“ถ้าคิดว่าการส่งเอกสารเลิกจ้างผ่านอีเมลเมื่อสามปีก่อน จะทำให้ฉันหายไปจากชีวิตคุณได้อย่างถาวรแล้วล่ะก็…
คุณคงต้องประเมินศักยภาพของ ‘อดีตภรรยา’ คนนี้ต่ำเกินไปค่ะ, คุณภคิน”
น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้น ท่าークมกลางความเงียบงันสนิทของห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ…
แอร์ออนดีชันที่ถูกปรับอุณหภูมิไว้ค่อนข้างต่ำจนเยือกเย็น ไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในห้องผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งกดดันจนผู้บริหารระดับสูงหลายคนถึงกับกลั้นหายใจ เหงื่อกาฬซึมตามไรผมของผู้ช่วยหนุ่มที่ยืนอยู่มุมห้อง ขณะที่สายตาทุกคู่ต่างพากันเหลือบมองประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรภคินกรุ๊ปสลับกับหญิงสาวผู้มาใหม่
ลัลน์ลลิตก้าวเข้าสู่ห้องประชุมด้วยจังหวะก้าวที่สง่างามมั่นคง ทุกย่างก้าวสะท้อนความเย่อหยิ่งอันทรงพลัง ชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นทรวดทรงระหงและผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบให้โดดเด่น ใบหน้ารูปไข่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาแต่เฉี่ยวคม ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีไวน์แดงเข้มข้น—สีเดียวกับนามปากกาในโลกอีกใบของเธอ—เหยียดยิ้มบางเบาอย่างเหนือกว่า ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยมีแต่ความอ่อนแอและคราบน้ำตาในอดีต บัดนี้กลับพราวระยับด้วยประกายแห่งเพลิงแค้นที่ถูกเก็บงำไว้อย่างดี รอวันแผดเผาคนตรงหน้าให้มอดไหม้
และเป้าหมายของเธอก็นั่งอยู่ตรงนั้น…
ภคิน… ประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ชายหนุ่มผู้เคยขยี้หัวใจเธอให้แหลกคาเท้าเมื่อสามปีก่อนด้วยการเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษนั่งนิ่งสนิทอยู่หัวโต๊ะ แผ่นหลังกว้างพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ทว่ากรามหนากลับขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เป็นปฏิกิริยาเดียวที่หลุดรอดออกมาจากความนิ่งงันดุจหินผาของเขา
เขากำลังมองเธอ… มองผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าถูกขับไล่ออกไปจากสารระบบชีวิตอย่างไร้ค่า แต่บัดนี้เธอกลับยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าในฐานะ ‘ทนายความตัวแทน’ ของคู่กรณีฝั่งตรงข้าม—คู่แข่งทางธุรกิจที่กำลังจะพรากโปรเจกต์หมื่นล้านไปจากมือเขา
“คุณ… ลัลน์ลลิต?”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยลอดไรฟันออกมาเบาๆ ชื่อของเธอหลุดจากริมฝีปากหยักลึกราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง หัวใจที่เคยด้านชาและเย็นเยียบมาร่วมสามปีของภคินกระตุกวูบอย่างรุนแรง ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่กลางอก ความตกตะลึงระลอกใหญ่ซัดสาดเข้ามาในความนึกคิด จนเขาลืมมารยาทในฐานะประธานบริษัทไปชั่วขณะ
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมผสานกับความเย้ายวนลึกล้ำที่คุ้นเคย… กลิ่นที่เคยติดอยู่ตามหมอนและผิวเนื้อเปลือยเปล่าในค่ำคืนอันเร่าร้อนและเจ็บปวดเมื่ออดีต ลอยวนอยู่ในโสตประสาทของเขาอีกครั้ง ภคินจำสัมผัส รสชาติ และเสียงครางหวานหูนั้นได้ขึ้นใจ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตามที
