“กฎหมายไม่ใช่ความยุติธรรม แต่มันคือเครื่องมือที่ทำให้คนที่มีอำนาจมากพอจะบิดเบือนความจริงได้นานพอจนคนลืมเลือน”
รินรดาเอ่ยประโยคนั้นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับในห้องโถงกว้างของโกดังร้าง กลิ่นสนิมเหล็กผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยแตะจมูก เธอไม่ได้หันไปมองคนที่ยืนพิงเสาเหล็กอยู่ด้านหลัง แต่น้ำเสียงที่มั่นคงของเธอสั่นไหวน้อยๆ อย่างที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นชาพอๆ กับอากาศในยามค่ำคืน “คุณกำลังพูดเหมือนอัยการที่เพิ่งแพ้คดี หรือเหมือนลูกสาวของนักการเมืองขี้ฉ้อที่กำลังสำนึกผิดกันแน่ครับ คุณรินรดา?”
รินรดาขยับกายเข้าใกล้ร่างที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นคอนกรีตเย็นเยียบ แสงไฟจากหน้าจอสมาร์ทโฟนของเธอส่องกระทบใบหน้าของผู้ตาย—ชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงที่ตอนนี้บิดเบี้ยวผิดรูปจากการถูกทรมานก่อนสิ้นใจ ไม่มีบาดแผลจากการถูกยิง ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ที่รุนแรง มีเพียงรอยช้ำสีม่วงคล้ำที่ลำคอและการจัดวางศพที่ดูคล้ายพิธีกรรมบางอย่าง
“เขาไม่ใช่คนของฉัน” เธอพูดเสียงเรียบ พยายามคุมสติไม่ให้สั่นคลอนไปกับภาพเบื้องหน้า
“แต่เขากำลังถือสิ่งนี้อยู่” ศิลาเดินเข้ามาใกล้ แสงไฟสลัวจากมือถืออีกเครื่องของเขาเผยให้เห็นนิ้วมือของผู้ตายที่เกร็งแข็ง หนีบเอาแผ่นกระดาษแข็งใบเล็กๆ ไว้แน่น เขาหยิบมันออกมาด้วยความชำนาญก่อนจะยื่นให้รินรดา
มันคือนามบัตรสีขาวสะอาด ขอบสีทองหรูหราที่เธอรู้จักดี... นามบัตรส่วนตัวที่มีเพียงไม่กี่ใบในโลก และมันอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของเธอที่สำนักงานอัยการเมื่อวานนี้
รินรดารับมันมา มือของเธอเย็นเฉียบ หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก นี่ไม่ใช่แค่การฆาตกรรม แต่มันคือการประกาศสงคราม “ใครบางคนขโมยมันไปจากโต๊ะฉัน... และต้องการให้ตำรวจเชื่อว่าฉันเกี่ยวข้องกับคดีที่ฉันเป็นคนทำสำนวนเอง”
“ตำรวจไม่ได้มองว่าคุณเกี่ยวข้องหรอกครับ” ศิลาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอ กลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขาทำให้เธอยิ่งรู้สึกคลื่นไส้ “พวกเขาเชื่อไปแล้วว่าคุณคือคนบงการ คุณรินรดา คุณกำลังกลายเป็น ‘ศพ’ ในเชิงอาชีพในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้วถ้าเราไม่รีบไปจากที่นี่”
รินรดาสูดลมหายใจลึก เธอเงยหน้ามองดวงตาของศิลาที่ไม่มีแววหยอกล้อเหมือนทุกครั้ง ในนั้นมีความจริงจังที่น่าหวาดหวั่น “ถ้าฉันไปจากที่นี่ นั่นคือการยอมรับว่าฉันมีความผิด”
“ความจริงไม่มีพื้นที่ให้คนแพ้ครับ” ศิลาตอบพลางหันไปมองประตูโกดังที่ถูกแง้มไว้ “อีกห้านาที กองกำลังพิเศษจะมาถึงที่นี่ตามเบาะแสที่มีคนส่งให้... และเชื่อเถอะว่าไม่มีคำให้การไหนที่ฟังขึ้นในศาล เมื่อหลักฐานมัดตัวคุณคาหนังคาเขาอยู่กับศพพยานคนสุดท้ายของคดีที่กำลังสั่นคลอนเก้าอี้รัฐมนตรี”
