาวเท้าเดินตามติดไปทันที ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับเมื่อกวาดสายตามองสำรวจห้องครัวโล่งโจ้ง ที่มีเพียงแป้งสาลีหยาบๆ ขึ้นราเล็กน้อย ผักกาดหัวเหี่ยวๆ ครึ่งหัว และเนื้อหมูติดมันชิ้นเล็กๆ ที่เริ่มส่งกลิ่นตุๆ
"เดี๋ยวก่อน!" นางร้องห้ามเมื่อเห็นสามีเตรียมจะโยนผักกาดเหี่ยวๆ นั้นลงหม้อต้มน้ำเปล่า "ท่านจะทำลายวัตถุดิบชั้นดีพวกนี้หรือไง? เอามานี่! หลบไปให้ห่างจากเตาไฟเลยท่านพี่... วันนี้แม่ครัวมือหนึ่งแห่งแผ่นดินจะโชว์ฝีมือให้ดูเอง!"
มือเรียวบางคว้ามีดสั้นเก่าๆ บนชั้นวางอย่างคล่องแคล่ว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับที่นางแอบดึง ‘มิติลับ’ ในจิตวิญญาณ หยิบเครื่องเทศหายากและพริกไทยเสฉวนเกรดพรีเมียมที่ซ่อนอยู่ออกมาเตรียมผสมผสานอย่างเงียบเชียบ
ไม่นานนัก... กลิ่นหอมฉุนเย้ายวนใจของเครื่องเทศคั่วพริกไทยและหมูผัดซีอิ๊วสูตรลับเฉพาะ ก็เริ่มส่งกลิ่นตลบอบอวลฟุ้งกระจายทะลุผนังไม้เก่าๆ ลอยออกไปทั่วทั้งหมู่บ้านชายแดนที่เงียบสงบ จนชาวบ้านละแวกใกล้เคียงต่างต้องสูดจมูกฟุดฟิดด้วยความงุนงง
ในขณะที่หานจวินหมิงยืนมองภรรยาตัวเองปรุงอาหารด้วยท่าทางทะมัดทะแมงและดวงתาเป็นประกายระยิบระยับราวกับเด็กน้อยได้ของเล่นใหม่... ประตูรั้วหน้าบ้านไม้ไผ่ก็ถูกถีบโครมจนพังกระเด็น!
ร่างของชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ในชุดนักเลงท้องถิ่น พร้อมด้วยใบหน้าบึ้งตึงของแม่สามีจอมร้ายกาจที่ถูกตัดขาดจากตระกูล ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน และเสียงตะโกนก้องที่ทำเอาอากาศหนาวๆ ต้องเยือกแข็งลงไปอีก
"นังตัวดี! ผสมพันธุ์กันสุขสำราญดีนักนะ! วันนี้พวกแกต้องชดใช้หนี้สินทั้งหมดที่ติดค้างไว้ ไม่เช่นนั้น... ข้าจะเผาบ้านหลังนี้ให้เป็นจุล!"
รี้ดเดอร์คะ... ความบันเทิงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วค่ะ! โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ!
คุณหนูสายฟาดกับนายทหารบ้านไร่ขอวางมือจากบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาในร่างนางร้ายที่กำลังถูกเนรเทศ
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาดกับนายทหารบ้านไร่ขอวางมือจากบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