“แปลกใจมากหรือคะ?” ลัลน์ลลิตเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง เธอวางแฟ้มเอกสารสีดำลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘ปัง!’ เรียกสติของทุกคนในห้องให้กลับคืนมา “คิดไม่ถึงล่ะสิคะว่าคนที่คุณเคยเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใย จะกลับมาในฐานะคนที่จะกระชากหุ้นส่วนและสิทธิ์ในโปรเจกต์นี้ไปจากมือคุณ”
“คุณไม่มีสิทธิ์มาที่นี่… และคดีนี้มันผลประโยชน์มหาศาล ทางบริษัทผมได้ว่าจ้างสำนักงานกฎหมายระดับประเทศ…” ภคินกัดฟันกรอด ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำแผ่ซ่านไอความดุดันน่าเกรงขาม เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาเธอด้วยสัญชาตญาณของการเป็นผู้ล่า ทว่าลัลน์ลลิตกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวเลยสักนิด เธอกลับยืนหยัดเผชิญหน้า เชิดคอขึ้นสู้สายตาเขาอย่างไม่ลดละ
“สำนักงานกฎหมายระดับประเทศเหรอคะ? น่าเสียดายจัง… เพราะตอนนี้ ลูกค้าคนสำคัญของพวกคุณ เขาเซ็นสัญญาแต่งตั้งให้ ‘ลัลน์ลลิต แอนด์ พาร์ทเนอร์’ เป็นผู้ดูแลทางกฎหมายเบ็ดเสร็จแต่เพียงผู้เดียวแล้วค่ะ” เธอยื่นนามบัตรสีดำขลิบทองให้เขาด้วยปลายนิ้วเรียวยาว ดวงตาคมกริบจ้องลึกลงไปในดวงตาของอดีตสามี “และเอกสารฉบับนี้… คือหมายศาลเตือนเรื่องการละเมิดสัญญาที่คุณกำลังจะเซ็นในอีกสามวันข้างหน้า ถ้าคุณยังดึงดันจะฮุบหุ้นส่วนฝ่ายเดียว”
ภคินไม่ได้สนใจนามบัตรแผ่นนั้น สายตาคมปลาบของเขาจดจ้องอยู่เพียงริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับพูดจาเชือดเฉือนหัวใจเขา ความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ภาพลักษณ์นักธุรกิจผู้เย่อหยิ่งกำลังปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
เขามองเห็น ‘ผู้หญิงคนเดิม’ ที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขาในคืนวันหย่า… แต่ในขณะเดียวกัน เธอกลับเปลี่ยนไปเป็น ‘นางพญาผู้ทรงอำนาจ’ ที่ชวนให้หัวใจของเขาเต้นรำด้วยความกระหายอยากได้อย่างไม่น่าเชื่อ
บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ผู้ช่วยและทีมทนายความของภคินต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ขณะที่สงครามประสาทระหว่างคนทั้งคู่กำลังดำเนินไปถึงจุดเดือด
“คุณเก่งขึ้นมากนะ…” ภคินโน้มตัวลงกระซิบเสียงต่ำชิดริมใบหูของเธอ กลิ่นกายหอมกรุ่นที่แสนคุ้นเคยแผ่ซ่านเข้าจมูกจนเขาเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ไหว ฝ่ามือหนาเผลอ กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังพลุ่งพล่าน “กล้าดียังไงเอาเรื่องธุรกิจมาเล่นเกม… คิดจะแก้แค้นผมสินะ ลิต”
“แก้แค้นเหรอคะ?” ลัลน์ลลิตหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงความเยືือกเย็นและสะใจ เธอขยับกายเข้าใกล้เขาจนหน้าอกเกือบแนบชิดกับแผงอกกว้าง กลิ่นไอร้อนผ่าวจากร่างกายของชายหนุ่มปะทะเข้ากับผิวแก้วของเธอ แต่เธอกลับไม่ถอยหนีแม้แต่นصفก้าว “อย่าสำคัญตัวผิดเลยค่ะคุณภคิน ฉันก็แค่มืออาชีพที่มารับงาน… และบังเอิญว่า ‘ค่าจ้าง’ ของงานนี้ มันสูงพอที่จะซื้อความพินาศของบริษัทคุณได้ทั้งบริษัทก็เท่านั้นเอง”