รินรดากำนามบัตรในมือแน่นจนขอบกระดาษบาดเนื้อ เธอเพิ่งตระหนักได้ว่าเกมที่เธอกำลังเล่นอยู่นั้นไม่ใช่เกมกฎหมาย แต่มันคือเกมล่าชีวิตที่ตัวเธอเองถูกวางไว้เป็นหมากที่ต้องถูกกำจัดทิ้ง
“ทำไมคุณถึงช่วยฉัน?” เธอถาม คำถามที่เก็บงำมานานหลายเดือนตั้งแต่เริ่มรู้จักชายแปลกหน้าคนนี้
ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูราวกับปีศาจที่กำลังสนุกกับการเล่นหมากรุก “เพราะถ้าคุณร่วง... ผมก็ไม่มีใครให้กวนประสาทในโลกที่น่าเบื่อนี้อีกต่อไปไงครับ... แล้วอีกอย่าง... ผมอยากเห็นว่าอัยการผู้แสนซื่อตรงจะยอมสกปรกได้แค่ไหนเพื่อจะรอดตาย”
ทันใดนั้น เสียงไซเรนรถตำรวจที่ดังแว่วมาจากที่ไกลๆ ก็เปลี่ยนเป็นเสียงยางรถยนต์บดกับพื้นถนนอย่างรุนแรงหน้าโกดัง รินรดาหันไปมองผ่านช่องโหว่ของผนังคอนกรีต แสงไฟสปอร์ตไลท์จากรถหลายคันสาดส่องเข้ามาเป็นทางยาว
“สายไปแล้ว” เธอกระซิบ
“ไม่หรอกครับ” ศิลาดึงมือเธอให้ลุกขึ้น ก่อนจะโยนเครื่องบันทึกเสียงขนาดจิ๋วลงบนศพ “ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นพยานให้คุณ แต่ผมมาที่นี่เพื่อเปลี่ยนฉากละครฉากนี้ให้กลายเป็นนรกสำหรับคนที่วางแผนใส่ร้ายคุณต่างหาก”
เขากดปุ่มเปิดเสียงบนมือถือ ก่อนที่เสียงสัญญาณเตือนภัยจะดังลั่นโกดัง เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเครื่องบันทึกเสียงบนตัวศพ มันไม่ใช่เสียงคนตาย แต่มันคือเสียงการสนทนาของรัฐมนตรีที่เธอพยายามขุดคุ้ยคดีมาตลอดทั้งสัปดาห์ เสียงนั้นกำลังสั่งฆ่าพยานอย่างเลือดเย็น
รินรดามองหน้าศิลาด้วยความตกตะลึง “นี่คุณ...”
“วิ่งครับรินรดา... วิ่งไปที่ทางออกฉุกเฉินด้านหลัง ผมวางระเบิดควันไว้แล้ว” ศิลาผลักเธอไปข้างหน้า “แล้วจงจำไว้ว่า... พยานปากเอกอย่างคุณ ไม่ควรตายในที่ที่ไม่มีใครมองเห็น”
ก่อนที่รินรดาจะก้าวออกไป เสียงปืนนัดแรกก็ดังสนั่นขึ้นจากปากประตูโกดัง กระสุนเจาะเข้าที่เสาเหล็กข้างตัวเธอจนสะเก็ดไฟกระจาย เธอหันกลับไปมองศิลาที่กำลังชักปืนออกมาเตรียมพร้อมรับมือกับตำรวจชุดจู่โจม แต่แล้วสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่วางอยู่ข้างตัวศพ... มันคือโทรศัพท์มือถือของเธอเองที่หายไปเมื่อเช้า พร้อมกับข้อความที่เพิ่งเด้งขึ้นมาบนหน้าจอที่สว่างวาบในความมืด:
‘รินรดา... ถ้าอยากรู้ว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อของเธอจริงๆ อย่าเพิ่งรีบตายในคดีนี้นะ’
วินาทีนั้น รินรดาตัวแข็งทื่อ เธอไม่ได้ตระหนักถึงภัยจากตำรวจที่อยู่ตรงหน้าอีกต่อไป ความจริงที่เธอพยายามปิดตายในใจถูกงัดออกมาด้วยชื่อของคนที่เธอคิดว่าตายไปตั้งแต่วิบากกรรมในอดีตเริ่มขึ้น
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทแรกของคดีนี้ครับ หวังว่าพรุ่งนี้เราจะได้พบกันในหน้าถัดไปนะครับ
พยานคนสุดท้ายในคดีไร้ศพ•ตอนที่ 1
นามบัตรบนร่างไร้วิญญาณ
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยานคนสุดท้ายในคดีไร้ศพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