คำพูดเชือดเฉือนนั้นทำให้ภคินถึงกับนิ่งอึ้ง เขาสบตาเธอนานนับนาที ความรู้สึกหลากหลายตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธเกรี้ยว ทั้งเจ็บปวด… และที่สำคัญที่สุดคือ ‘ความโหยหา’ ที่มันกัดกินขั้วหัวใจเขามาตลอดสามปีเต็ม
ร่างสูงเอื้อมมือหมายจะคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้ตามสัญชาตญาณของการควบคุม ทว่าลัลน์ลลิตกลับไวกว่า เธอปัดมือเขาออกอย่างไม่ไยดี พร้อมกับส่งยิ้มหยันให้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมุนตัวหันหลังเตรียมก้าวเดินออกจากห้องประชุม
“เรายังคุยกันไม่จบ ลิต!” ภคินคำรามลั่น ขาวยาวก้าวตามไปหมายจะคว้าตัวอดีตภรรยาไว้ให้รับฟังคำอธิบาย ทว่าประตูห้องประชุมกลับถูกผลักเปิดออกเสียก่อนด้วยฝีมือของเลขานุการส่วนตัวของเขาเอง
หญิงสาวหน้าตาตื่นวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด เธอยื่นแท็บเล็ตหน้าจอเปิดค้างไว้ให้ประธานหนุ่มดูทันทีโดยไม่สนมารยาทใดๆ ทั้งสิ้น
“ท่านประธานคะ… เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! คลิปวิดีโอสัมภาษณ์ลับของคุณเมื่อวานนี้ถูกปล่อยว่อนโลกออนไลน์… และ… และทางสำนักข่าวได้ขุดคุ้ยเรื่องที่คุณเคยแต่งงานจดทะเบียนสมรสลับๆ เมื่อสามปีก่อนขึ้นมาตีแผ่แล้วค่ะ!”
ภคินชะงักก้าวเท้า ดวงตานิลกาฬเบิกกว้างด้วยความตกใจ รีบก้มลงมองหน้าจอแท็บเล็ต ภาพบนจอคือข่าวหน้าหนึ่งของสำนักข่าวเศรษฐกิจชื่อดัง ที่พาดหัวตัวโตด้วยข้อความชวนสะเทือนขวัญ—
**[แฉเบื้องลึก! ทายาทหมื่นล้าน “ภคิน” ซุกภรรยาเอกชนนอกวงสังคม ก่อนเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใย… และทนายสาวมือฉกาจที่กำลังจะฟ้องล้มละลายบริษัท แท้จริงแล้วคือ “อดีตภรรยาหลวง” คนนั้น!]**
หัวใจของภคินหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขารีบเงยหน้าขึ้นมองลัลน์ลลิตที่หยุดเดินและหันกลับมาส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้เขา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยแผนการอันล้ำลึกและชัยชนะที่วางหมากไว้อย่างสมบูรณ์แบบทุกประการ
ก่อนที่ภคินจะทันได้เอ่ยปากพูดอะไร ประตูลิฟต์ด้านนอกก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบคนหนึ่ง… เด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นถอดพิมพ์ทรงมาจากภคินราวกับแกะ กำลังวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาหาลัลน์ลลิต พร้อมกับส่งเสียงใสแจ๋วเรียกขานชื่อเธอด้วยความคุ้นเคย
“คุณแม่ขา… คุณลุงธนัตถ์พามาทานไอศกรีมรอแล้วนะค้า! เสร็จธุระหรือยังเอ่ย?”
คำว่า “คุณแม่” และใบหน้าของเด็กน้อยที่เหมือนเขาราวกับส่องกระจก ทำให้โลกทั้งใบของภคินพังทลายลงในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรสชาติอันลุ่มลึกและหอมหวานของเกมแก้แค้นครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความระทึกใจนะคะ… ชฎาพรายไวน์แดง
ทนายสาวทวงบัลลังก์รักกับอดีตสามีพันล้าน•ตอนที่ 1
รอยแยกบนกระจกเงา
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสาวทวงบัลลังก์รักกับอดีตสามีพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!